1.2K
17 ธันวาคม 2558
กสอ.ตั้งเป้า DigitalSMEs ปี 2559 ใสๆ 100 ราย


จากรายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยปี 2558 จัดทำโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์หรือ ETDA คนไทยมีการใช้สมาร์ทโฟน เฉลี่ย 5.7 ชั่วโมง/วัน ใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเฉลี่ย 5.4 ชั่วโมง/วัน ใช้คอมพิวเตอร์พกพาเฉลี่ย5 ชั่วโมง/วัน

ใช้แท็บเล็ตเฉลี่ย 3.8 ชั่วโมง/วัน ใช้สมาร์ททีวีเฉลี่ย 3 ชั่วโมง/วัน ซึ่งจากผลสำรวจข้างต้นจะเห็นว่าผู้ใช้งานใช้เวลาไปกับการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ต่ำกว่า 3-5ชั่วโมง/วัน ทั้งนี้จากผลสำรวจช่วงอายุที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากที่สุด คือ คนเจนวาย (GEN Y: ช่วงอายุ 15-34 ปี) ประมาณ 54.2 ชั่วโมง/สัปดาห์ รองลงมาเป็นคนเจนเอ็กซ์ (GENX:ช่วงอายุ 35-50 ปี) ใช้งานอินเทอร์เน็ต 47.1 ชั่วโมง/สัปดาห์

ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้งานที่มีกำลังและอำนาจในการตัดสินใจซื้อ และมักมีการค้นหาข้อมูลก่อนจะซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตก่อนเสมอ และหลังจากนั้นหากสินค้าใช้ดี มีคุณภาพ ก็จะเกิดการบอกต่อ ผ่านการเขียนวิจารณ์ (Review) โดยการโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย นำไปสู่การซื้อตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันมีการใช้คนดังบนโซเชียลมีเดียช่วยในการรีวิวสินค้า ก็ยิ่งทำให้เกิดการคล้อยตามได้ง่ายในกลุ่มผู้ติดตามและชื่นชอบบุคคลนั้นๆ


ดร.สมชาย หาญหิรัญ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า พฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ดังนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวให้เท่าทันกับสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่ามีผู้ประกอบการบางส่วนที่สามารถปรับตัวได้แล้ว แต่ก็มีบางส่วนที่ยังยึดติดกับการทำการตลาดเดิมๆ อยู่

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) จึงผลักดันให้ผู้ประกอบการทุกรายหันมาปรับใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจสูงที่สุด ทั้งในการทำการประชาสัมพันธ์ การทำการตลาด เพื่อให้สินค้าเป็นที่รู้จักให้กลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น โดยในปีงบประมาณ 2559 ได้จัดทำกิจกรรมการส่งเสริม SMEs เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ด้วยโซเชียล มีเดีย(Social Media)

ภายใต้แผนปฏิบัติการ "DigitalSMEsปี 2559 โดย กสอ." ภายใต้ "โครงการพัฒนาศักยภาพ SMEs ด้วยระบบดิจิทัล" เพื่อสร้างเรียนรู้การปรับใช้โซเชียลมีเดียในธุรกิจให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด โดยตั้งเป้าให้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมนี้ไม่น้อยกว่า 100 ราย

นอกจากนี้ กสอ. ยังมีกิจกรรมการส่งเสริม SMEs ให้ทำธุรกิจในรูปแบบธุรกิจกับธุรกิจ (Business to Business : B2B) ผ่านเว็บไซต์ Alibaba.comเพื่อการถ่ายถอดองค์ความรู้และการให้คำปรึกษาแนะนำความรู้ด้านธุรกิจการส่งออก การขนส่งสินค้าและภาษี เพิ่มช่องทางในการขายสินค้าออกไปในต่างประเทศโดยผ่านช่องทางอี-มาร์เก็ตเพลส(E-Marketplace)ของ Alibaba.com ซึ่งเป็นช่องทางการค้าส่งออนไลน์ อันดับหนึ่งของโลกที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุดจากการเชื่อมต่อผู้ซื้อกับผู้ขายและผู้ผลิตทั่วโลก ตั้งเป้าพัฒนาผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 50 กิจการ

อย่างไรก็ตามนอกจากการนำเทคโนโลยีไปใช้ในการประชาสัมพันธ์และทำการตลาดเพื่อการค้าแล้วการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในธุรกิจในด้านของเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการ ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งดังนั้น กสอ.จึงจัดกิจกรรมการส่งเสริม SMEs ใช้ระบบ ERP by DIPและพัฒนาศักยภาพด้วยระบบรายงานผู้บริหาร (BI) กิจกรรมส่งเสริม SMEs ใช้ระบบ ERP ขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการธุรกิจ กิจกรรมส่งเสริม SMEs ภาคการผลิต ใช้ระบบไอทีช่วยบริหารซัพพลายเซน เพื่อเพิ่มผลิตภาพ กิจกรรมส่งเสริม SMEs ในส่วนภูมิภาคได้รับการพัฒนาใช้ระบบซอฟต์แวร์ช่วยบริการธุรกิจ กิจกรรมการยกระดับวิสาหกิจสู่การเป็น SMEs แห่งอนาคต (SMEs New Era) เป็นต้น โดยตั้งเป้าให้ SMEs สามารถเพิ่มผลิตภาพด้านการบริหารจัดการธุรกิจได้ไม่น้อยกว่า 440 กิจการ หรือ 400 คน


