ดาวเด่นแฟรนไชส์    หมดยุค! หมูกระทะ ถึงคิวบุฟเฟต์ซีฟูด “อันดามัน” ปากเกร็ด ร้านเล...
1.0K
5
facebook
google plus
28 ธันวาคม 2561
หมดยุค! หมูกระทะ ถึงคิวบุฟเฟต์ซีฟูด “อันดามัน” ปากเกร็ด ร้านเล็กๆ ฟันยอดขาย 7 หลักต่อเดือน
 

ในช่วง 1 ถึง 2 ปีที่ผ่านมาถือเป็นยุคทองของ อาหารทะเลปิ้งย่าง เพราะมีร้านบุพเฟต์ลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก สาเหตุคงมาจากคนไทยชื่นชอบการกินอาหารทะเล และในอดีตการกินอาหารทะเลแต่ละครั้งต้องเดินทางกันเป็นชั่วโมงๆ เพื่อจะไปกินอาหารทะเลอร่อยๆ ในต่างจังหวัดที่ติดชายทะเล
 
ด้วยเหตุนี้เอง “นายขันติ สุขไพร่” หรือ “คุณหน่อย” เจ้าของ “ร้านอันดามัน บุพเฟ่ต์” จึงได้ควักกระเป๋าหลักแสนบาท เพื่อเปิดร้าน “บุพเฟ่ต์ซีฟู้ด” เมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้  บนถนนติวานนท์ ย่านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ชื่นชอบการกินอาหารทะเลแบบปิ้งย่าง และเขาก็ไม่ผิดหวัง ด้วยราคาบุฟเฟต์หัวละ 399 บาท สร้างความฮือฮาให้แก่คนที่ชื่นชอบอาหารทะเล ในเขตเมืองหลวง และปริมณฑลเป็นอย่างมาก เพราะเปิดได้เพียงเดือนเดียวก็มีกำไรหลักแสนบาท เรียกว่าคืนทุนภายในเดือนเดียว
 
“นายขันติ สุขไพร่ (คุณหน่อย) เจ้าของร้าน (2 ซ้าย)
 
คุณหน่อยเล่าว่า ตนเป็นรายแรกๆ ที่เปิดร้านบุฟเฟต์ซีฟูด เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีร้านลักษณะนี้เกิดขึ้นมากนัก ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีมาก มีการทำประชาสัมพันธ์ผ่านทางเฟซบุ๊ก ด้วยการเปิดหน้าเพจแนะนำร้าน จำได้ว่าช่วงปีแรกมีรายได้ต่อเดือนมากที่สุดถึง 3 ล้านบาท มีคนสนใจต้องการจะเปิดร้านมาขอคำแนะนำ จนต้องตัดสินใจเปิดขายแฟรนไชส์

โดยปัจจุบันมีลูกค้าแฟรนไชส์อยู่จำนวนหนึ่ง ไม่ได้มากนัก เพราะการเปิดร้านบุฟเฟต์ไม่เหมือนเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ต้องมีเงินทุนระดับหนึ่ง เนื่องจากวัตถุดิบราคาค่อนข้างสูง และการติดต่อซื้อวัตถุดิบไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าจำนวนไม่มากพอ หาคู่ค้าที่จะมาติดต่อเพื่อส่งวัตถุดิบได้ยาก และถ้าอยู่ในทำเลที่ไม่มีลูกค้ามากพอ โอกาสเสี่ยงที่จะเจ๊งก็มีสูง เพราะการขายอาหารทะเล หัวใจคือ ต้องสด และใหม่ตลอด
 
ทั้งนี้ หลายคนก็คงอยากจะรู้แล้วว่า “คุณหน่อย” มีวิธีการบริหาร ร้าน “อันดามัน บุฟเฟ่ต์” อย่างไร ทำไมเขาถึงประสบความสำเร็จ มีรายได้หลักล้านบาทต่อเดือน 
 
