968
23 มกราคม 2560
ตั้งกองทุน2หมื่นล.หนุนSME ยึดแนวทางประชารัฐ อุตฯเล็งนำร่อง9พื้นที่

 
เตรียมชง ครม.เคาะจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาเอสเอ็มอีในแนวทางประชารัฐ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท เล็งปล่อยกู้ซอฟต์โลน-ลงขันให้ผู้ประกอบการ ก.อุตฯ เตรียมพัฒนาเอสเอ็มอีท้องถิ่น นำร่อง 9 พื้นที่
 
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือแนวทางการบูรณาการการจัดตั้งกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ร่วมกับ รมว.การคลัง และ รมว.อุตสาหกรรม ว่า ได้ให้นโยบายสำคัญ 2 เรื่อง คือ 1.ให้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลมุ่งเน้นความสำคัญของกลุ่มจังหวัดในอนาคตที่จะมีทั้งการอัดฉีดงบประมาณ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

โดยพัฒนาจากกลุ่มจังหวัดมากขึ้น ซึ่งจะต้องมีหน่วยงานร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และมหาวิทยาลัยที่เป็นศูนย์กลางประจำแต่ละจังหวัดเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) อย่างบูรณาการมากขึ้น
 
เรื่องที่ 2.กระทรวงการคลังเตรียมจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาเอสเอ็มอีในแนวทางประชารัฐ ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนา ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งจะเป็นการปรับโครงสร้างเอสเอ็มอีครั้งใหญ่ ที่ไม่ได้เป็นการให้เฉพาะสินเชื่อ แต่ต้องการให้เกิดผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเต็มพื้นที่ทุกกลุ่มจังหวัดในระบบเศรษฐกิจไทย

โดยเฉพาะเด็กจบใหม่ที่ยังมีความตื่นตัวในการทำธุรกิจ ต้องสนับสนุนให้สามารถกลับไปตั้งต้นเป็นเอสเอ็มอีในภูมิลำเนาได้ โดยเฉพาะอนาคตที่จะไม่เน้นช่วยเหลืออุตสาหกรรมอย่างเดียว แต่จะดูแลเอสเอ็มอีเกษตร ท่องเที่ยว และบริการ ที่กำลังเติบโตมากขึ้น
 
นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในวันที่ 17 ม.ค.2560 จะมีการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาเอสเอ็มอีในแนวทางประชารัฐวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท โดยใช้เงินจากงบกลางปีงบประมาณ 2560 เพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอี โดยหลังจากผ่านความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว

คาดว่าโครงสร้างกองทุนฯ จะแล้วเสร็จภายใน 2 เดือน ซึ่งระหว่างนี้จะต้องมีการหารือร่วมกับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เพื่อกำหนดมาตรการ เช่น สินเชื่อซอฟต์โลน การร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการ เป็นต้น โดยจะออกมาเป็นแพ็กเกจพร้อมกันทั้งหมด
 
ทั้งนี้ กองทุนจะดูแลผู้ประกอบการ 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มเริ่มทำธุรกิจใหม่ แต่มีเงินลงทุนไม่พอ 2.กลุ่มธุรกิจที่ต้องการเงินทุนสำหรับยกเครื่องหรือปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ และ 3.กลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพแต่มีปัญหา
 
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้แต่งตั้งทีมงานศึกษาพื้นที่เป้าหมาย สินค้าและบริการที่มีศักยภาพนำร่องแนวทางพัฒนาและยกระดับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ ตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นไทย (โลคอล อีโคโนมี) ให้แล้วเสร็จนำกลับมาเสนอที่ประชุมคณะกรรมการแนวทางบูรณาการฯ อีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า
 
“เบื้องต้นมอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ไปศึกษา 9 พื้นที่ที่มีศักยภาพนำร่อง ต.ออนใต้ จ.เชียงใหม่ บ้านขัวแต๊ะ ต.บ้านน้ำเกี๋ยน จ.น่าน บ้านนาต้นจัน จ.สุโขทัย บ้านเชียง จ.อุดรธานี บ้านศาลาดิน จ.นครปฐม ต.ปากน้ำประแส จ.ระยอง ต.นาดี จ.กระบี่ เกาะยอ จ.สงขลา และเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี” นายอุตตมกล่าว.

อ้างอิงจาก  https://goo.gl/Dqoce1
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ด่วน! แฟรนไชส์ Marucha..
3,228
ซูโม่ ลูกชิ้นปลาระเบิด..
1,195
ไจแอ้นลูกชิ้นปลาระเบิด..
1,185
แฟรนไชส์ “ปังอั้ยยะ” ร..
1,093
กรุงศรีจัดสัมมนาเพื่อล..
906
บั๊บ ชานมไข่มุก 18 บาท..
886
ข่าว SMEsมาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2020 All Right Reserved.