ThaiFranchiseCenter Webboard

ตลาดกลางธุรกิจค้าปลีก | Retail Market => สินค้าฝากขาย อยากฝากของขาย กระจายสินค้า เข้าร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ ร้านเครื่องสำอางค์ ร้านขายยา | Consignment => ข้อความที่เริ่มโดย: รู้เรื่องรอ ที่ มกราคม 20, 2026, 03:24:49 AM

หัวข้อ: ต้นปีนี้มีรถใหม่ป้ายแดง ต้องซื้อประกันอะไรบ้าง? คู่มือเลือกประกันรถสำหรับมือใหม่
เริ่มหัวข้อโดย: รู้เรื่องรอ ที่ มกราคม 20, 2026, 03:24:49 AM
ต้นปีนี้มีรถใหม่ป้ายแดง ต้องซื้อประกันอะไรบ้าง? คู่มือเลือกประกันรถสำหรับมือใหม่ปี 2569
การออกรถใหม่ป้ายแดงช่วงต้นปีถือเป็นเรื่องมงคลของใครหลายคน แต่หลังจากรับรถมาแล้ว หนึ่งในภารกิจสำคัญที่เจ้าของรถทุกคนต้องทำทันทีคือ “จัดการประกันรถยนต์ (https://www.oohoo.io/ln/905557)” เพราะช่วยปกป้องคุณจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด ลดค่าใช้จ่ายเป็นแสนเมื่อต้องซ่อมรถ รวมถึงคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินตั้งแต่วินาทีแรกที่ขับออกจากศูนย์
หลายคนที่เพิ่งมีรถใหม่มักไม่แน่ใจว่า “ต้องซื้อประกันอะไรบ้าง?” “ต้องทำ พ.ร.บ. ก่อนใช่ไหม?” หรือ “รถใหม่ควรทำชั้นไหนถึงจะคุ้มที่สุด?”
บทความนี้รวบรวมคำตอบครบทุกข้อ พร้อมเทคนิคเลือกประกันรถให้คุ้มที่สุดในปี 2569 และเน้นข้อมูลแบบเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งถอยรถป้ายแดง

1) พ.ร.บ. รถยนต์ (ประกันภาคบังคับ) – ต้องมีทุกคัน
ไม่ว่ารถใหม่หรือรถเก่า กฎหมายกำหนดให้รถยนต์ทุกคันต้องทำ พ.ร.บ. ก่อนใช้งานบนท้องถนน
หากไม่มี พ.ร.บ. จะไม่สามารถต่อทะเบียน (ภาษีประจำปี) ได้ และหากเกิดอุบัติเหตุ เจ้าของรถต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด
ความคุ้มครอง พ.ร.บ.
   - ค่ารักษาพยาบาล
   - การเสียชีวิต / ทุพพลภาพ
   - ค่าชดเชยเบื้องต้นผู้ประสบภัย
เหมาะสำหรับ: รถทุกคัน เพราะเป็นประกันที่กฎหมายบังคับ

2) ประกันรถยนต์ (https://www.oohoo.io/ln/905557)ชั้น 1 – ตัวเลือกดีที่สุดสำหรับรถใหม่ป้ายแดง
รถใหม่ราคาหลักแสนถึงหลักล้านควรเลือก ประกันชั้น 1 เพราะคุ้มครองครอบคลุมที่สุด และช่วยป้องกันความเสี่ยงค่าใช้จ่ายจำนวนมากหากเกิดอุบัติเหตุในปีแรกที่มูลค่ารถยังสูง
คุ้มครองอะไรบ้าง?
   - ชนทุกกรณี (มีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณี)
   - รถหาย / ไฟไหม้ / น้ำท่วม
   - กระจกแตก
   - เคลมได้แม้เกิดเหตุเล็กน้อย
   - คุ้มครองชีวิตบุคคลภายนอกและผู้โดยสาร

เหมาะสำหรับ:
   - รถใหม่ป้ายแดง
   - รถราคาสูง
   - ผู้ขับมือใหม่
   - คนที่ต้องการความอุ่นใจสูงสุด

แนะนำ: ปีแรกควรเลือก “ซ่อมห้าง” เพื่อใช้มาตรฐานอะไหล่แท้และการซ่อมคุณภาพสูงสุด

3) ประกันชั้น 2+ – คุ้มครองรองจากชั้น 1 แต่ราคาย่อมเยากว่า
หากต้องการประหยัดแต่ยังอยากได้ความคุ้มครองครอบคลุมมากกว่าแค่ความรับผิดรถคู่กรณี ประกัน ชั้น 2+ เป็นตัวเลือกที่ดี
คุ้มครอง:
   - รถชนมีคู่กรณี
   - รถหาย
   - ไฟไหม้
   - น้ำท่วม
   - ชีวิต/ร่างกายคู่กรณี
เหมาะกับผู้ที่มีงบจำกัดหรือจอดรถในสถานที่ปลอดภัย

