ThaiFranchiseCenter Webboard

สุขภาพ ความสวยความงาม | Health & Beauty => สุขภาพ | Health => ข้อความที่เริ่มโดย: องศา พิภพ ที่ ธันวาคม 22, 2025, 08:16:41 AM

หัวข้อ: หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคที่สร้างความเสี่ยงสูงให้กับทุกคน
เริ่มหัวข้อโดย: องศา พิภพ ที่ ธันวาคม 22, 2025, 08:16:41 AM
(https://img2.pic.in.th/pic/image17b90a0a747b2a990.png)

แม้ว่าภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (https://www.nakornthon.com/article/detail/arrhythmia)จะไม่ใช่สาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทยในปัจจุบัน แต่ก็เป็นภาวะที่พบได้บ่อยมากขึ้น ซึ่งสามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น การทำให้เลือดคั่งในหัวใจ ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดและเป็นอัมพาตได้ สุดท้ายนำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือดที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก

มาเรียนรู้ว่าภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะคืออะไร หัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดจากอะไร โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะมีกี่รูปแบบ พร้อมศึกษาถึงแนวทางการรักษาที่มีในปัจจุบัน



นิยามความหมายของหัวใจเต้นผิดจังหวะว่าคืออะไร 

(https://img2.pic.in.th/pic/image23e50254642c872df.jpg)

หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) คือภาวะที่หัวใจเต้นผิดปกติ เต้นผิดจังหวะ เกิดความผิดปกติในการทำงานของระบบคลื่นไฟฟ้าหัวใจ จึงส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ (มากกว่า 100 ครั้ง/นาที) หรือช้ากว่าปกติ (น้อยกว่า 60 ครั้ง/นาที) หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ เพราะหัวใจเต้นปกติที่ 60-100 ครั้ง/นาที

ส่วน Cardiac Arrhythmia คือโรคที่เน้นเกิดที่หัวใจโดยเกิดเป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เราสามารถกล่าวได้ว่าทั้งสองแบบจะหมายถึงภาวะเดียวกันคือหัวใจเต้นผิดปกตินั่นเอง

การทำงานที่ผิดปกติจะส่งผลให้การสูบฉีดเลือดขาดประสิทธิภาพ มีการไหลเวียนที่ผิดปกติจนนำไปสู่ภาวะอันตรายได้ เช่น หัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น



ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมีทั้งหมดกี่แบบ?

หัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นสัญญาณของสุขภาพที่มีปัญหาและไม่ควรละเลย เพราะว่าหัวใจทุกดวงทำงานด้วยระบบไฟฟ้าที่มีหน้าที่ควบคุมการเต้นให้เป็นไปอย่างแม่นยำ เราสามารถแบ่งภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะออกเป็น 3 กลุ่มหลักดังนี้

หัวใจเต้นเร็วเกินไป (Tachyarrhythmia)
เป็นภาวะที่หัวใจเต้นเร็วมากโดยไม่มีสาเหตุ เป็นการเต้นที่มากกว่า 100 ครั้ง/นาที อาการที่สังเกตได้คือ ใจสั่น เวียนศีรษะ หน้ามืด เหนื่อยง่ายผิดปกติ และหายใจลำบาก

หัวใจเต้นช้าเกินไป (Bradyarrhythmia)
เป็นภาวะที่หัวใจเต้นช้ากว่า 60 ครั้ง/นาที ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงร่างกายไม่เพียงพอจนทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หายใจลำบาก และอาจทำให้หมดสติได้ ซึ่งกรณีนี้ต้องได้รับการช่วยชีวิตด่วนทันที

หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ (Irregular Arrhythmia)
เป็นภาวะที่หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ อาจเกิดจากทั้งหัวใจเต้นเร็วหรือหัวใจเต้นช้าสลับกัน เป็นอาการที่พบกันได้ในคนทั่วไป และไม่เป็นอันตราย ยกเว้นถ้าเกิดบ่อย ๆ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษา



ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง?

หัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นภาวะที่ระบบไฟฟ้าของหัวใจทำงานผิดปกติ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุดังนี้

- เกิดการลัดวงจรหรือกระแสไฟฟ้าในหัวใจผิดปกติ เพราะแร่ธาตุในร่างกายขาดสมดุล ไทรอยด์ทำงานผิดปกติ หรือความดันเลือดสูง
- เป็นโรคหัวใจ เช่น หลอดเลือดหัวใจตีบ หัวใจพิการแต่กำเนิด ลิ้นหัวใจทำงานผิดปกติ
- มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต ไทรอยด์เป็นพิษ
- อายุและพันธุกรรม
- ปัจจัยภายนอก เช่น ผลข้างเคียงจากการกินยาบางชนิดเป็นประจำ
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การกินดื่ม (เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ คาเฟอีน ช็อกโกแลต) ความเครียดและความวิตกกังวล เป็นต้น
- เกิดขึ้นได้เองโดยไม่มีสาเหตุ (Idiopathic)

