ThaiFranchiseCenter Webboard
พูดคุยทั่วไป สบายๆ | General Talk => ตลาดกลาง COVID-19 ฝากร้าน ฟรี! => ข้อความที่เริ่มโดย: กมลชนก ที่ มิถุนายน 02, 2026, 04:04:29 AM
-
การเปลี่ยนมือชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ทุกครั้งจำเป็นต้องมี ค่าโอนที่ดิน ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย (https://blog.ghbank.co.th/reduced-land-transfer-fees/)ที่ต้องชำระให้แก่กรมที่ดินในวันที่ทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ โดยทั่วไปแล้วอัตราค่าธรรมเนียมการโอนนี้จะคิดคำนวณในอัตราร้อยละสอง จากราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมธนารักษ์ ไม่ได้คิดจากราคาซื้อขายจริงที่ตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เว้นแต่ว่าราคาซื้อขายจริงจะสูงกว่าราคาประเมิน ในบางมาตรการอาจใช้ราคาซื้อขายเป็นเกณฑ์ ดังนั้นก่อนการเดินทางไปทำธุรกรรมที่สำนักงานที่ดิน จึงจำเป็นต้องตรวจสอบราคาประเมินทรัพย์สินรอบล่าสุดให้ถูกต้องเพื่อคำนวณงบประมาณล่วงหน้า
(https://i.postimg.cc/GphjZPbj/2.png)
ใครต้องเป็นคนจ่ายและข้อตกลงที่ควรระบุในสัญญาจะซื้อจะขาย
เรื่องที่มักเกิดความสับสนและข้อพิพาทบ่อยครั้งคือหน้าที่ในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายก้อนนี้ ซึ่งตามกฎหมายไม่ได้มีการบังคับตายตัวว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเป็นผู้จ่ายทั้งหมด ส่วนใหญ่ในสัญญาจะซื้อจะขายมักจะตกลงแบ่งจ่ายกันคนละครึ่งระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย หรือบางกรณีผู้ขายอาจจะยื่นข้อเสนอเป็นผู้รับผิดชอบให้ทั้งหมดเพื่อเป็นโปรโมชันกระตุ้นยอดขาย สิ่งสำคัญคือการเจรจาและเขียนระบุในสัญญาให้ชัดเจนตั้งแต่แรกว่าค่าธรรมเนียมโอน ค่าภาษี และค่าอากรแสตมป์ ฝ่ายใดจะเป็นคนรับผิดชอบในสัดส่วนเท่าไหร่ เพื่อป้องกันการเกี่ยงความรับผิดชอบในวันโอนกรรมสิทธิ์
ค่าใช้จ่ายแฝงอื่นที่ต้องเจอในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน
นอกจากค่าธรรมเนียมการโอนร้อยละสองแล้ว ในวันเดียวกันนั้นยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่จัดเก็บโดยกรมที่ดินร่วมด้วย ได้แก่ ค่าอากรแสตมป์ร้อยละศูนย์จุดห้า หรือภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละสามจุดสาม ในกรณีที่ผู้ขายถือครองที่ดินไม่เกินระยะเวลาห้าปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านไม่ถึงหนึ่งปี รวมถึงภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของผู้ขาย ซึ่งคิดคำนวณตามเกณฑ์ราคาประเมินและจำนวนปีที่ถือครอง การเตรียมเงินสดหรือแคชเชียร์เช็คให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้จะช่วยให้การทำธุรกรรมเสร็จสิ้นได้อย่างราบรื่นในวันเดียว