771
1
facebook
28 กันยายน 2560
เอปสันย้ำครองเจ้าตลาดอิงค์แท็งค์และโปรเจคเตอร์ ปูพรมสินค้าใหม่จับตลาดองค์กรธุรกิจ

 
 
เอปสันตอกย้ำความเป็นเจ้าตลาดอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ระบบแท็งค์และโปรเจคเตอร์ของไทย เปิดตัว L-series และโปรเจคเตอร์ Smart series รุกตลาดองค์กรธุรกิจต่อเนื่อง รับกลุ่มเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ ขยายตัว พร้อมจัดงาน "Imagination to Future Business" โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีเอปสันต่อยอดธุรกิจ และยก ระดับไลฟ์สไตล์ชีวิตยุคดิจิทัล
 
นายยรรยง มุนีมงคงทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า "ในภาพรวมของธุรกิจทั้งใน กลุ่มสินค้าอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ระบบแท็งค์และโปรเจคเตอร์ของเอปสัน ถือว่ายังคงประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ เพราะสามารถทำยอดขายพรินเตอร์ L-series ทั่วโลกใน 150 ประเทศ ทะลุ 20 ล้านเครื่องไปเมื่อไตรมาสสองปีนี้ ส่วนในประเทศไทย ยอดขาย L-series ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและครองส่วนแบ่งตลาดพรินเตอร์ระบบแท็งค์ได้ถึง 44%

สำหรับโปรเจคเตอร์ เอปสันก็ยังรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดที่มียอดขายสูงสุดติดต่อกัน 16 ปี ด้วยส่วนแบ่ง ตลาดทั่วโลกที่ 35.5% เช่นเดียวกับตลาดประเทศไทย ที่เอปสันยังคงเป็นอันดับหนึ่ง โดยสามารถเพิ่มส่วนแบ่ง ตลาดขึ้นมาเป็น 45% ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้"
 
"เอปสันจึงต้องการรักษาความต่อเนื่องในการรุกขยายตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง ด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่ ทั้งในกลุ่ม อิงค์เจ็ทพรินเตอร์ระบบแท็งค์รุ่น L-series และโปรเจคเตอร์รุ่น Smart series เพื่อรองรับการลงทุนขยายธุรกิจของ องค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพที่มีจำนวนเกิดใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งยังรองรับการลงทุน ของหน่วยงานรัฐที่จะเริ่มต้นขึ้นในปีงบประมาณใหม่ที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย"
 
สำหรับสินค้ากลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ระบบแท็งค์ L-series ที่เปิดตัวในครั้งนี้เป็นเครื่องมัลติฟังก์ชั่นสี่สี พร้อม Wi-Fi ได้แก่ L405 และรุ่นที่ใช้หมึกพิกเมนท์สีดำกันน้ำจำนวน 5 รุ่น ได้แก่ L4150, L4160, L6160, L6170, L6190 โดย ไฮไลท์อยู่ที่รุ่น L6160, L6170 และ L6190 ที่ใช้หัวพิมพ์ไมโครปิเอโซรุ่นใหม่ PrecisionCore ทำให้สามารถพิมพ์ งานปริมาณมากในความเร็วสูง และให้ต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นที่ถูก โดยพิมพ์สีอยู่ที่ 13 สตางค์ และพิมพ์ขาวดำ 5 สตางค์ ทั้งยังสามารถพิมพ์สองหน้า (Duplex) แบบอัตโนมัติ และพิมพ์แบบไร้ขอบ (Borderless) ได้ใหญ่สุดถึงขนาด A4
 
นายยรรยง กล่าวต่อว่า "ปัจจุบันลูกค้าองค์กรธุรกิจมีความพิถีพิถันในการเลือกซื้อพรินเตอร์มากขึ้น นอกเหนือจาก ความคุ้มค่าในการลงทุนและประหยัดค่าพิมพ์ต่อแผ่นแล้ว ยังต้องการเครื่องที่พิมพ์งานได้เร็วยิ่งขึ้น โดยที่คุณภาพ ไม่ลดลง ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน เชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ ไปจนถึงประเภทของน้ำหมึกที่ใช้ ต้องให้ผลงานที่สวยงาม คงทน

ซึ่งเอปสันสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ในทุกด้าน รวมไปถึงในด้านตัวสินค้าที่มีความทนทาน และ ด้านการทำงานที่มีประสิทธิภาพและให้คุณภาพงานพิมพ์ที่ดีกว่าคู่แข่ง เพราะผ่านการประกอบและการควบคุม คุณภาพการผลิตจากโรงงานของเอปสันเอง"
 
"เอปสันยังเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวที่มีอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ระบบแท็งค์มากที่สุดถึง 18 รุ่นในตลาด ลูกค้าจึงสามารถ เลือกใช้รุ่นที่เหมาะกับงบประมาณและปริมาณการพิมพ์ในออฟฟิศของตัวเองได้อย่างลงตัว ไม่ต้องกังวลกับต้นทุน การพิมพ์ต่อแผ่นที่สูงหรือการเปลี่ยนตลับหมึกอีกต่อไป อีกทั้งมีการนำหมึกพิกเมนท์สีดำมาใช้เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณ การพิมพ์งานขาวดำได้มากขึ้น จากเดิม 6,000 แผ่นต่อหมึก 1 ขวด เป็น 7,500 แผ่น"
 
"นอกจากนี้ ในตลาดยังไม่มีเครื่องคู่แข่งที่สามารถพิมพ์ Duplex แบบอัตโนมัติได้ ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่ช่วยประหยัด ต้นทุนค่ากระดาษในออฟฟิศลงได้ถึง 50% สอดรับกับเทรนด์การพิมพ์งานในออฟฟิศวันนี้ที่มุ่งลดการใช้กระดาษ มากขึ้น จุดเด่นอีกประการของสินค้าใหม่ที่เปิดตัวในครั้งนี้คือขนาดเครื่องที่เล็กลง ประหยัดพื้นที่ในการใช้งาน และ ระบบการเติมหมึกแบบใหม่ที่ป้องกันการหกเลอะและปัญหาการเติมหมึกผิดสี ด้วยหัวล็อคช่องเติมหมึกบนแท็งค์ และจุกขวดน้ำหมึกที่ได้รับการออกแบบให้มีความแตกต่างเฉพาะตัวของแต่ละสี สินค้าทุกรุ่นยังเพิ่มระยะเวลาการ รับประกันเป็น 2 ปี เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้กับลูกค้า" นายยรรยง กล่าว
 
ในส่วนโปรเจคเตอร์เอปสัน ได้เปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่ม Smart series ที่มีความสว่างไม่เกิน 4,000 ลูเมนส์ พร้อม กัน 7 รุ่น เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในห้องประชุมขนาดเล็กสำหรับองค์กรธุรกิจเอสเอ็มอี สถาบันศึกษา และธุรกิจ Co-working ประกอบด้วย EB-S05, EB-S41, EB-X05, EB-X41, EB-W05, EB-W41 และ EB-U42 โดยมีการ อัพเกรดเรื่องหลอดภาพที่ให้แสงสว่างเพิ่มขึ้นและมีอายุการใช้งานนานขึ้นจาก 5,000 ชั่วโมง เป็น 6,000 ชั่วโมง และ 10,000 ชั่วโมงในโหมดประหยัดพลังงาน (Eco Mode)

รวมถึงยังมีฟังก์ชั่นที่สามารถเลือกให้เครื่องเปิดทำงานเองโดยอัตโนมัติทันทีที่เสียบปลั๊กไฟ (Direct Power-On) หรือทันทีที่เสียบสายเชื่อมต่อสัญญาณภาพขาเข้า (Auto Power-On) นอกจากนี้ยังมีปุ่ม Home Screen ที่สามารถเลือกฟังก์ชั่นที่ใช้งานบ่อยมาตั้งค่าไว้เพื่อการใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งโปรเจคเตอร์ทั้ง 7 รุ่น ยังสามารถเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ Wireless ที่เมื่อต่อเข้ากับเครื่องโปรเจคเตอร์ จะส่งสัญญาณไร้สายไปยังคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อการทำงานด้วยแอพพลิเคชันเฉพาะของเอปสัน iProjection ได้ทันที
 
โดย EB-U42 จะมี build-in wireless สามารถเชื่อมต่อ ผ่าน Wi-Fi Direct และ Miracast เพื่อดึงภาพจากหน้าจอสมาร์ทดีไวซ์ขึ้นมาฉาย (Screen Mirroring) ได้ ทั้งยังมี ฟังก์ชั่น Multi PC ที่ช่วยเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเลต ทั้งในระบบ Android และ iOS ได้ถึง 50 จอ โดยรองรับการแสดงผลจากอุปกรณ์ต่างๆ ได้พร้อมกัน 4 หน้าจอ
 
นายยรรยง ยังกล่าวถึงกลยุทธ์ด้านการตลาดสนับสนุนการเปิดตัวสินค้าใหม่ครั้งนี้ ว่า "สภาพตลาดและไลฟ์สไตล์ ของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้น ทำให้เทคโนโลยีต้องอัพเกรด ประสิทธิภาพให้สามารถนำเสนอผลลัพธ์ที่ มากกว่าสิ่งที่ผู้บริโภคคาดหวังได้ การเปิดตัวสินค้าใหม่ครั้งนี้เป็นการแสดงศักยภาพของเอปสันที่สามารถคงความ ต่อเนื่องในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพรินเตอร์และโปรเจคเตอร์มาอย่างยาวนาน

