793
facebook
31 ธันวาคม 2559
อพท.จับมือภาคีประชารัฐ รุกธุรกิจเรือใบ-เรือยอชต์ทะเลตะวันออก

 
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน ) หรือ อพท. จับมือกองทัพเรือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และผู้ประกอบการเกี่ยวกับเรือใบและเรือยอชต์ ศึกษาเพื่อพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ เน้นเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้าง จ.ตราด และพื้นที่พิเศษมืองพัทยา จ.ชลบุรี เนรมิตเส้นทางท่องเที่ยวด้วยเรือใบและเรือยอชต์แห่งใหม่โกยเงินนักท่องเที่ยว
       
นายสุเทพ เกื้อสังข์ รองผู้อำนวยการ อพท.เปิดเผยว่า จากเป้าหมายและยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยในระยะ 20 ปีของรัฐบาลจะมุ่งไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและกระจายรายได้อย่างเป็นธรรมทั่วถึงโดยเฉพาะการกระจายนักท่องเที่ยว รายได้จากการท่องเที่ยวไปสู่เมืองรองมากยิ่งขึ้น

ดังนั้นทาง อพท.จึงได้ร่วมกับภาคี ศูนย์อำนวยการการท่องเที่ยวกองทัพเรือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และภาคเอกชน ชุมชน เพื่อพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเดินเรือใบและเรือยอชต์ให้ได้มาตรฐานสากล
       
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้บริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาและพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเดินเรือใบและเรือยอร์ช จำนวน 2 เส้นทางได้สำเร็จ คือ เส้นทางระหว่างพัทยา-เกาะช้าง และเส้นทางระหว่างเกาะช้าง-เกาะกง ประเทศกัมพูชา

พร้อมทั้งได้จัดทำโปรแกรมการท่องเที่ยวตามเส้นทางเดินเรือทั้งสอง โดยได้คำนึงถึงการพัฒนาและส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างมีดุลยภาพและยั่งยืน เน้นกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เช่น การปั่นจักยาน การเที่ยวชมป่าชายเลน การดำน้ำดูปะการัง การเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริรัชกาลที่ 9 เป็นต้น ทั้งนี้คาดว่า เส้นทางท่องเที่ยวใหม่ทั้ง 2 เส้นทางนี้จะส่งผลดีต่อการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
       
ทั้งนี้ ในส่วนของการตลาด ททท.และภาคเอกชนก็ได้ตอบรับต่อการดำเนินโครงการพัฒนาและส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวเดินเรือใบและเรือยอร์ช ทั้ง 2 เส้นทางเป็นอย่างดี

โดยมีผู้ประกอบการอย่าง โอเชี่ยน มารีน่า ยอชต์ คลับ และบริษัททัวร์ที่อยู่ในเครือข่าย รวมถึงชมรมเกาะช้างแล่นเรือใบ ได้แสดงความพร้อมของการรองรับนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจจะหาประสบการณ์การท่องเที่ยวตามเส้นทางท่องเที่ยวเดินเรือใบและเรือยอชต์ และโปรแกรมการท่องเที่ยวที่ทาง อพท. และทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาในครั้งนี้
       
อย่างไรก็ตาม คาดว่าโครงการพัฒนาและส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวเดินเรือใบและเรือยอชต์ทั้ง 2 เส้นทาง ซึ่งเป็นสินค้าคุณภาพทางด้านการท่องเที่ยวทางฝั่งทะเลตะวันออก โดยในระยะสั้นจะช่วยกระจายตัวของนักท่องเที่ยวคุณภาพและรายได้จากเมืองหลัก (พัทยา) ไปสู่เขตพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงได้มากขึ้น

ส่วนในระยะยาวนั้นจะไปช่วยหนุนเสริมการพัฒนาศักยภาพธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องตลอดจนช่วยผลักดันให้ฝั่งทะเลตะวันออกเป็นศูนย์กลางการเดินทางเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวเดินเรือใบและเรือยอชต์ไปยังประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียน และขับเคลื่อนประเทศไทยให้สามารถมุ่งไปสู่การเป็น Marina hub ตามแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไป 
 
อ้างอิงจาก  ผู้จัดการออนไลน์
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
เปิดรายชื่อ 27 แฟรนไชส..
2,077
ภัทรินทร์ฟู้ดส์ เปิดตั..
2,027
แฟรนไชส์ ชิคชอน ไก่กรอ..
1,577
ซูโม่ชา ชานมไข่มุก วัต..
1,249
แฟรนไชส์ ชานมไข่มุก Ma..
931
เตรียมเปิดตัว 3 แบรนด์..
907
ข่าว SMEsมาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2019 All Right Reserved.