4.8K
facebook
21 พฤษภาคม 2552
“โอโตยะ” งัดดีลิเวอรีออกรบ ซุ่มลุยหนัก “เดลี่-คิทเช่น” ปีหน้า 

 
 
 
       “โอโตยะ” กางแผนรุกตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย วางเป้าอีก 2 ปี ครบ 30 แห่ง ทุกรูปแบบ ซุ่มรูปแบบโอโตยะเดลี่ และ คิทเช่น ลุยหนักปีหน้าหลังทดลองมาแล้ว พร้อมส่งดีลิเวอรีออกรบปลายปีนี้
       
       นายโทชิมิ ชิมามุระ ประธาน บริษัท เบทาโกร โอโตยะ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้บริหารร้านอาหารญี่ปุ่น “โอโตยะ” เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนจะขยายธุรกิจทั้งรูปแบบใหม่ๆ และจำนวนสาขาในไทยต่อเนื่อง โดยคาดว่า ภายใน 2 ปี จากนี้จะมีสาขาประมาณ 30 แห่ง จากปัจจุบันที่มีเปิดบริการ 16 สาขา ที่เป็นภัตตาคาร และรูปแบบคิทเช่น 1 สาขา และเดลี่ 1 สาขา
      
       นอกจากนั้น ในปีนี้ยังเตรียมที่จะเปิดบริการใหม่ คือ ดีลิเวอรี ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมการและวางแผนรวมทั้งศึกษารายละเอียด มีกลุ่มเป้าหมายเป็นพวกอาคารสำนักงาน และตามที่อยู่อาศัย


       
       ส่วนในปีหน้าคาดว่า จะสามารถเริ่มทำตลาดและลงทุนรูปแบบคิทเช่นและเดลี่ได้เต็มที่ หลังจากที่ได้ทดลองเปิดบริการมาตั้งแต่ 2-3 ปีที่แล้ว คือ โอโตยะเดลี่ ที่ อิเซตัน เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นรูปแบบเทคโฮม และโอโตยะ คิทเช่น ที่สยามพารากอน เป็นรูปแบบร้านอาหารทานสะดวก
      
       ด้านการลงทุนในปีนี้จะเปิดสาขาใหม่ประมาณ 2-3 แห่ง วางงบลงทุนประมาณ 30 ล้านบาท ล่าสุด เปิดสาขาที่ 16 ที่สยามสแควร์ ส่วนที่เหลือในปีนี้ คาดว่า จะเปิดเพิ่มอีกบริเวณสุขุมวิท วางแผนจะเปิดบริการภายในห้าง หรือคอมมูนิตีมอลล์ รวมทั้งจะรีโนเวตสาขาเดิม เช่น ที่ทองหล่อซึ่งเป็นสาขาแรกด้วย ส่วนต่างจังหวัดมีแผนเปิดสาขาในอนาคต เช่น ที่พัทยา เชียงใหม่ เป็นต้น ขณะที่ปีที่แล้ว เปิดสาขาใหม่ประมาณ 5 แห่ง
      
       “จุดเด่นอย่างหนึ่งของเราในหลายๆ อย่าง เช่น คุณภาพวัตถุดิบของอาหาร ที่สด และต้นทุนต่ำ เนื่องจากเรามีเบทาโกรเป็ผู้ถือหุ้นร่วมด้วย จะเป็ผู้สนับสนุนทางด้นานเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น หมู วัว ไก่ มากกว่า 15% ส่วนวัตถุดิบที่นำเข้าจากโอโตยะญี่ปุ่นโดยตรงก็ประมาณ 35% ที่เหลือเป็นซัปพลายเออร์หลายรายรวมกัน” นายโทชิมิ กล่าว
      
       ทั้งนี้ ราคาค่าอาหารของโอโตยะมีหลายระดับ โดยเฉลี่ยแล้วลูกค้าที่เข้าร้านจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 260-270 บาทต่อคนต่อครั้ง และที่ผ่านมา มีกลุ่มลูกค้าโดยรวมเป็นคนไทย 70% และเป็นคนญี่ปุ่น 30% แต่ในอนาคตจะพยายามเพิ่มสัดส่วนลูกค้าที่เป็นคนไทยมากขึ้น


 
       
       “ตลาดอาหารญี่ปุ่นในไทยยังมีโอกาสและแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องในอนาคต เพราะคนไทยเราเริ่มมีความชินกับวัฒนธรรมและอาหารญี่ปุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ จะเห็นได้ว่า มีร้านอาหารญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนเปิดบริการในไทยมากขึ้นทั้งมาลงทุนเอง ขายแฟรนไชส์ และการร่วมทุน ซึ่งแต่ละรายก็ต่างมีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป ซึ่งของโอโตยะเองก็เน้นที่คุณภาพและความสดของอาหาร รวมทั้งการรักษารุปแบบและวัฒนธรรมการประกอบอาหารและรสชาติที่เป็นญี่ปุ่นขนานแท้เอาไว้” นายโทชิมิ กล่าว
       

       โดย โอโตยะ เองก็มีการขยายธุรกิจในต่างประเทศนอกญี่ปุ่นหลายรูปแบบเช่นกัน ซึ่งในญี่ปุ่นมีสาขามากกว่า 250 แห่ง หลังจากเปิดบริการมานานกว่า 50 ปี ส่วนประเทศไทยก็เป็นสาขาแรกนอกญี่ปุ่นมีสาขา 16 แห่ง เป็นการร่วมทุน นอกนั้นก็มีที่ไต้หวัน ฮ่องกง เป็นการลงทุนจากญี่ปุ่น 100% ส่วนที่อินโดนีเซียก็เป็นการร่วมทุนกับคนท้องถิ่น และล่าสุด จะเปิดที่ประเทศสิงคโปร์ด้วย
      
       ทั้งนี้ ในปีนี้คาดว่า จะมีผลประกอบการเติบโตประมาณ 10% จากปีที่แล้วที่มีรายได้ประมาณ 390 ล้านบาท โดยเติบโตจากปีก่อนหน้าประมาณ 25% ซึ่งสาเหตุที่ปีนี้เติบโตน้อยกว่าเนื่องจากว่าการขยายสาขาที่น้อยกว่าปีที่แล้ว จึงทำให้ตัวเลขน้อยลง แต่ในแง่ของสาขาเดิมมีการเติบโตที่มากขึ้น
      
       สำหรับการถือหุ้นของบริษัท ประกอบด้วย บริษัท เบทาโกร อะโกรกรุ๊ป จำกัด ถือหุ้น 42%, บริษัท โอโตยะ (ไทยแลนด์) จำกัด ของญี่ปุ่น 44%, บริษัทร่วมทุนรายย่อยอีก 9 บริษัท รวม 14%
 











อ้างอิงจาก ผู้จัดการออนไลน์

 
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
เปิดรายชื่อ 27 แฟรนไชส..
2,079
ภัทรินทร์ฟู้ดส์ เปิดตั..
2,034
แฟรนไชส์ ชิคชอน ไก่กรอ..
1,578
ซูโม่ชา ชานมไข่มุก วัต..
1,250
ลอนดรี้บาร์ แบรนด์ร้าน..
939
แฟรนไชส์ ชานมไข่มุก Ma..
938
ข่าวแฟรนไชส์มาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2019 All Right Reserved.