เริ่มต้น จากการคัดเลือกวัตถุดิบ จะสั่งของตรงจากเรือประมง ที่จังหวัดพังงา สุราษฎร์ธานี และระนอง ส่วนกุ้งก้ามกราม สั่งตรงจากผู้เพาะเลี้ยงกุ้งในจังหวัดราชบุรี และนครปฐม ซึ่งวัตถุดิบทุกตัวจะต้องสดและใหม่ในแบบวันต่อวันเท่านั้น หลังจากได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ การออกเมนูแต่ละตัวก็เป็นส่วนสำคัญ เพราะราคาวัตถุดิบแต่ละตัวไม่เท่ากัน เป็นเทคนิคเฉพาะตัว ที่เราจะทำอย่างไรให้ได้กำไรสูงสุด และจะไม่ทำให้ลูกค้าตำหนิภายหลัง และไม่กลับมากินอีก
 
 
ซึ่งตรงนี้เป็นเทคนิคที่ทาง “คุณหน่อย” บอกว่า เขาก็ต้องอาศัยประสบการณ์ รวมถึงการตั้งราคา 399 บาท เขาก็เป็นคนแรกที่ตั้งราคานี้ โดยการทดลองกินกันเองก่อน และมาหาข้อสรุปว่าจะตั้งราคาเท่าไรและหัวใจสำคัญอีกอย่างหนึ่งของอาหารทะเลปิ้งย่าง นั่นคือ น้ำจิ้มซีฟู้ด ต้องเด็ด และมัดใจลูกค้าได้  
 
นอกจากนี้ ในช่วงเริ่มต้นเราจะเสิร์ฟเครื่องดื่มอย่าง เบียร์ ให้ลูกค้าฟรี   เพราะมองว่าถ้าลูกค้าดื่มเบียร์แล้วจะไม่ค่อยกินอาหาร หรือกินอาหารได้น้อยลง แต่ปัญหาที่พบคือ การเสิร์ฟเบียร์ฟรีทำให้ลูกค้าบางกลุ่มมาแข่งกันกินเบียร์ พอเมาก็อาเจียน รวมถึงปัญหาอื่นตามมาอีกเยอะมาก แต่พอแยกเบียร์ออกมาขายต่างหาก ทำให้เราได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เป็นครอบครัว และคนทำงานออฟฟิศ เข้ามาใช้บริการมากขึ้น  เพราะไม่มีคนที่เมามากๆ ในร้าน 
 
 
ส่วนของเมนู และอาหารทะเลที่ทางร้านนำมาเสิร์ฟให้ลูกค้ามีทั้งที่เป็นปิ้งย่าง และกระทะร้อน โดยมีวัตถุดิบให้ลูกค้าได้เลือกมากกว่า 20 ชนิด ได้แก่ กุ้งก้ามกราม ขนาด 30 ตัว 1 กิโลกรัม (กุ้งน้ำจืด) ปูม้า ปูทะเล ปูหิน ปูดาวแดง ส่วนของหอย มี หอยแครง หอยนางรม หอยเชลล์ หอยหวาน หอยตลับ และหอยหลอด ส่วนหอยแมลงภู่ตัวใหญ่ และปูม้า จะเสิร์ฟในโอกาสพิเศษ หรือตามฤดูกาลเท่านั้น เนื่องจากราคาค่อนข้างสูง 
 
ในส่วนของกระทะร้อน และชาบู มีสันคอหมู เลือกหมูคุโรบูตะ เบคอน แซลมอน ปูอัด และเนื้อไก่ อาหารสำเร็จ ในกลุ่มทอดพร้อมรับประทาน เช่น ปูผัดผงกะหรี่ ข้าวผัด และส้มตำ เป็นต้น ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกกินได้หมดทั้งอาหารและเครื่องดื่ม โดยไม่จำกัดเวลา ในช่วงแรกจัดเสิร์ฟเบียร์ให้ลูกค้าได้ดื่มฟรี ด้วย แต่หลังจากที่รัฐบาลห้ามขายเบียร์ควบกับอาหารในร้านอาหาร ทางร้านได้แยกเบียร์ออกมาเป็นเครื่องดื่มอาลาคาสที่ลูกค้าต้องซื้อดื่ม แยกออกจากบุฟเฟต์
 