ทั้งนี้ สำหรับงบประมาณปี 2558 ที่ผ่านมา กสอ.สามารถส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs หันมาใช้ระบบไอทีเป็นเครื่องมือในการเพิ่มผลิตภาพ(Productivity) และการลดต้นทุน ได้ 840 คน และจำนวนเงินที่ SMEs สามารถประหยัดได้จากการไม่ต้องลงทุนระบบไอทีเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มผลิตภาพในกิจการกว่า 5.85 ล้านบาท อีกทั้งจำนวนเงินที่ SMEs ได้จากการเพิ่มผลิตภาพไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนในการบริหารงานในกิจการและการมีรายได้เพิ่มขึ้น กว่า 1.19 ร้อยล้านบาท ดร.สมชาย กล่าว

นางสาวนงลักษณ์ ภมรวิริยะ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอแซด อินฟินิตี้ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายขนมขบเคี้ยวสุนัข ภายใต้แบรนด์เพ็ททูโก (PET2GO) และมันซ์นี่ (MUNZNIE) กล่าวว่า แบรนด์เพ็ททูโกPET2GOซึ่งมีผลิตภัณฑ์ขนมขัดฟัน (DailyDentalBone) ขนมขัดฟัน (Crocgy) ขนมฝึกสุนัข (TreatME) โดยช่วงแรกนั้นทำเองทุกอย่าง

ทั้งออกแบบผลิตภัณฑ์ การตลาด บัญชี การเปิดตลาดและสำรวจตลาด ในปีถัดมาได้ออกผลิตภัณฑ์แบรนด์ใหม่อีกหนึ่งแบรนด์ชื่อมันซ์นี่ MUNZNIE เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากหนังวัว (Rawhide) ผลิตภัณฑ์สันในไก่อบแห้ง โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือ ร้านขายผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง (PetShop) โรงพยาบาลสัตว์ คลินิกรักษาสัตว์ ห้างสรรพสินค้าประจำจังหวัด มากกว่า 400 ร้านค้า ทั่วประเทศ ซึ่งผลตอบรับดีมาก เนื่องจากผลิตภัณฑ์น่าสนใจ คุณภาพดี ราคาประหยัด มีการทำโปรโมชั่นร่วมกับร้านค้าและลูกค้าปลายทางอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้บริษัทยังได้มีโอกาสเข้าร่วม โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของSMEs ไทยด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ (Enhancing SMEs CompetitivenessthroughIT: ECIT) ของ กสอ. ทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติมในแง่ของการทำการตลาดด้วยสื่อดิจิทัล หรือสังคมออนไลน์ จากนั้นบริษัทก็ทำตลาดอย่างต่อเนื่องบนสื่อออนไลน์ (Social media) อาทิ เฟซบุ๊กชมรมสุนัข เป็นต้น

และได้รับเกียรติไปเป็นตัวอย่างผู้ประสบความสำเร็จในการทำการตลาดออนไลน์ (Success Case of social media)ภายในงานสัมมนา "ECIT:SMEsSolutionDay2014" อีกด้วย ทั้งนี้สำหรับยอดการผลิตเพื่อจัดจำหน่ายภายในประเทศในปี 2557 ที่ผ่าน คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1 ล้านชิ้นต่อปี และสัดส่วนการส่งออกไปยังต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่า มากกว่า 100,000 ชิ้นต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน ขณะที่รายได้ช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม-พฤษภาคม) ที่ผ่านมามีมากกว่า 6 ล้านบาทและตั้งเป้ารายได้ภายในสิ้นปี 2558 นี้ จะได้มากกว่า 20 ล้านบาท จากทั้งตลาดในประเทศและการส่งออก

อ้างอิงจาก  ประชาชาติธุรกิจ
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
“ออฟฟิศเมท พลัส” แฟรนไ..
1,030
แรงไม่หยุด! แฟรนไชส์ ม..
967
ครั้งแรกของประเทศ งานป..
935
แฟรนไชส์ เฮียเปา-ซาลาเ..
926
บับเบิ้ลฮันนี่ ชานมไต้..
897
ชิปป์สไมล์ แฟรนไชส์ไปร..
884
ข่าว SMEsมาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2020 All Right Reserved.