611
25 กุมภาพันธ์ 2562
“จ๊อบไทย” เปิด 3 อาชีพสายเทคโนโลยีรับยุคบิ๊กดาต้า พร้อมเผยทักษะสำคัญที่ต้องมี
 

 
ผู้บริหารจ๊อบไทยเผย 3 อาชีพด้านเทคโนโลยีมาแรงรับกระแสบิ๊กดาต้า ชี้ต้องมีทักษะด้านรอบ โดยเฉพาะด้านสถิติ ชี้เจ้าของธุรกิจต้องการนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาดและผลิตภัณฑ์ หวังต่อยอดเชิงธุรกิจ
 
นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการของจ๊อบไทย (JobThai) ในฐานะบริการหางาน สมัครงาน ออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย เปิดเผยถึง 3 อาชีพสายเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงเพื่อรับมือบิ๊กดาต้า โดยทั้ง 3 อาชีพต้องมีทักษะต่างๆ ดังนี้
 
 
เริ่มต้นที่ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) ซึ่งอาชีพนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล หรือ Data Scientist เป็นนิยามอาชีพที่ค่อนข้างกว้าง บางคนอาจจะดูเรื่อง Analytic อย่างเดียว บางคนต้องนำข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่โดยรวมแล้วก็คือการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ดีขึ้นนั่นเอง 
 
สำหรับอาชีพนี้ค่อนข้างเปิดกว้าง โดยคนที่จะเข้ามาทำอาชีพนี้ได้นั้นไม่ได้ระบุเจาะจงว่าต้องจบสาขาอะไร แต่ส่วนใหญ่แล้วจะจบมาทางด้านวิทยาศาสตร์เพราะมีทักษะทางด้านการวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับข้อมูลอื่นได้ หรือจบมาจากสาขาที่เกี่ยวกับสถิติก็ได้เช่นกัน สำหรับผู้ที่สนใจทำงานในสายนี้ต้องมีทักษะสำคัญ ได้แก่
 
•ทักษะทางตรง (Hard Skills) ได้แก่ 1. การนำเสนอข้อมูลเชิงภาพ - เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลมาแล้ว ต้องสามารถถ่ายทอดข้อมูลเหล่านั้นให้แก่คนที่ต้องการจะสื่อสารด้วยเห็นภาพมากที่สุด ซึ่งอาจจะทำออกมาเป็นรูปแบบของกราฟหรือภาพ ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือต้องรู้ว่ากราฟหรือภาพแบบไหนเหมาะกับข้อมูลประเภทใดเพื่อทำให้คนทั่วไปเข้าใจมากที่สุด 2. การเขียนโค้ด - ทักษะนี้ถือเป็นทักษะสำคัญมากสำหรับอาชีพนี้ เพราะต้องใช้ในการสร้างโมเดลให้สามารถเก็บและดึงข้อมูลตามที่ต้องการเพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการวิเคราะห์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ 
 
•ทักษะทางอ้อม (Soft Skills) ได้แก่ 1. ทักษะด้านการสื่อสาร - นอกจากการนำเสนอข้อมูลเชิงภาพออกมาในรูปแบบต่างๆ แล้ว ต้องมีทักษะในการสื่อสารข้อมูลเหล่านั้นให้คนทั่วไปที่ไม่มีความรู้ด้าน Data Science สามารถเข้าใจได้ 2. ความรู้ด้านธุรกิจ - เป็นทักษะที่ช่วยให้เข้าใจเป้าหมายหรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ทำนั้นว่ามีผลตอบรับเป็นอย่างไร และจะเพิ่มผลลัพธ์ให้แก่ธุรกิจได้อย่างไร
 
 
 
ต่อด้วยอาชีพ นักภาษาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computational Linguistics) เป็นอาชีพที่ต้องนำทฤษฎีทางภาษาศาสตร์มารวมกับวิทยาการคอมพิวเตอร์ หากพูดให้เข้าใจถึงอาชีพนี้อย่างง่ายๆ ก็คือ การทำให้คอมพิวเตอร์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและเข้าใจภาษา และทำหน้าที่ทางด้านภาษาต่างๆ แทนมนุษย์ได้ เช่น เครื่องแปลภาษาอัตโนมัติ (Machine Translation) หรือหุ่นยนต์นักสนทนา (Chatbot) ที่สามารถรับคำสั่งจากมนุษย์ได้ เป็นต้น ถือเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การทำงานเป็นรูปแบบอัตโนมัติมากขึ้น เพื่อลดขั้นตอนการทำงานของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่จะมาทำงานในสายนี้ต้องมีทักษะสำคัญที่ควรรู้ ดังนี้
 
•ทักษะทางตรง (Hard Skills) ได้แก่

1. ทักษะทางด้านภาษาศาสตร์ - การทำให้คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจภาษาและทำหน้าที่ทางด้านภาษาต่างๆ แทนมนุษย์ได้นั้นจำเป็นต้องใช้ทักษะนี้ เพราะข้อมูลทางภาษามีความพิเศษของตัวเอง จึงต้องใช้ทักษะในการวิเคราะห์ที่แตกต่างกันออกไป เช่น การแปลภาษาอัตโนมัติ (Machine Translation) ให้ความหมายออกมาในรูปแบบต่างๆ ตามที่ผู้ใช้งานต้องการ หรือโปรแกรมในการค้นหา (Search Engines) ที่จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้เราสามารถพิมพ์คำถามตามที่ต้องการลงไปได้เลย ซึ่งระบบก็สามารถเข้าใจและส่งคำตอบกลับมาให้เราได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนต้องใช้ทักษะทางภาษาศาสตร์ทั้งสิ้น

