1.6K
22 พฤษภาคม 2558
เศรษฐกิจซบฉุดเอสเอ็มอีซึม ไตรมาสแรกนำเข้าวัตถุดิบติดลบ 21.9% ปิดตัวกว่า 3 พันราย


สสว.เผยเอสเอ็มอี ยังอยู่ในภาวะย่ำแย่ ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการหดตัว เหตุตลาดหลักในประเทศ กำลังซื้อไม่มี รายได้หายจากราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ไตรมาสแรกนำเข้าสินค้าเข้ามาผลิตหดตัว 21.9 % ฉุดกำลังผลิตทั้งปีติดลบ 1.65 % แถมโดนภาวะเศรษฐกิจโลกกระหน่ำ ส่งออกได้ลดลง 6.6 % หวังรัฐบาลเร่งกระตุ้นเบิกจ่ายงบประมาณ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน


นางสาววิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอีว่า จากการเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ภาพรวมของสถานการณ์เอสเอ็มอีในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้พบว่ายังอยู่ในภาวะที่ชะลอตัว จากผลกระทบกำลังซื้อในประเทศหดตัวลง และการส่งออกยังติดลบไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ทั้งนี้ เนื่องจากเอสเอ็มอีต้องพึ่งตลาดในประเทศกว่า 90 % เมื่อภาคการเกษตรได้รับผลกระทบจากราคาพืชผลเกษตรตกต่ำไม่ว่า ยางพารา ข้าว มันสำปะหลัง ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรลดน้อยลง ไม่มีกำลังในการจับจ่าย ขณะที่การพึ่งตลาดส่งออกของเอสเอ็มอีที่มีประมาณ 2.6 หมื่นราย ก็ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวค่อนข้างช้า แม้แต่การฟื้นตัวเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเองก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ หรือจีนที่เป็นแหล่งผลิตของโลกภาวะในตลาดในประเทศก็ยังไม่ดีมากนัก ที่สำคัญตลาดในอาเซียน

ซึ่งเอสเอ็มอีส่งออกไปกว่า 20 % แต่เดิมการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีอยู่ในระดับ 8-9 % ก็ลดลงมาอยู่ในระดับ 2-3 % เท่านั้น  ยกเว้นเพียงเมียนมาที่ยังมีการเติบโตอยู่ เมื่อเศรษฐกิจโลกยังฟุบ จึงฉุดให้เศรษฐกิจของอาเซียนหดตัวรวมถึงไทยด้วย

โดยจะเห็นได้จากการขยายตัวของมูลค่าการนำเข้าสินค้าหลักของเอสเอ็มอี ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา มีมูลค่ารวม 4.11 แสนล้านบาท หดตัว 21.9 % เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นในส่วนของอุปกรณ์ไฟฟ้า และส่วนประกอบ มีมูลค่า 7.1 หมื่นล้านบาท หดตัวลดลง 16 % รองลงมาเป็นเครื่องจักร คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ 5.45 หมื่นล้านบาท หดตัวลดลง 32.5 % อัญมณีและเครื่องประดับ มูลค่า 4.49 หมื่นล้านบาท หดตัวลดลง 16.6 % พลาสติกและของที่ทำด้วยพลาสติก มูลค่า 2.19 หมื่นล้านบาท หดตัวลดลง 18 % เหล็กและเหล็กกล้า มูลค่า 1.79 หมื่นล้านบาท หดตัวลดลง 24.8 % เป็นต้น



นอกจากนี้ ยังพบว่า มูลค่าการส่งออกมีมูลค่ารวม 4.56 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 25.6 % ของการส่งออกทั้งประเทศ ได้ปรับตัวลดลง 6.6 % และหดตัวลดลงจากไตรมาสที่ 4 ของปีก่อน 3.8 %โดยการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ มีมูลค่า 7.13 หมื่นล้านบาท ลดลง 15.2 % พลาสติกและของที่ทำด้วยพลาสติก มูลค่า 4.02 หมื่นล้านบาท ลดลง 12.6 %  เป็นต้น

นางสาววิมลกานต์ กล่าวอีกว่า จากปัจจัยดังกล่าวนี้ ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ปรับตัวดลลง โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการ(ทีเอสเอสไอ) ลดลงมาอยู่ในระดับ 94.6 ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม(ทีไอเอสไอ) ลดลงมาที่ระดับ 89.2 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค(ซีซีไอ) ลดลงมาที่ 79.1 มีเพียงความเชื่อมั่นทางธุรกิจ(บีเอสไอ) เท่านั้นที่ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 100.5 

โดยประมาณการทั้งปี 2558 ดัชนีทีเอสเอสไอ จะอยู่ที่ 94.22 ติดลบจากปีก่อน 0.5 % ดัชนีทีไอเอสไอ จะอยู่ที่ 87.43 ติดลบจากปีก่อน 5.6 % ดัชนีซีซีไอ อยู่ที่ 75.16 ติดลบจากปีก่อน 2.7 % และดัชนีบีเอสไอ อยู่ที่ 96.33 ติดลบจากปีก่อน 2.7 % ส่วนดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี(มูลค่าเพิ่ม) ปีนี้ จะอยู่ที่ 81.52 ติดลบจากปีก่อน 1.51 % และมีการใช้อัตรากำลังการผลิตเอสเอ็มอีที่ 42.88 ติดลบจากปีก่อน 1.65 %

ทั้งนี้ จากปัจจัยภาวะเศรษฐกิจดังกล่าวได้ส่งผลให้เอสเอ็มอีได้ยกเลิกกิจการแล้ว 3.674 พันราย เพิ่มขึ้น 27.03 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกิจการขายสลากกินแบ่งที่ยกเลิกถึง 1.067 ราย คิดเป็นมูลค่า 288 ล้านบาท ส่วนที่เปิดกิจการใหม่มีประมาณ 1.73 หมื่นราย เช่น การก่อสร้างที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย

อย่างไรก็ตามมองว่า การที่จะให้ธุรกิจเอสเอ็มอีกลับมาฟื้นตัวได้ ทางรัฐบาลจะต้องเร่งมาตรการกระตุ้นการจับจ่าย โดยเฉพาะการยกระดับราคาพืชผลทางการเกษตรให้สูงขึ้น รวมถึงการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐและการลงทุนโครงการ โครงสร้างพื้นฐานให้เร็วขึ้น เพื่อให้เกิดการลงทุนมีเงินหมุนเวียนในระบบ

ส่วนการดำเนินงานของสสว.ในปีนี้ จะใช้งบประมาณ 475 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าทุกปี เนื่องจากทางรัฐบาลได้อนุมัติงบจำนวน 1.6 พันล้านบาท ไว้เป็นงบประมาณแบบบูรณาการเพื่อใช้ส่งเสริมเอสเอ็มอี สำหรับนำไปใช้ใน 8 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนในการทำงาน ซึ่งล่าสุดได้ร่วมกับศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย ในการใช้เป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของเอสเอ็มอีทั่วประเทศ รวมถึงการรับขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ เพื่อให้ทราบถึงความต้องการและเข้าไปช่วยเหลือให้ตรงจุดได้

อ้างอิงจาก  ฐานเศรษฐกิจ
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ประกาศรายชื่อผลการคัดเ..
1,326
ซีพลัส เอ็กซ์เพรส เดิน..
946
ปี2020 เอ็น แอนด์ บี เ..
861
นพรัตน์ 20 เปิดใหม่ 15..
836
ฟันนี่ ฟรายส์ เปิดสาขา..
810
30 ยังแจ๋ว คอฟฟี่ ที บ..
763
ข่าว SMEsมาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2020 All Right Reserved.