 
นอกจากนี้ ตัวช่วยที่คุณหน่อยบอกว่าทำให้เขาประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ แม้ว่าร้านจะเปิดอยู่ชานเมืองอย่างปากเกร็ด แต่สามารถดึงคนจากหลายที่มาได้ รวมถึงในต่างจังหวัด เพราะมีตัวช่วยอย่าง “เฟซบุ๊ก” หลังจากได้เลือกใช้ช่องทางประชาสัมพันธ์ร้านผ่านหน้าแฟนเพจ ทำให้ลูกค้าได้รู้จักมากขึ้น ปัจจุบันมีแฟนเพจที่ติดตาม มากถึง 60,000 ราย  โดยเฉพาะลูกค้าจากต่างจังหวัดมีเดินทางมากินเนื่องจากร้านของเราเปิดอยู่ใกล้เมืองทองธานี และเมืองทองฯ จัดงานบ่อย ลูกค้าที่แวะมาเมืองทองฯ มาออกร้าน หรือมาซื้อของที่เมืองทองฯ ก็จะแวะมากินที่ร้านของเรา ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าจากเชียงใหม่ อีกหลายจังหวัดทั้งภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 
 
อย่างไรก็ตาม พอมีคนทำแล้วประสบความสำเร็จก็มักจะมีผู้อยากจะทำบ้าง ทำให้ปัจจุบันพบว่ามีร้านบุฟเฟต์ซีฟูดเปิดเป็นจำนวนมากราคาแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน เพราะด้วยต้นทุนวัตถุดิบอาหารทะเลราคาค่อนข้างสูง การที่จะลดราคาลงไปให้ถูก หรือตัดราคากันเองเหมือนกับร้านหมูกระทะ หรือชาบู ก็คงจะทำไม่ได้ ซึ่งต้องยอมรับว่าธุรกิจตัวนี้เหมือนเป็นแฟชั่น เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่งมีคนเปิดกันมากขึ้น ก็จะเกิดการแชร์ลูกค้ากันออกไป หรือมีตัวอื่นที่เป็นแฟชั่นมาใหม่ ธุรกิจตัวนี้ก็ต้องดาวน์ลงไปอย่างแน่นอน ซึ่งปัจจุบันยอมรับว่ารายได้ของเราก็หายไปกว่าครึ่ง เพราะร้านที่เปิดใหม่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก และจากรายได้ 2-3 ล้านบาทต่อเดือน ตอนนี้เหลือประมาณ 1 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนกำไรอยู่ที่ประมาณ 15%
 
บรรยากาศภายในร้าน
 
“ผมเชื่อว่าถ้าในคุณภาพเดียวกัน ยังไม่มีใครสามารถที่จะทำราคาได้ถูกกว่าเรา เพราะเราได้เปรียบเรื่องค่าเช่าพื้นที่ไม่แพง เพราะเป็นพื้นที่เช่าทำร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่แล้ว พอตอนเย็น ปรับเป็นร้านบุฟเฟต์ซีฟูด ซึ่งผู้ที่สนใจตอนนี้เปิดขายแฟรนไชส์ในราคา 1 แสนบาท สิ่งที่ลูกค้าแฟรนไชส์จะได้รับคือ โนว์ฮาว แบรนด์ และเป็นที่ปรึกษาตลอดอายุสัญญา 3 ปี และลูกค้าจ่ายค่าการตลาดเดือนละ 5,000บาท ซึ่งทำประชาสัมพันธ์แนะนำผ่านหน้าเฟซบุ๊กให้ตลอด ปัจจุบันทำโฆษณากับทางเฟซบุ๊ก ต่อเดือนจ่ายประมาณ 30,000 บาท ตั้งเป้าขยายสาขาแฟรนไชส์ไว้จำนวน 5 สาขา” 
 
สนใจโทร. 09-9446-6964
goo.gl/3hE9Xj

อ้างอิงจาก goo.gl/7gSoAd
ดาวเด่นแฟรนไชส์ ล่าสุดได้แก่
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2019 All Right Reserved.