นอกจากนี้ เอปสัน ประเทศไทย ยังได้ออกกลยุทธ์ 4Cs เพื่อสนับสนุนการทำตลาดสินค้าใหม่ ซึ่งประกอบด้วย Customer Solution หรือการนำ เสนอรูปแบบใหม่ผ่านการผสมผสานสินค้าต่างๆ ของเอปสันออกมาเป็นโซลูชั่นที่หลากหลายเพื่อธุรกิจประเภท ต่างๆ ซึ่งทำให้ลูกค้าสามารถมองเห็นถึงภาพรวมของการทำงานทั้งระบบที่มีสินค้าของเอปสันเป็นองค์ประกอบใน ทุกขั้นตอน แทนที่จะแยกนำเสนอสินค้าแต่ละชิ้นและเน้นการขายแบบตัดราคา โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่ ลูกค้าได้รับจริงๆ"
 
"Customer Value หรือการเน้นสร้างคุณค่าจริงที่ลูกค้าต้องได้รับจากสินค้าของเอปสัน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรธุรกิจ ขนาดไหน เอปสันจะนำเสนอสินค้าที่ช่วยสร้างมูลค่าทางธุรกิจและรักษาผลประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้าได้ ทั้งใน เรื่องของความคุ้มค่าในการลงทุน การประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการทำงาน ความสะดวกสบายในการทำงาน คุณภาพของผลงานที่ได้รับ ไปจนถึงความสบายใจจากการบริการหลังการขายและการรับประกันสินค้า ต่อมาคือ Convenience Channel หรือการเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่ายที่เข้มแข็ง มีความรู้ความเข้าใจ ในความต้องการของลูกค้าธุรกิจต่างๆ เป็นอย่างดี ทั้งยังมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเทคโนโลยี ของเอปสัน เพื่อพร้อมที่จะให้คำแนะนำแก่ลูกค้าได้ในทุกเรื่อง"
 
"สุดท้ายคือกลยุทธ์ด้านการสื่อสาร Communications หรือการสร้างสรรค์รูปแบบการนำเสนอคุณค่าด้านต่างๆ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์เอปสันในตลาดกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงการสนับสนุนการขายผ่าน เครื่องมือสื่อสารการตลาดรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในแบรนด์และสินค้าของเอปสันมากที่สุด อย่างเช่นการเปิดตัวสินค้าใหม่ครั้งนี้ เอปสันได้จัดงาน "Imagination to Future Business" เพื่อนำเสนอมุมมอง การนำเทคโนโลยีของเอปสันไปใช้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจในอนาคต พร้อมรองรับไลฟ์สไตล์ของชีวิตในยุค ดิจิทัล"
 
"ในงาน Imagination to Future Business จะมีการแบ่งออกเป็น 5 โซน ได้แก่ โซนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, โซนสถาบันศึกษา, โซนองค์กรธุรกิจ, โซนธุรกิจงาน ประชุมและนิทรรศการ และโซนธุรกิจร้านค้าปลีก ลูกค้าจะได้ สัมผัสถึงรูปแบบใหม่ในการนำเทคโนโลยีของเอปสันมาใช้เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจประเภทต่างๆ เช่น การติดตั้ง โปรเจคเตอร์คู่กับชุดโฮมเธียเตอร์ในโครงการบ้านจัดสรร การนำเสนอคอนเท้นท์รูปแบบใหม่ในพิพิธภัณฑ์ผ่านการ ทำ Mapping และเทคโนโลยี AR ซึ่งมองผ่านแว่นตาอัจฉริยะ Moverio ของเอปสัน หรือการนำเสนอเมนูอาหาร และโปรโมชั่นในร้านอาหารด้วยป้ายดิจิทัลผ่าน โปรเจคเตอร์ และการใช้เครื่องพิมพ์ใบเสร็จแบบพกพาของเอปสัน สำหรับการชำระเงิน ณ จุดขาย" นายยรรยง กล่าวทิ้งท้าย

อ้างอิงจาก : www.ryt9.com
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
เปิดรายชื่อ 27 แฟรนไชส..
2,127
ภัทรินทร์ฟู้ดส์ เปิดตั..
2,125
แฟรนไชส์ ชิคชอน ไก่กรอ..
1,644
ซูโม่ชา ชานมไข่มุก วัต..
1,301
ลอนดรี้บาร์ แบรนด์ร้าน..
1,134
แฟรนไชส์ ชานมไข่มุก Ma..
974
ข่าว SMEsมาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2019 All Right Reserved.