Chester's Grill
Research2Biz
English language
Japanese language
Chinese language
Korean language
Laos language
Malaysian language
German language
Indonesian language
ค้นหาธุรกิจ SMEs และแฟรนไชส์
คำฮิต : เอ็น แอนด์ บี พิซซ่าคอมพานี
แมทเนเซียม สมาร์ทโพสต์ เฟรชมาร์ท
     New Arrival!
คำค้นยอดฮิต ธุรกิจแฟรนไชส์
 
Brain FitnessD-BESTDog2Home BeautyHeads or TailsKFCMilk Chocolateการออกแบบการ์ตูนก๋วยเตี๋ยวขยายแฟรนไชส์จอมใจชาชาชัก ป๋านมชามาภัทร สิทธิอำนวยชาเขียวช็อกโกแลตตลาดนัดตลาดนัดสวนจตุจักรธนกรนางสาวสุจิรา เธียรอุกฤษฎ์นายพิจิตรนายภาสกรน้ำอัดลมโบราณบาร์บีคิวพลาซ่าบ้านเกิดเมืองนอนประเทศลาวผมพม่าพิซซ่าทูเดย์ ชูการ์บันยำวุ้นเส้นยูโกะระบบหลังการขายราคาขายลูกชิ้นแปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำลูกชิ้นโบแดงวิดีโอสนุกสลัดผักสัญชาติไทยอบน้ำแดงอาหารราชวงศ์เกาหลีอินทนิลอินโดจีนเจ้เปิ้ลนมสดเนยสดแกงเขียวหวานแฟรนไชส์เปาะเปี๊ยะทอดโจ๊กมงคลโดนัทไอศกรีม
 
อ่านต่อ   
  ดาวเด่นแฟรนไชส์    ลูกชิ้นปลากรายทอดมหาชัย ต่อยอดสูตร 20 ปีรุกแฟรนไชส...
 
 28 มกราคม 2553  เข้าชม 26,669 ครั้ง

ลูกชิ้นปลากรายทอดมหาชัย ต่อยอดสูตร 20 ปีรุกแฟรนไชส์ 
 
 

 

 
       เมื่อทายาทธุรกิจอย่าง “เจตุบัญชา อำรุงจิตชัย” วัย 28 ปี เข้ามาสานต่อธุรกิจผลิตลูกชิ้นปลากรายของครอบครัว ได้ขยายช่องทางตลาด จากเดิมแค่ขายส่งอย่างเดียวสู่การสร้างเครือข่ายแฟรนไชส์ ในชื่อ “ลูกชิ้นจัง” หวังเป็นฐานปล่อยวัตถุดิบกว้างขึ้น โดยชูจุดเด่นสูตรดั้งเดิมครองใจลูกค้ามากว่า 20 ปี

 
       เจตุบัญชา อำรุงจิตชัย เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ลูกชิ้นปลากรายทอด ยี่ห้อ “ลูกชิ้นจัง” เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวทำธุรกิจผลิตลูกชิ้นปลามานานกว่า 20 ปี โดยเปิดโรงงานอยู่ที่มหาชัย เน้นผลิตเพื่อขายส่งให้แก่ร้านลูกชิ้นปลาทอดและร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าดังในกรุงเทพฯ มากกว่า 10 แห่ง เช่น ย่านเยาวราช และตลาดวังหลัง เป็นต้น
      
       ทั้งนี้ เมื่อตัวเขา ก้าวมาช่วยธุรกิจครอบครัว อยากจะขยายตลาด จากเดิมขายส่ง 100% ไม่มีแบรนด์ เปลี่ยนมาสู่การขายปลีกด้วยตัวเองควบคู่กันไป ภายใต้ตรายี่ห้อ “ลูกชิ้นจัง” เน้นขยายฐานการปล่อยวัตถุดิบด้วยกลยุทธ์สร้างเครือข่ายแฟรนไชส์
       
       “ถ้าโรงงานจะเปิดตัวขายปลีกเองเลย แน่นอนว่า ราคาจะถูกกว่าที่ลูกค้าขาประจำซื้อไปขายต่อ แต่ในแง่ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เราไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เพราะเท่ากับขายตัดราคาคู่ค้าที่ซื้อขายกันมานับ 10 ปีเติบโตมาด้วยกัน ดังนั้น การขยายตลาด เลือกสร้างแบรนด์ใหม่ ซึ่งไม่ต้องไปแข่งกับลูกค้าดั้งเดิมของเรา โดยสร้างเครือข่ายแฟรนไชส์ มีเป้าหมายหลักป้อนวัตถุดิบลูกชิ้นปลากรายส่งให้แก่แฟรนไชส์เหล่านี้” ทายาทธุรกิจ ระบุ
      
       สำหรับจุดเด่นของสินค้า เจตุบัญชา ระบุไปที่ความอร่อยของลูกชิ้นที่เป็นสูตรลับ สืบทอดกันมานาน มีส่วนผสมประกอบด้วยเนื้อปลากราย ประมาณ 60% ปลาอื่นๆ ประมาณ 20-30% และแป้งประมาณ 10-20% ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน GMP , ISO และ อย. อีกทั้ง มีศักยภาพการผลิตมากกว่าวันละ 1,000 กิโลกรัม รองรับความต้องการของลูกค้าได้เพียงพอ

  

