3.4K
facebook
4 มิถุนายน 2550
พิซซ่าทูเดย์ รุกขยายแฟรนไชส์ทั่วประเทศ พร้อมเปลี่ยนโลโก้ รูปแบบร้าน และเพิ่มพันธมิตร
 
 

นายศุภกิจ รุ่งโรจน์ ประธานกรรมการกรรมการ บริษัท พิซซ่าทูเดย์ จำกัด ผู้บริหารธุรกิจร้านพิซซ่าลอยฟ้าชื่อดังของเมืองไทย “พิซซ่าทูเดย์” เปิดเผยถึง ภาพรวมธุรกิจนี้มีอนาคตที่ดี 

เนื่องจากไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจมากนัก หลังจากพบว่ายอดขายของบริษัทมีการเติบโตที่สูงขึ้นในทุกๆปี ผู้บริโภครู้จักพิซซ่ามากขึ้น แต่เนื่องจากมีผู้บริโภคจำนวนมากที่ต้องการบริโภคพิซซ่า แต่การเข้าถึงสินค้าและราคานั้นยังเป็นอุปสรรคต่อผู้บริโภค 

พิซซ่าทูเดย์ นับเป็นธุรกิจที่สามารถเติมเต็มให้กับช่องว่างเหล่านี้ และจะเห็นว่ามูลค่าตลาดพิซซ่าในประเทศไทยมีเท่ากับ 3000 ล้านบาท แต่มีการกระจุกตัวของการบริโภคอยู่บางส่วน โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพชั้นใน ทั้งที่จริงแล้วมูลค่าตลาดสามารถที่จะโตได้เป็นหมื่นล้านบาทเลยทีเดียว

การมีการกระจายสินค้าและบริหารการจัดจัดหน่ายที่ดี ดังนั้นหากมองจากภาพรวมแล้ว ผู้ทำธุรกิจกับพิซซ่าทูเดย์ จะมีความได้เปรียบเชิงการแข่งขันและสามารถเติบโตได้สูงกว่า อัตราการเจริญเติบโตตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ”
 
ด้านโอกาสของธุรกิจพิซซ่า คุณศุภกิจกล่าวต่อว่า “เนื่องจากโอกาสของธุรกิจนี้ยังมีอยู่อีกมากเนื่องจากยังมี Segment หรือกลุ่มของลูกค้าอีกมากมายต้องการบริโภคพิซซ่า แต่มีข้อจำกัด เช่นราคาแพง ไม่สะดวกในการซื้อ เป็นต้น ธุรกิจของพิซซ่าทูเดย์ สามารถทำกำไรได้ตั้งแต่วันแรกของการเปิดขาย

เนื่องจากต้นทุนการดำเนินงานต่ำ และให้กำไรที่สูง แต่ก็มีข้อแนะนำว่าเจ้าของธุรกิจหรือผู้ลงทุนควรเข้ามาศึกษาธุรกิจด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถแก้ไขปัญหาภายในร้านได้ เนื่องจากเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่สามารถควบคุมได้ง่ายในทุกๆจุด

เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ลงทุนเอง ขอให้มีความตั้งใจในการศึกษาระบบงาน ผู้ซื้อแฟรนไชส์จะได้รับความรู้ในการประกอบธุรกิจแบบไม่ต้องไปเสียเวลา เรียนรู้ด้วยตนเองในหลายๆปี รวมถึงการมีทัศนคติที่ดีต่อการทำธุรกิจ พร้อมที่จะเรียนรู้ใหม่ๆ ผู้ทำธุรกิจพิซซ่าทูเดย์สามารถที่จะประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน” 
 
 

บริษัท พิซซ่าทูเดย์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2543 โดยคุณศุภกิจ รุ่งโรจน์ นำธุรกิจขายพิซซ่ารูปแบบที่เป็น Kiosk และได้ขยายสาขาเพิ่มเรื่อยมากับห้าง Discount Store ตามอัตราการเปิดของห้าง จนปัจจุบันมีสาขาทั้งสิ้น 47 สาขา โครงสร้างของบริษัท ประกอบด้วยธุรกิจ 3 แบรนด์ คือ พิซซ่าทูเดย์ ชูการ์บัน และเบเกอรี่ทูเดย์

โดยทั้ง 3 แบรนด์มีรูปแบบการขายเหมือนกัน คือเปิดเป็น Kiosk แบบซื้อกลับบ้าน (Take away) มีทำเลที่ตั้งอยู่ใน Discount Store ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด

พิซซ่าทูเดย์ จำหน่ายพิซซ่าเป็นหลัก โดยมีสินค้าเสริมชนิดอื่นได้แก่ แซนวิช ขนมปังกระเทียม ทวิสเตอร์ (ไส้กรอกรมควันพันด้วยแป้งพิซซ่า) และเครื่องดื่มน้ำอัดลม

