2.0K
facebook
25 พฤษภาคม 2558
ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ-ส่งออกฝืด สภาพัฒน์หั่นจีดีพีเหลือ 3-4%



เศรษฐกิจโลกไม่ฟื้น ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ส่งออกแย่โตแค่ 0.2%  สภาพัฒน์หั่นจีดีพีปี 58 เหลือแค่3-4%  แนะภาครัฐแก้ปัญหาส่งออก ปรับโครงสร้างการผลิตเพิ่มมูลค่าสินค้า  แสวงหาตลาดใหม่ๆ   ขจัดอุปสรรคการค้าชายแดน  เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า สศช.ได้ปรับลดเป้าคาดการณ์อัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ในปี 2558 ลดลงเหลือ3-4% ต่อปีจากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 3.5-4.5%ต่อปี

เนื่องจากภาคการส่งออกยังขยายตัวไม่ดีเท่าที่ควรโดยทั้งปีคาดว่าส่งออกจะขยายเพียง 0.2% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.5% ต่อปี เป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวได้ไม่ดี และราคาสินค้าการเกษตรในตลาดโลกตกต่ำ รวมถึงราคาน้ำมันดิบลดลงมาก

สำหรับเศรษฐกิจไทย ปี 2558 ในช่วงที่เหลือของปียังมีแนวโน้มขยายตัวในเกณฑ์ที่น่าพอใจภายใต้ข้อจำกัดการขยายตัวของการส่งออกและความแตกต่างของราคาสินค้าในตลาดโลก

โดยการขยายตัวดังกล่าวมีปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การใช้จ่ายและการลงทุนของภาคเอกชน ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างช้าๆ ตามความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจและแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภาพรวม การขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี

นอกจากนี้การผลิตภาคอุตสาหกรรม ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นและสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น และ ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเพิ่มอำนาจซื้อของประชาชนและภาคธุรกิจ และเอื้ออำนวยต่อการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลาย อย่างต่อเนื่อง



และเศรษฐกิจในภาพรวมขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ได้ประมาณการไว้ ทำให้ยังไม่กระจายตัวทั่วถึงทุกภาคส่วนในระบบ เศรษฐกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกร และการส่งออก โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในช่วง -0.3%  ถึง 0.7% และบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 3.9% ของจีดีพี

อย่างไรก็ตามการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ 1.5% ส่งผลให้ค่าเงินอ่อนตัวลง ซึ่งเป็นผลดีต่อการส่งออก และเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจเอสเอ็มอีโดยมองว่าในไตรมาสที่ 2 จะมีทิศทางที่ดีขึ้นซึ่งเป็นผลจากปัจจัยต่อเนื่องในไตรมาสแรก 

และยังมีปัจจัยเร่งรัดเม็ดเงินงบประมาณและการลงทุนในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจากรัฐบาล รวมถึงจากภาคเอกชนที่จะมาจากการส่งเสริมการลงทุน ที่เข้มงวดมากขึ้นจากเงื่อนไขหากผู้ประกอบการรายใดไม่มีแผนการลงทุนในระยะเวลา 1 ปี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)จะยกเลิกใบอนุญาตทันที

“ถามว่ากนง.ลดดอกเบี้ยนโยบายเพียงพอหรือยัง คงต้องถามกนง.มากกว่า แต่ลดแล้วใช่ว่าจะขึ้นไม่ได้ และจีดีพีของประเทศ 2-3 ปีที่ผ่านมาก็น้อยมาก ซึ่งไม่เพียงพอต่อรายได้ของประเทศ แต่เชื่อว่าโดยรวมในช่วงหลังจะดีขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยน

นอกเหนือจากนโยบายด้านการคลังทำให้เอสเอ็มอีได้ประโยชน์ แต่เสียอย่างเดียวราคาสินค้าทางการเกษตรที่ตกต่ำ ซึ่งในระยะยาวต้องมีการปรับให้มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น และต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้ได้” นายอาคม กล่าว

สำหรับภาวะเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี2558 ขยายตัวได้ 3% ดีขึ้นกว่าไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 2.1%ตามการขยายตัวเร่งขึ้นของการบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาครัฐ การผลิตภาคอุตสาหกรรม การก่อสร้าง และภาคการท่องเที่ยว โดยการใช้จ่ายภาคครัวเรือน ขยายตัว 2.4% เร่งตัวขึ้นจากการขยายตัว 2.1% ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2557 ส่วนการลงทุนรวม ขยายตัว 10.7% จากการลงทุนของรัฐบาลและการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ

ด้านการส่งออกสินค้ามีมูลค่า 52,997 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 4.3% โดยปริมาณการส่งออกลดลง 2.6% และราคาสินค้าส่งออกลดลง 1.8%มาจากสาเหตุสําคัญ 4 ประการ ได้แก่
  1. เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลัก ยังชะลอตัว โดยเฉพาะญี่ปน และจีน
  2. การแข็งค่าของเงินบาทโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินสกุลยูโรและเงินเยน
  3. ราคาสินค้าส่งออกลดลงตามราคาน้ำมันดิบ และราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลก
  4. การตัดสิทธิพิเศษทางการค้า (จีเอสพี) ส่วนสาขาการก่อสร้าง ขยายตัว 25.4% เร่งขึ้นจากการขยายตัว 1.3% ในไตรมาสก่อนหน้า
ส่วนการบริหารนโยบายเศรษฐกิจในปี2558 ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการเร่งรัดแก้ไขปัญหาด้านการส่งออกโดยในระยะยาวจะต้องปรับโครงสร้างการผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า ผลิตภาพการผลิต และเพิ่มสัดส่วนอุตสาหกรรมและบริการในยุคที่สาม



ส่วนในระยะสั้นควรให้ความสำคัญกับการดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่า เร็วกว่าประเทศคู่แข่ง การแสวงหาตลาดและเพิ่มปริมาณสินค้าส่งออกที่สำคัญๆ การลดปัญหาอุปสรรค ความล่าช้าและข้อจำกัดในกระบวนการการทำงานและระเบียบปฏิบัติของภาครัฐ

รวมทั้งการอำนวย ความสะดวกด้านการค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะในแนวด่านชายแดนต่างๆ และการเร่งรัดแก้ปัญหาการค้า แรงงานข้ามชาติและปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ต้องแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร โดยให้ ความสำคัญกับการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจสถานการณ์และเงื่อนไขทางด้านราคาเพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของเงื่อนไขด้านราคาในตลาดโลกควบคู่ไปกับการดำเนินการเพื่อสนับสนุน

การปรับตัวของการผลิตภาคเกษตรโดยเฉพาะการดูแลต้นทุนวัตถุดิบทางการเกษตร การเพิ่มผลิตภาพการผลิต และการสนับสนุนการส่งเสริมอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้แก่ครัวเรือนในภาคเกษตร การบรรเทาปัญหา ความเดือดร้อนของเกษตรกรและผู้ได้รับผลกระทบจากภาวะซบเซาของการส่งออก และการเร่งรัด การเบิกจ่ายงบประมาณและการดำเนินการตามโครงการลงทุนที่สำคัญๆ ของภาครัฐ

อ้างอิงจาก  แนวหน้า
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
เปิดรายชื่อ 27 แฟรนไชส..
2,110
ภัทรินทร์ฟู้ดส์ เปิดตั..
2,110
แฟรนไชส์ ชิคชอน ไก่กรอ..
1,618
ซูโม่ชา ชานมไข่มุก วัต..
1,272
ลอนดรี้บาร์ แบรนด์ร้าน..
1,129
แฟรนไชส์ ชานมไข่มุก Ma..
966
ข่าว SMEsมาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2019 All Right Reserved.