2. การเขียนโปรแกรม - ทักษะนี้จะทำให้คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ว่ามนุษย์ต้องการอะไร เช่น การทำให้หุ่นยนต์นักสนทนา (Chatbot) สามารถตอบคำถามเราได้โดยที่เข้าใจได้ว่านี่คือคำถามชนิดใด จะไปหาคำตอบมาได้จากที่ไหน หรือสิ่งที่ต้องการเป็นประโยคคำสั่งหรือไม่ ซึ่งในปัจจุบัน Chatbot สามารถรับคำสั่งจากมนุษย์ได้ไม่ว่าจะเป็นการเปิดไฟ ปรับแอร์ เปิดตู้เย็น เป็นต้น

3. ทักษะทางด้านสถิติ - เป็นงานที่ต้องอาศัยพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์และสถิติในการศึกษาข้อมูลทางภาษาศาสตร์ที่มีจำนวนมาก เช่น สถิติการใช้คำและประโยคเพื่อวิเคราะห์ความเป็นธรรมชาติในการใช้งานและความถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ การใช้ความน่าจะเป็นในการแก้คำกำกวม ซึ่งทักษะเชิงคณิตศาสตร์และสถิติจะช่วยให้เข้าใจถึงกลไกของภาษาหรือเข้าใจธรรมชาติของภาษาได้ดีขึ้น
 
•ทักษะทางอ้อม (Soft Skill) ได้แก่ การคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา - ต้องอาศัยทักษะนี้ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางภาษา เพื่อพัฒนาให้คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจภาษาและวิเคราะห์ข้อมูลทางภาษาในลักษณะต่างๆ ได้ดีขึ้น เช่น การพัฒนาเครื่องแปลภาษาอัตโนมัติ (Machine Translation) อาจจะวิเคราะห์ว่าความหมายที่ต้องแสดงผลออกมานั้นจะเป็นรูปแบบไหน ต้องใช้โมเดลอะไร เป็นต้น
 
 
 
ปิดท้ายกันที่อาชีพ นักพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Engineer) เมื่อ AI หรือเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์เริ่มได้รับความนิยมในโลกธุรกิจและยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้อาชีพ AI Engineer มีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่ง AI Engineer คือผู้ที่สามารถนำเอาศาสตร์ด้านปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ โดยการเขียนโปรแกรมหรือชุดคำสั่งด้วยเทคนิคต่างๆ เพื่อทำให้ปัญญาประดิษฐ์สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และสามารถตัดสินใจในเรื่องที่ซับซ้อนได้อย่างถูกต้องแม่นยำขึ้นเรื่อยๆ สำหรับผู้ที่สนใจทำงานในสายนี้ต้องมีทักษะสำคัญ ได้แก่
 
•ทักษะทางตรง (Hard Skills) ได้แก่ 1. การเขียนโปรแกรมและความรู้ด้านภาษาคอมพิวเตอร์ - มีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาที่นิยมทางด้าน AI เช่น python, java เพื่อสร้างและทดสอบแบบจำลองการเรียนรู้ของ AI ให้สามารถเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้ใช้งานได้ดีขึ้น 2. คณิตศาสตร์ประยุกต์ - เนื่องจากคณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญอย่างมากกับปัญญาประดิษฐ์ ดังนั้นจึงต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการข้อมูลที่มีอยู่เป็นจำนวนมากและสามารถนำความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ เช่น ความน่าจะเป็น สถิติ แคลคูลัส มาประยุกต์ใช้กับข้อมูลเหล่านั้นเพื่อวิเคราะห์และออกแบบระบบ
 
•ทักษะทางอ้อม (Soft Skills) ได้แก่ 1. ทักษะการสื่อสาร - การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญกับทุกอาชีพ ถึงแม้ว่าสายงานนี้จะเน้นการทำงานในเชิงเทคนิคแต่ก็ต้องมีการสื่อสารกันทั้งภายในทีมและกับทีมอื่นๆ เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลโดยเฉพาะข้อมูลเชิงเทคนิค 2. เรียนรู้เทคโนโลยีอยู่เสมอ - ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และอัปเดตเทรนด์เกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลงและสามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม
 
ทั้งนี้ 3 อาชีพสายเทคโนโลยีข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเทรนด์อาชีพที่กำลังมาใหม่ในยุคแห่งเทคโนโลยีและข้อมูล สำหรับใครที่มองเห็นโอกาสและอยากผันตัวมาสู่สายอาชีพเหล่านี้ก็ควรเริ่มฝึกฝนทักษะที่จำเป็นเพื่อสร้างโอกาสและพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน 
 
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่จ๊อบไทย (JobThai) โทรศัพท์ 0-2353-6900 หรือเข้าไปที่ www.jobthai.com


อ้างอิงจาก mgronline.com
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
“ออฟฟิศเมท พลัส” แฟรนไ..
1,176
แรงไม่หยุด! แฟรนไชส์ ม..
1,037
แฟรนไชส์ เฮียเปา-ซาลาเ..
1,002
ครั้งแรกของประเทศ งานป..
987
บับเบิ้ลฮันนี่ ชานมไต้..
969
ชิปป์สไมล์ แฟรนไชส์ไปร..
968
ข่าว SMEsมาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2020 All Right Reserved.