ThaiFranchiseCenter Webboard
การให้บริการทางธุรกิจ | Business Service => การเงิน | Finance => ข้อความที่เริ่มโดย: nemophilanie ที่ กันยายน 05, 2022, 09:38:50 AM
-
สุขภาพร่างกายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุก ๆ และควรจะใส่ใจดูแลให้ได้มากที่สุด การมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงเป็นความปราถนาที่ใครหลาย ๆ คนต้องการ แต่โรคภัยไข้เจ็บและการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ คือสิ่งที่ในบางครั้งเรานั้นไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ และเมื่อเกิดขึ้นอาจมีความรุนแรงจนต้องใช้เวลารักษาตัวในระยะเวลานาน จนส่งผลให้เกิดภาระทางการเงิน ใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก เสียเวลาในการเดินทาง หรือบางครั้งอาจรุนแรงถึงขั้นทุพพลาภาพ ไม่มีแรงหรือกำลังที่จะสามารถหารายได้ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป เกิดความจำเป็นที่จะต้องสร้างหลักประกันด้วยประกันสุขภาพอุบัติเหตุนั่นเอง
ประกันสุขภาพอุบัติเหตุ (https://online.scbprotect.co.th/personal-accident)มีความคุ้มครองอุบัติเหตุตามรายการต่อไปนี้
1. กรณีบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือสูญเสียอวัยวะ ค่ารักษาพยาบาลเมื่อได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ มักทำให้เกิดความกังวลได้ง่าย โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่มักพบบ่อย ๆ ในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างเช่น อันตรายจากไฟฟ้า ไฟดูด การพลัดตกจากที่สูง หกล้ม จมน้ำ ถูกของมีคมบาด กระดูกแตกหัก ไฟหรือน้ำร้อนลวก เป็นต้น
2. กรณีเจ็บป่วยจากโรคภัยต่าง ๆ ที่พบได้บ่อย เพิ่มความอุ่นใจด้วยการคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ทั้งในกรณีที่นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือพบแพทย์แบบผู้ป่วยนอก โดยเฉพาะโรคที่พบได้บ่อยทั่วไป ตัวอย่างเช่น อาหารเป็นพิษ ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก ปอดอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคมือ เท้า ปาก RSV เป็นต้น
3. ค่าการชดเชยรายได้ การบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยที่รุนแรงจนทำให้ขาดงาน ไม่มีรายได้ จะไม่สร้างความกังวลอีกต่อไป เพราะประกันสุขภาพอุบัติเหตุครอบคลุมถึงการมอบเงินชดเชยรายได้ หรือมอบเป็นค่าดูแลผู้ป่วยต่อวันจากประกันอุบัติเหตุเด็ก (https://online.scbprotect.co.th/personal-accident/kid?ageGroup=kid&minAge=1&maxAge=20) เมื่อต้องดูแลลูกหลาน ที่นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
อัตราเบี้ยประกันภัย พิจารณาจากปัจจัยใด
1. อาชีพของผู้ทำประกันภัย แบ่งได้เป็น 4 ลักษณะ คือ
• อาชีพพนักงานประจำ ที่ทำงานในสำนักงาน
• อาชีพผู้ปฏิบัติงานในลักษณะวิชาชีพ มักต้องทำงานกลางแจ้งเกือบตลอดเวลา
• อาชีพผู้ปฏิบัติงานด้านช่าง มักอยู่ในกระบวนการผลิตที่ต้องใช้เครื่องจักรกลหนัก ๆ ลักษณะงานที่ต้องใช้แรงงาน ต้องมีการเดินทาง หรือทำงานนอกสำนักงานเป็นประจำ
• อาชีพพิเศษที่มีความเสี่ยงสูงมาก ๆ ตัวอย่างเช่น นักแสดงผาดโผน หรือคนที่ต้องทำงานบนที่สูง อาชีพที่มีความเสี่ยงจากอันตรายจากไฟฟ้า เป็นต้น
2. อายุ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี เบี้ยประกันภัยจะสูงกว่าผู้ที่อายุต่ำกว่า 60 ปี หรืออาจมีประกันภัยลักษณะเฉพาะตามอายุ อย่างประกันอุบัติเหตุเด็ก หรือประกันสำหรับผู้สูงอายุ
3. ความคุ้มครองที่ต้องการ ผู้เอาประกันสามารถเลือกพิจารณาเองว่าสัญญาประกันตามความคุ้มครองเฉพาะที่ต้องการ เช่นความคุ้มครองเฉพาะกรณีที่เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะและทุพพลภาพ โดยไม่ต้องการความคุ้มครองด้านค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น
4. ความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่นเพิ่มโรคร้ายแรงอย่างโรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือความเสี่ยงเฉพาะบุคคลอย่างไฟดูด เป็นต้น
5. วงเงินคุ้มครองที่กำหนดในสัญญาประกัน ยิ่งวงเงินคุ้มครองสูง อัตราเบี้ยประกันก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย ซึ่งผู้สนใจทำประกันสามารถเลือกวงเงินคุ้มครองที่เหมาะสมกับตนเอง เท่าที่ตนเองเห็นว่าจำเป็น หรือหากมีรายได้เพิ่มขึ้นอาจพิจารณาขอความคุ้มครองเพิ่มเติมในภายหลังก็ได้เช่นกัน