4) ประกันชั้น 3+ – ตัวเลือกประหยัดสำหรับรถใช้งานในเมือง
เหมาะสำหรับผู้ที่ขับรถไม่เยอะ ใช้ระยะใกล้ หรือมีประสบการณ์ขับรถสูง
คุ้มครอง:
   - ชนมีคู่กรณี (ซ่อมรถเราได้)
   - ชีวิตและทรัพย์สินบุคคลภายนอก

ข้อควรพิจารณา:
 รถใหม่ราคาแพงอาจไม่เหมาะ เพราะเมื่อเกิดเหตุรุนแรง ความคุ้มครองอาจไม่ครอบคลุมมูลค่าการซ่อม

5) ภาษีประจำปีรถยนต์ – เรื่องสำคัญที่เจ้าของรถใหม่ห้ามมองข้าม
นอกจากเรื่องประกัน รถใหม่ทุกคันต้องทำ ภาษีรถยนต์ประจำปี หรือที่เรียกว่าต่อทะเบียนหลังจากจดทะเบียนครบหนึ่งปี
ภาษีรถยนต์เป็นภาระที่เจ้าของรถต้องจ่ายทุกปี และมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับ การทำ พ.ร.บ. เพราะถ้าไม่มี พ.ร.บ. จะ ต่อภาษีไม่ได้
5.1 ภาษีประจำปีรถยนต์คืออะไร?
เป็นค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้กรมการขนส่งทางบกเพื่อคงสถานะการใช้งานรถให้ถูกกฎหมาย หากไม่ต่อภาษีภายในกำหนด รถจะถือว่าหมดอายุภาษีและเจ้าของรถอาจถูกปรับ

5.2 ภาษีรถใหม่คิดอย่างไร?
คำนวณตามลักษณะรถ
   - รถเก๋ง: คิดตามขนาดเครื่องยนต์ (CC)
   - รถกระบะ: คิดตามน้ำหนักรถ
   - รถอายุเกิน 7 ปี: มีส่วนลดตามอัตราลดหลั่น
รถใหม่ปีแรกต้องชำระเต็มตามโครงสร้างภาษี

5.3 ต่อภาษีเมื่อไหร่?
   - หลังจากรถจดทะเบียนครบ 1 ปี
   - ต่อได้ล่วงหน้า 90 วัน ก่อนหมดอายุ

5.4 ไม่ต่อภาษีตรงเวลา เสียอะไรบ้าง?
   - ถูกปรับตามกฎหมาย
   - ไม่สามารถต่อ พ.ร.บ. ได้
   - ไม่สามารถโอน/ขายรถ
   - เสี่ยงต่อการถูกเรียกตรวจและมีความผิด

5.5 เอกสารที่ใช้ต่อภาษี
   - เล่มทะเบียนรถ
   - พ.ร.บ. (ต้องไม่หมดอายุ)
   - ใบตรวจสภาพรถ (กรณีรถเกิน 7 ปี)
   - เอกสารภาษีปีล่าสุด

ภาษีรถเป็นเรื่องที่มือใหม่ต้องเรียนรู้ไว้ตั้งแต่ปีแรก เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำซ้อนในอนาคต
เคล็ดลับเลือกประกันรถใหม่ป้ายแดงปี 2569 ให้คุ้มที่สุด

   - เลือก ชั้น 1 ซ่อมห้าง ในปีแรก
   - เปรียบเทียบราคาอย่างน้อย 3 บริษัทก่อนซื้อ
   - ตรวจทุนประกันให้เหมาะ (ควรอยู่ที่ 80–100% ของราคารถ)
   - ดูรีวิวบริการเคลม
   - เช็กโปรโมชั่นหรือผ่อน 0% ผ่านโบรกเกอร์ออนไลน์

การดูแลรถไม่ใช่แค่ทำประกันรถยนต์ (https://www.oohoo.io/ln/905557)เท่านั้น แต่ต้องใส่ใจเรื่อง ต่อประกัน + ต่อภาษีรถยนต์ตรงเวลา เพราะทั้งสองอย่างมีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง
ถ้าไม่มี พ.ร.บ. คุณจะไม่สามารถต่อภาษีได้เลย และหากปล่อยให้ประกันขาดเพียงวันเดียว คุณจะเสี่ยงไม่มีคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุ รวมถึงอาจต้องจ่ายค่าเสียหายเองทั้งหมด
หากต้องการเปรียบเทียบประกันหลายบริษัทในครั้งเดียว เลือกราคาที่คุ้มที่สุด พร้อมบริการปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ สามารถใช้บริการโบรกเกอร์ออนไลน์อย่าง OOHOO.IO
   - เปรียบเทียบเบี้ยหลายบริษัท
   - ผ่อนชำระได้
   - บริการเคลมง่าย
   - ติดต่อสะดวกผ่านออนไลน์

ช่วยให้เจ้าของรถใหม่จัดการเรื่องประกันได้เร็ว ง่าย และได้ราคาที่ดีที่สุด