ส่วนคำถามที่ว่า “คลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติอันตรายไหม?” เราอาจกล่าวได้ว่า บางครั้งภาวะคลื่นหัวใจผิดปกติที่เกิดก็ไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าเกิดขึ้นเป็นเวลานานก็อาจทำให้เกิดเลือดคั่ง เป็นลิ่มเลือดแล้วหลุดไปอุดเส้นเลือดสมอง จนทำให้เป็นอัมพาต หรือหัวใจล้มเหลวได้

โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะมีอาการที่พอจะสังเกตได้คือใจสั่น เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หัวใจเต้นแรงผิดปกติ มีอาการหน้ามืดหรือเป็นลม วิงเวียนศีรษะ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจหอบ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในแต่ละบุคคลอาจมีอาการที่แตกต่างกันไป ขึ้นกับประเภทของภาวะและความรุนแรงของอาการ



แนวทางการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมีแบบไหนบ้าง?

(https://img5.pic.in.th/file/secure-sv1/image38a44a70d6ac2fe68.png)

แนวทางการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะจะขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของอาการ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาหาวิธีการที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน โดยปัจจุบันรูปแบบการรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะจะมีอยู่หลายแบบดังนี้

1. การใช้ยา เป็นรักษาเบื้องต้นเพื่อควบคุมอาการ ยาที่ใช้จะมีอยู่หลายชนิด เช่น
- ยาควบคุมจังหวะหัวใจ (Antiarrhythmics) จะทำหน้าที่ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ
- ยาเบต้าบล็อกเกอร์ (Beta-blockers) จะช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจให้ช้าลง
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants) ช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือด
- ยาปรับสมดุลแร่ธาตุ ใช้เมื่อหัวใจเต้นผิดจังหวะจากระดับโพแทสเซียม แมกนีเซียม หรือแคลเซียมผิดปกติ

2. การใช้เครื่องมือและหัตถการทางการแพทย์
- ใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจชั่วคราว (Temporary Pacemaker) คืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้แบตเตอรี่ปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านสายนำไฟฟ้าเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจในระยะสั้น มักใช้ในภาวะฉุกเฉิน
- การจี้ไฟฟ้า (Catheter Ablation) เป็นการใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงจี้ทำลายเนื้อเยื่อที่เป็นสาเหตุของการนำไฟฟ้าที่ผิดปกติ  วิธีนี้ทำโดยการสอดสายสวนเข้าไปในหัวใจของคนไข้เพื่อทำลายจุดที่ทำให้คลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ
- การช็อกไฟฟ้า (Cardioversion) เป็นการใช้ไฟฟ้ามาปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้กลับมาเป็นปกติ โดยการส่งไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกายผ่านแผ่นแปะบนหน้าอก
- ใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร (Permanent Pacemaker) เป็นรูปแบบการผ่าตัดแล้วฝัง เพื่อให้ใช้ได้เป็นระยะยาวหลายปี
- การใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)  เป็นการฝังเครื่องไว้ใต้ผิวหนังเพื่อคอยกระตุ้นหัวใจด้วยกระแสไฟฟ้าให้กลับมาเป็นปกติในกรณีที่หัวใจเต้นช้าเกินไป เป็นต้น
- การใช้เครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (AICD) ในกรณีที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ อาการกระตุกชนิดร้ายแรง เครื่องที่ถูกฝังนี้จะคอยตรวจจับและทำให้กลับมาเต้นเป็นปกติอัตโนมัติ

3. การผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนเส้นทางไฟฟ้า หรือการทำบายพาสหลอดเลือดหัวใจ
4. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันพร้อมกับการดูแลตนเอง เช่น หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ หมั่นดูแลรักษาโรคประจำตัว ทานอาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกายเป็นประจำ และพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นต้น



หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคที่ไม่ควรเมินเฉย 

เพื่อที่จะได้มีความสุขกับการมีชีวิตที่แข็งแรงและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เราควรให้ความใส่ใจในเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพหัวใจ ถึงแม้ว่าบางครั้งการเจอปัญหาหัวใจเต้นผิดจังหวะจะดูไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณเตือนว่ากำลังจะเจอกับปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงก็เป็นได้

เพราะฉะนั้นควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับชนิด อาการ สาเหตุ แนวทางการรักษาของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เพื่อป้องกันอาการก่อนหัวใจล้มเหลวที่สามารถส่งผลร้ายแรงต่อชีวิตได้