ThaiFranchiseCenter Webboard
พูดคุยทั่วไป สบายๆ | General Talk => ตลาดกลาง COVID-19 ฝากร้าน ฟรี! => ข้อความที่เริ่มโดย: กมลชนก ที่ มกราคม 20, 2026, 06:32:21 AM
-
การวางระบบไฟฟ้าภายในอาคารต้องให้ความสำคัญกับการปกป้องสายไฟจากความร้อน ความชื้น และแรงกดทับ การใช้ท่อสายไฟจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยแยกสายไฟฟ้า (https://leetech.co.th/product-category/conduit-pipes-pipe-fittings-th/)ออกจากโครงสร้างอาคารและป้องกันสัตว์กัดแทะที่อาจก่อให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ วัสดุที่นิยมใช้มีทั้งแบบ uPVC (Unplasticized Polyvinyl Chloride) ซึ่งมีคุณสมบัติไม่ลามไฟและเป็นฉนวนไฟฟ้าในตัว เหมาะสำหรับการเดินลอยบนผนังหรือฝังในพื้นคอนกรีตที่ต้องการความทนทานต่อการกัดกร่อนสูง
(https://i.postimg.cc/76118zz3/2.png)
ความแตกต่างระหว่างท่อเหล็ก EMT และท่อพลาสติกในงานระบบ
ในงานอุตสาหกรรมหรือพื้นที่ที่ต้องการความแข็งแรงพิเศษ มักเลือกใช้ท่อเหล็ก EMT (Electrical Metallic Tubing) ซึ่งป้องกันแรงกระแทกเชิงกลได้ดีกว่าท่อพลาสติก อย่างไรก็ตาม ท่อพลาสติกขาวหรือเหลืองยังคงเป็นที่นิยมในงานที่พักอาศัยเนื่องจากน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และไม่ต้องกังวลเรื่องสนิม การคำนวณขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางท่อต้องสัมพันธ์กับจำนวนสายไฟภายในตามมาตรฐาน วสท. โดยพื้นที่หน้าตัดรวมของสายไฟต้องไม่เกิน 40% ของพื้นที่หน้าตัดภายในท่อ เพื่อระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเลือกสีท่อให้ถูกต้องตามลักษณะพื้นที่ใช้งาน
การเลือกใช้ท่อสีขาวเหมาะสำหรับงานเดินลอยที่ต้องการความสวยงาม ส่วนท่อสีเหลืองมักใช้สำหรับงานฝังผนังเนื่องจากมีความหนาและทนต่อแรงอัดของปูนได้ดีกว่า สรุปแล้วการลงทุนกับท่อสายไฟคุณภาพสูงที่มีสัญลักษณ์รับรองมาตรฐาน มอก. จะช่วยยืดอายุการใช้งานระบบไฟฟ้าภายในบ้านและลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในอนาคตได้อย่างยั่งยืน