 
       นอกจากนั้น เมื่อมองถึงภาพรวมของตลาด ปัจจุบัน ยังไม่มีรายใด นำเสนอแฟรนไชส์ลูกชิ้นปลากรายทอดอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงรถเข็นที่ถูกตั้งคำถามถึงความสะอาดปลอดภัย ทำให้แบรนด์ “ลูกชิ้นจัง” มีความโดดเด่นกว่าสินค้าในท้องตลาด
      
       “ทุกวันนี้ รถเข็นที่ขึ้นป้ายว่า ลูกชิ้นปลากราย 100% สูตรเยาวราช ในความเป็นจริง มีน้อยรายมาที่จะเป็นปลากราย 100% จริง ส่วนที่บอกว่า สูตรเยาวราช ความจริงแล้ว แทบทุกร้านในเยาวราชก็รับลูกชิ้นปลามาจากมหาชัย ดังนั้น เชื่อได้ว่า ความอร่อย และสดใหม่ของลูกชิ้นจังโดดเด่นกว่าที่ขายตามท้องตลาดแน่นอน”
      

 

 
       เจตุบัญชา เผยต่อว่า ใช้ทุนเบื้องต้น เพื่อสร้างธุรกิจ “ลูกชิ้นจัง” ทั้งค่าออกแบบ และผลิตคีออสต้นแบบ ค่าบรรจุภัณฑ์ รวมถึงทำตลาด ประมาณ 2 แสนบาท เริ่มเปิดตัวเมื่อเดือนเมษายน 2551 ที่ผ่านมา แผนธุรกิจในเบื้องต้น เริ่มจากเปิดโอกาสให้ผู้สนใจมาร่วมเป็นหุ้นส่วนแฟรนไชส์ โดยเงินลงทุนพร้อมเริ่มธุรกิจ มีให้เลือก 3 รูปแบบ คือ คีออสขนาด 80 ซม. ลงทุน 15,900 บาท ขนาด1.2 เมตร 21,500 บาท และขนาด 1.5 เมตร 24,000 บาท 
       
       ปัจจุบัน มีสาขาประมาณ 10 แห่ง กระจายอยู่ย่านชุมชนในกรุงเทพฯ เช่น ท่าน้ำศิริราช ตลาดพระราม 5 เป็นต้น สำหรับหลักเกณฑ์แฟรนไชส์นั้น กำหนดว่า ก่อนจะขายจริง จะจัดอบรมการทอด และวิธีเก็บรักษาวัตถุดิบ อีกทั้ง กำหนดต้องซื้อลูกชิ้นปลากราย และน้ำจิ้มจากส่วนกลางเท่านั้น ในราคาส่ง ลูกชิ้น กิโลกรัมละ 55 บาท ต้องสั่งอย่างต่ำ 2 วันต่อหนึ่งครั้ง ส่วนน้ำจิ้มส่งในราคา 35 บาทต่อกิโลกรัม
      

 
       เจ้าของธุรกิจ อธิบายต่อว่า กำหนดราคาขายปลีกของแฟรนไชส์ซีไว้ที่ 7 ลูก 20 บาท โดยเฉลี่ย 1 กิโลกรัม แฟรนไชส์ซีจะมีกำไรจากราคาส่ง ยังไม่หักค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเช่า และค่าพนักงาน ประมาณ 45% ถ้าสามารถขายได้วันละ 40 กิโลกรัม จะมีรายได้ 1,500 – 1,800 บาท สามารถคืนเงินลงทุนได้ในเวลา 1-2 เดือนขึ้นอยู่กับทำเล
      
       “ลูกชิ้นเป็นอาหารที่กินเล่นได้ง่ายๆ กลุ่มลูกค้ากว้างตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่ ถ้าทำเลเหมาะสมยอดขายวันละ 40 กิโลกรัม ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำได้ ดูจากแฟรนไชส์ซีที่เปิดไปแล้วแทบทุกรายสามารถทำยอดนี้ได้ และยิ่งดูยอดขายจากลูกค้าดั้งเดิมที่รับลูกชิ้นของเราเป็นประจำ มียอดขายวันละ ไม่ต่ำกว่า 100 กิโลกรัม” เจตุบัญชา กล่าวเสริม
 

 

 
       สำหรับแผนธุรกิจก้าวต่อไปนั้น ทายาทธุรกิจ เผยว่า พยายามเดินสายเปิดตัวสินค้าตามงานแฟร์ต่างๆ เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากที่สุด ตั้งเป้าภายในสิ้นปีนี้ (2551) มีแฟรนไชส์ “ลูกชิ้นจัง” กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ประมาณ 13-14 สาขา ทั้งย่านชุมชน และห้างสรรพสินค้าต่างๆ ส่วนอนาคตอยากขยายให้ทั่วทุกจังหวัด นอกจากนั้น ภายในสิ้นปีนี้ เตรียมนำผลิตภัณฑ์ “ลูกชิ้นจัง” แบบบรรจุซอง ราคา 28 บาท (150 กรัม) วางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เกตตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปด้วย
       

โทร.0-2412-7764 , 08-0593-9816 www.look-chin-jung.com 
 

 
 
ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Twitter ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน  Facebook ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Google Plus ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Instagram ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Line
Home  |  About Us  |  Contact Us  |  Feedback  |  Careers  |  Disclaimer  |

Tel. 02-8967330 | Fax. 02-8967331 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com
Copyright © 2005 - 2014 All Right Reserved.
เจ้าของเดียวกับ ThaiFranchiseCenter.com | ThaiSMEfranchise.com | ThaiFranchiseTV.com