439
1
25 มีนาคม 2563
ธพว.เผยลูกค้าได้ผลกระทบ “โควิด-19” ทะลุหมื่นราย รุกมาตรการ “พัก-ขยาย-เติม” ลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มสภาพคล่อง
 
 
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่ดูแลลูกค้าได้รับผลกระทบจาก “โควิด-19” เผยประสบปัญหาแล้วมากกว่า 1 หมื่นราย ระบุเร่งพาเข้ามาตรการ “พัก-ขยาย-เติม” บรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มสภาพคล่อง ประคองธุรกิจให้ก้าวผ่านภาวะฉุกเฉินได้อย่างเข้มแข็ง
 
นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการ “พัก-ขยาย-เติม” เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อมจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โดย ธพว.ทำงานเชิงรุก ส่งพนักงานสาขาทั่วประเทศสำรวจข้อมูลผลกระทบ ดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมกิจการ หรือติดต่อสอบถามผ่านโทรศัพท์

รวมถึงส่งจดหมายแนะนำเชิญชวนเข้าสู่มาตรการ “พัก-ขยาย-เติม” เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและคลายความกังวลให้แก่ลูกค้า ธพว.ทุกราย โดยข้อมูลนับถึงวันที่ 5 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา พบว่าลูกค้าธนาคารได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้วจำนวน 11,894 ราย คิดเป็นภาระหนี้จำนวน 20,469 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง นอกจากนั้น เบื้องต้นลูกค้ามีความต้องการขอวงเงินสินเชื่อใหม่เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่องประมาณ 565 ล้านบาท
 
ทั้งนี้ ธพว.เร่งพาลูกค้าที่ได้รับผลกระทบเข้าสู่มาตรการ “พัก-ขยาย-เติม” อย่างต่อเนื่อง กำหนดต้องคลี่คลายปัญหาของลูกค้าทุกรายที่ได้รับผลกระทบให้เบ็ดเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2563 นี้ ซึ่งความช่วยเหลือของ ธพว.ครอบคลุมทั้งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทางตรง ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ภัตตาคาร ธุรกิจนำเที่ยว ร้านขายของฝากของที่ระลึก ฯลฯ และธุรกิจได้รับผลกระทบทางอ้อม เช่น ธุรกิจ Supply Chain หรือธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทางตรง เป็นต้น
 
ธพว.ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐพร้อมช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ผ่านมาตรการ “พัก-ขยาย-เติม” เพื่อให้ลูกค้ามีภูมิคุ้มกันทางธุรกิจ ลดภาระค่าใช้จ่ายและมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น รวมถึงป้องกันการตกชั้นของลูกค้า ซึ่งนอกเหนือจากที่ลูกค้าจะติดต่อสมัครเข้าร่วมมาตรการด้วยตัวเองแล้ว ธนาคารเพิ่มความสะดวกสบาย ลงพื้นที่ไปแนะนำมาตรการและติดตามดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด
 
 
สำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการ “พัก-ขยาย-เติม” สามารถเลือกใช้สิทธิ์ต่างๆ ได้ ประกอบด้วย
  1. มาตรการ “พัก” ชำระหนี้เงินต้น สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรง นานสูงสุด 12 เดือน และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม นานสูงสุด 6 เดือน เพื่อช่วยลดภาระการชำระหนี้และมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยเริ่มพักชำระนับจากเดือนถัดไปที่ได้รับการอนุมัติพักชำระหนี้เงินต้น
  2. มาตรการ “ขยาย” เวลาชำระหนี้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ธุรกิจ และสำหรับลูกค้าที่ใช้ บสย.ค้ำประกันเดิม (โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Portfolio Guarantee Scheme (PGS) ระยะที่ 5-7 ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ทำหน้าที่เป็นหลักทรัพย์ช่วยค้ำประกันให้ผู้ประกอบการ SMEs ทุกกลุ่มเข้าถึงสินเชื่อได้คล่องตัวขึ้น) สามารถขยายระยะเวลาค้ำประกันออกไปได้อีก 5 ปี โดยลูกค้าไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ และ
  3. มาตรการ “เติม” ทุนดอกเบี้ยถูกเสริมสภาพคล่อง เพื่อให้ลูกค้ามีเงินทุนไปใช้หมุนเวียนในธุรกิจ คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ นิติบุคคล 3% ต่อปี ใน 3 ปีแรก วงเงิน 1 ล้านบาทต่อราย และบุคคลธรรมดา 5% ต่อปี ใน 3 ปีแรก วงเงิน 5 แสนบาทต่อราย ระยะเวลาผ่อนนานสูงสุด 7 ปี
ด้านนายภูปกรณ์ พริ้งทองฟู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนน์ ทู แบ๊กส์ จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจรับจ้างทำของ จัดทำสินค้าพรีเมียม กล่าวว่า บริษัทได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด “โควิด-19” ส่งผลต่อยอดสั่งซื้อสินค้าลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้รายได้ที่เข้ามาลดลงไปด้วย สวนทางกับภาระค่าใช้จ่ายของบริษัทที่ยังคงมีอยู่

ดังนั้น เมื่อ SME D Bank ออกมาตรการ “พัก-ขยาย-เติม” ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ช่วยเหลือลูกค้าในช่วงสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ช่วยประคองให้ธุรกิจเดินหน้า โดยเฉพาะการเติมเงินทุน ทำให้บริษัทยังมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการบริหารจัดการธุรกิจ รวมถึงยังคงสภาพการจ้างงานได้ต่อไป และหากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติก็จะช่วยให้บริษัทฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
 
นางสาวนิภร ตรีเลิศกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ททัวร์ จำกัด ธุรกิจจัดบริการท่องเที่ยว กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจท่องเที่ยวถือว่าได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เคยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ หรือไปต่างประเทศหดหายไปจากความกังวลการแพร่ระบาด “โควิด-19” ส่งผลต่อรายได้ของบริษัทลดลง แต่การทำธุรกิจยังต้องเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะการดูแลลูกจ้าง ถือเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญมากที่สุด

แม้ปัจจุบันจะเผชิญวิกฤต โดยยืนยันว่าจะไม่มีการเลิกจ้าง แต่ขอประคองธุรกิจไปด้วยกัน ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ SME D Bank แนะนำมาตรการ “พัก-ขยาย-เติม” ทำให้มีช่องทางทางการเงินเพิ่มขึ้น ถือเป็นมาตรการที่ครอบคลุม ทั้งการลดภาระค่าใช้จ่าย และเติมเงินทุน ทำให้บริษัทมีสภาพคล่องที่เพียงพอต่อการรับมือความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
 
อ้างอิงจาก : MGROnline.com
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
อู้ฟู่ลูกชิ้นปลาเยาวรา..
830
ชีสซี่ฟราย สแน็ค เปิดส..
742
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เ..
732
กุ้งอบวุ้นเส้นเศรษฐี (..
708
แฟรนไชส์ชิปป์สไมล์เซอร..
680
กรมพัฒน์ฯ เตรียมจัดประ..
671
ข่าว SMEsมาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2020 All Right Reserved.