1.7K
29 มีนาคม 2557
วี-กรุ๊ปจับมือกลุ่มกัลลิเวอร์ บุกตลาดรถมือ2


กลุ่มวี-กรุ๊ป ผนึกกำลัง กัลลิเวอร์ ญี่ปุ่น ก่อตั้งวี-กัลลิเวอร์ ลุยตลาดรถมือสองในไทย มั่นใจระบบมีดีเหนือคู่แข่ง ชูจุดเด่นรับประกันความพึงพอใจ คืนรถได้ภายใน 30 วัน พร้อมเดินหน้าเปิดกว้างขายแฟรนไชส์และขยายสาขา 100 แห่งภายในปี 58

นายพุฒิพันธุ์ ธรรมวิชัย กรรมการบริหารบริษัท วี-กัลลิเวอร์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจรถยนต์มือสองรายใหม่  เปิดเผยว่า กลุ่มวี-กรุ๊ปทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ ได้แก่ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ธุรกิจซ่อมสีและตัวถัง ธุรกิจเช่ารถและขนส่ง และอื่นๆ ได้ร่วมทุนกับกลุ่มกัลลิเวอร์ ญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อบริษัท วี-กัลลิเวอร์ จำกัด  ถือโดยวี-กรุ๊ป ถือหุ้น 51% และที่เหลือ 49% ถือโดยกลุ่มกัลลิเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล โดยกลุ่มกัลลิเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีความสนใจที่จะขยายเครือข่ายธุรกิจรถมือสองมายังประเทศไทย โดยมีความเชื่อมั่นว่า มีโอกาสขยายตัวอย่างมากในอนาคต ดังนั้นจึงตัดสินใจร่วมทุนกับบริษัทคนไทย ซึ่งถือเป็นบริษัทร่วมทุนบริษัทแรกนอกประเทศญี่ปุ่น

โดยแผนงานในปี 2557 ได้สร้างโชว์รูมแห่งแรกบนถนนศรีนครินทร์ด้วยงบลงทุน 10 ล้านบาท และวางเป้าหมายการขยายสาขา 100 แห่งภายในปี 2558 นอกจากนั้นแล้วจะมีการพัฒนาบริการบนเว็บไซต์เพื่อให้คนไทยที่สนใจจะแลกเปลี่ยนรถ ซึ่งจะเข้าถึงกลุ่มคนที่จะแลกเปลี่ยนรถมือสองได้อย่างดีเพราะ วี-กัลลิเวอร์ มีความคล่องตัวในการทำธุรกิจแลกเปลี่ยนรถมือสองเนื่องจาก วี-กัลลิเวอร์ สามารถซื้อขายรถได้ทุกยี่ห้อ

"คู่แข่งของเราอาจจะมีข้อจำกัดในการแลกเปลี่ยนรถเนื่องจากข้อจำกัดของการสังกัดค่ายรถยี่ห้อเฉพาะ ในขณะที่ วี-กัลลิเวอร์ ไม่มีข้อจำกัดดังกล่าว ซึ่งความสำเร็จของเราจะขึ้นอยู่กับพันธมิตร  ที่เรายินดีเชิญชวนเต็นท์รถหรือแม้แต่นักลงทุนหน้าใหม่ที่สนใจจะทำธุรกิจค้ารถมือสองมาเป็นครอบครัวของเราภายใต้ข้อกำหนดที่เป็นแฟรนไชส์ โดยเราจะนำเสนอระบบ-แนวคิดและการออกแบบโชว์รูม ระบบการตรวจสอบสภาพรถ รวมไปถึงการกำหนดราคาที่ยุติธรรม การสร้างแบรนด์ การตลาด และการส่งเสริมการขาย ตลอดจนการให้คำแนะนำการให้บริการที่มีคุณภาพสูงแก่ลูกค้า"

ด้านนายคัทซึชิ โนมูระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วี-กัลลิเวอร์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า  แม้สถานการณ์ตลาดของไทยในตอนนี้ยังไม่สู้ดีนัก แต่บริษัทมองการทำธุรกิจระยะยาวและเชื่อมั่นว่าในอนาคตตลาดรถมือสองในไทยจะเติบโตอย่างแข็งแรง และการเข้ามาร่วมทุนในครั้งนี้จะแสดงบทบาทในการเปลี่ยนแปลงการทำธุรกิจรถมือสองในไทยให้เกิดการแข่งขันจนตลาดรถมือสองสามารถให้ความสะดวก โปร่งใสและวางใจแก่ทั้งผู้ซื้อรถและผู้ขายรถ ภายใต้มาตรฐานสูงของเทคโนโลยีและกระบวนการของญี่ปุ่น
    
"จุดเด่นของของเราคือการนำเสนอโครงสร้างราคาที่โปร่งใสและซื่อสัตย์ รวมไปถึงระบบฐานข้อมูลทางการตลาดและการตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อลูกค้า นอกจากนี้ เรายังมีบริการตรวจสอบรถและประเมินราคารถแก่ผู้ที่สนใจจะขายรถแก่เราโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และเรายังสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ขายรถแก่เราว่าเราจ่ายเงินค่ารถอย่างรวดเร็วเพราะเรามีฐานการเงินที่แข็งแรง"

นายโนมูระ กล่าวเพิ่มเติมว่า การขายรถมือสองให้กับลูกค้า จะมีการนำเสนอราคาที่ยุติธรรม และมีรถให้เลือกมากมายหลายรุ่น หลายขนาดภายใต้การบำรุงรักษารถที่มีคุณภาพ โดยบริษัท รับประกันความพึงพอใจแก่ลูกค้าที่ซื้อรถ ว่าสามารถขายคืนรถได้ภายใน 30 วัน พร้อมข้อเสนอการรับประกันฟรีอีก 6 เดือนหรือ 1 หมื่นกิโลเมตร

อ้างอิงจาก  ฐานเศรษฐกิจ
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
“ออฟฟิศเมท พลัส” แฟรนไ..
1,028
แรงไม่หยุด! แฟรนไชส์ ม..
967
ครั้งแรกของประเทศ งานป..
935
แฟรนไชส์ เฮียเปา-ซาลาเ..
926
บับเบิ้ลฮันนี่ ชานมไต้..
897
ชิปป์สไมล์ แฟรนไชส์ไปร..
877
ข่าวแฟรนไชส์มาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2020 All Right Reserved.