5.5K
4
18 สิงหาคม 2555
อิตัลไทย ลงสนามฟูด-เครื่องดื่ม ซื้อไลเซนส์ชาสิงคโปร์-อาหารจีน-เบเกอรี
 
 
อิตัลไทยสยายปีกปั้นสองธุรกิจใหม่ “ร้านอาหารและเครื่องดื่ม- อสังหาริมทรัพย์”
ดอดซื้อแฟรนไชส์ทีดับเบิลยูจีจากสิงคโปร์ ทุ่มงบ 100 ล้านบาท ผุดร้านชา TWG Tea Salon & Boutique ปูพรม 3 สาขา ลั่นปีแรกกวาดรายได้ 120 ล้านบาท ไม่เกิน 5 ปี คุ้มทุน ลั่นปักหลักขยายร้านบัตเตอร์คัพ สร้างอาณาจักรธุรกิจใหม่เต็มสูบ หลังซุ่มเปิดร้านอาหารจีนที่โรงแรมในโอเรียนเต็ล ประเดิม 1 สาขา
      
นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครืออิตัลไทย กรุ๊ป และอิตัลไทย ฮอสพิทาลิตี้ ผู้ดำเนินธุรกิจการก่อสร้างภายใต้บริษัทอิตัลไทยวิศวกรรม เปิดเผยว่า นโยบายของบริษัทให้ความสำคัญต่อกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น

เนื่องจากเป็นธุรกิจใหม่ที่บริษัทเพิ่งทำได้ไม่ถึง 5 ปี เมื่อเทียบกับอีก 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจการค้าทั่วไป กลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับบริหารจัดการโรงแรม และธุรกิจการก่อสร้างที่ดำเนินการมากว่า 60 ปี ล่าสุดบริษัทเปิดตัวธุรกิจในพอร์ตของอิตัลไทย ฮอสพิทาลิตี้ หรือธุรกิจกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่ม โดยเข้าไปซื้อแฟรนไชส์แบรนด์ทีดับเบิลยูจีที (TWG Tea) จากประเทศสิงคโปร์

      
นำร่องด้วยการทุ่มงบ 100 ล้านบาทเปิดร้าน TWG Tea Salon & Boutique ด้วยกัน 3 สาขา ที่ ดิเอ็มโพเรียม บนพื้นที่ 200 ตร.ม. และที่สยามพารากอน สาขาที่ 2 ในเดือนมิถุนายน ปีหน้า และที่ดิเอ็มโพเรียม 2 โดยภายในร้านจะมีการบริการอาหารและเครื่องดื่ม และมีชาทีดับเบิลยูจีวางจำหน่าย อาทิ ขนาด 15 ซอง ราคา 630 บาท นอกจากนี้บริษัทยังจำหน่ายรูปแบบโฮลเซลเจาะช่องทางโรงแรมและร้านอาหารระดับ 5 ดาว
      
สำหรับชาทีดับเบิลยูจีมีด้วยกันกว่า 800 รายการ ซึ่งบริษัทนำเข้ามา 450 รายการ นอกจากนี้ยังมีชาที่ได้รับการออกแบบเฉพาะในประเทศไทย เป็นชาอู่หลง เจาะกลุ่มเป้าหมายอายุ 25 ปีขึ้นไปทั้งคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างประเทศ

      
“ทีดับเบิลยูจีมีการขยายธุรกิจในอาเซียนเพิ่มขึ้น เช่น ในฮ่องกง มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เนื่องจากเป็นตลาดที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง เมื่อเทียบกับยุโรปและอเมริกาที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ และประชากรในอาเซียนมีกำลังการซื้อสูง และมีพฤติกรรมการดื่มชามากขึ้น ทั้งภายในร้านและซื้อกลับไปดื่มที่บ้าน อีกทั้งการนำเข้าชาไปจำหน่ายแต่ละประเทศเสียภาษีแทบจะเกือบ 0% โดยได้รับอานิสงส์จากเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area) จากเดิมภาษีนำเข้าชา และกาแฟสูงถึง 70-90%”
      
นายยุทธชัยกล่าวว่า บริษัทได้วางแผนจะขยายสาขา TWG Tea Salon & Boutique ในกรุงเทพฯ 5 สาขา จากนั้นจะเปิดร้านในเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต พัทยา วางเป้า 1 สาขาต่อปี และเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้าบริษัทจะขยายธุรกิจทีดับเบิลยูจีในรูปแบบโฮลเซลในประเทศลาว และตั้งเป้าหมายรายได้ธุรกิจ TWG Tea Salon & Boutique ในปีแรก 120 ล้านบาท และคาดว่าไม่เกิน 5 ปีคุ้มทุน โดยสัดส่วนรายได้แบ่งเป็น รีเทล 50% และโฮลเซล 50%

      
นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนขยายร้านค้า บัตเตอร์คัพ หรือร้านจำหน่ายเบเกอรี ไอศกรีม และเครื่องดื่ม ซึ่งมีน้องสาว “จิตราพรรณ จรณะจิตต์” เป็นผู้ดูแลกิจการ และก่อนหน้านี้บริษัทยังได้เปิดตัวร้านอาหารจีนภายใต้แบรนด์ Mandopop ที่โรงแรมในโอเรียนเต็ลไปแล้ว 1 สาขา
      
ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เช่น คอนโดมิเนียม AMYRA อมารี เรสซิเด้นท์ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้ากลุ่มธุรกิจร้านอาหาร เครื่องดื่ม และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ จะเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่งและมีรายได้เติบโตมากขึ้นในอนาคต
 
อ้างอิงจาก ผู้จัดการออนไลน์
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ด่วน! แฟรนไชส์ Marucha..
3,159
ซูโม่ ลูกชิ้นปลาระเบิด..
1,148
ไจแอ้นลูกชิ้นปลาระเบิด..
1,123
แฟรนไชส์ “ปังอั้ยยะ” ร..
1,058
กรุงศรีจัดสัมมนาเพื่อล..
894
กขค ชานม 15 บาท เปิด 5..
860
ข่าวแฟรนไชส์มาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2020 All Right Reserved.