ชูการ์บัน
จำหน่ายอาหารทานเล่นยอดนิยมที่สามารถทานได้ทั้งวัน (Snacks) เช่น เครป ข้าวโพดคลุกเนย ขนมปังปิ้ง นมร้อน และที่ถือเป็นสูตรพิเศษเฉพาะของชูการ์บันคือ มัฟฟินเนื้อนุ่มหอมมันซึ่งมีให้เลือกหลายไส้ 

เบเกอรี่ทูเดย์
จำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่จำพวกขนมปังไส้ต่างๆ เค้ก คุกกี้ และจุดเด่นของร้านคือการสาธิตการผลิตขนมปังซอฟท์โรล ซึ่งมีให้ลูกค้าเลือกหลายรสชาติ

คุณศุภกิจ กล่าวต่อว่า “พิซซ่าทูเดย์ ได้มีการขายแฟรนไชส์ไปแล้วเป็นจำนวน 10 รายและลูกค้าแฟรนไชส์แต่ละรายก็ให้มีความพึงพอใจ เป็นอย่างมากจนกระทั่งต้องการซื้อแฟรนไชส์เพิ่ม แต่อย่างไรก็ตาม

เนื่องจากในระยะที่ผ่านมา บริษัท พิซซ่าทูเดย์ ได้จำกัดจำนวนการขายแฟรนไชส์ไม่ให้มากจนเกินไป เพราะต้องการให้แฟรนไชซีแต่ละรายได้รับการบริการเป็นอย่างดีและทั่วถึง
โดยในขณะนี้ทางบริษัท มีแผนรุกธุรกิจมากขึ้นกว่าทุกปี มีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงดังนี้ คือ
  1. เปลี่ยนแปลงโลโก้ร้าน และรูปแบบร้าน 
  2. สินค้าที่ขายในร้านจะมีเพิ่มมากขึ้น จะมีไอศกรีม และเบเกอรี่รูปแบบใหม่ๆ 
  3. ทำเลที่ใช้ในการเปิดร้าน จะไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในห้าง แต่จะเข้าไปจับตลาดชุมชนและ Delivery 
  4. กลยุทธ์ที่ใช้นในการขยายตลาดจะบุกตลาดที่กว้างมากขึ้น และ
  5. พันธมิตรจะเข้ามาช่วยในการเพิ่มรายการสินค้า ให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยจะมีสินค้าของพันธมิตรเข้ามาจำหน่ายและร่วมในการจัดโปรโมชั่น เพื่อส่งเสริมการขาย อย่างเช่น บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมมือกันมากว่า 10 ปี และ บริษัทเนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ซึ่งเป็นพันธมิตรใหม่ล่าสุดของพิซซ่าทูเดย์ 
ส่วนในด้านอื่นๆ ก็จะในด้านเงินทุนที่ทางบริษัทได้ระดมทุนมาจากกองทุนร่วมลงทุนต่างๆ เพื่อสามารถรองรับความต้องการซื้อแฟรนไชส์ในจำนวนที่มากได้ ดังนั้นผู้ซื้อแฟรนไชส์จะได้รับความมั่นใจว่าจะได้รับการบริการ และช่วยเหลือในฐานะที่เป็นแฟรนไชซี เป็นอย่างดี
 
 

นอกจากนี้เราได้จัดตั้ง Franchise relationship management ซึ่งเป็นระบบการให้บริการกับแฟรนไซซีที่ซื้อแฟรนไชส์ไปกับเราแล้ว ทำให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์สามารถที่จะมั่นใจได้ว่า ท่านจะได้รับการบริการอย่างดีที่สุด และมีการสนับสนุน อบรมอย่างต่อเนื่อง”
 
สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่มาลงทุน คือ มีความตั้งใจและรักกับการทำธุรกิจส่วนตัว มีความพร้อมทางด้านเงินทุน และต้องการเรียนรู้ในการประกอบธุรกิจอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตามการคัดเลือกของทางบริษัทค่อนข้างจำกัด เนื่องจากต้องการให้บริการแก่แฟรนไชส์อย่างทั่วถึง

และต้องการควบคุมคุณภาพของร้านให้ได้มาตรฐานสูงสุด ดังนั้นทางบริษัทจะมีการสอบสัมภาษณ์ก่อนการรับสมัคร เพื่อประโยชน์สูงสุดของทั้งบริษัทและผู้ซื้อแฟรนไชส์

ผู้สมัครควรมีความเตรียมพร้อมในด้านความรู้และมีใจรักกับธุรกิจอาหาร เนื่องจากตามสถิติที่ผ่านมาพบว่าแฟรนไชส์ที่มีใจรักกับธุรกิจด้านอาหารสามารถ ที่จะประสบความสำเร็จกับธุรกิจเป็นอย่างดี
และมีขั้นตอนในการติดต่อ และขั้นตอนการเปิดร้านดังนี้คือ
 
 
 
ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 02-978-8665 ต่อ 195
หรือ 081-350-6201 นอกเวลางาน และ เสาร์ อาทิตย์
 
 
 
 
 
ที่มา : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท แฟรนไชส์โฟกัส จำกัด
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
เปิดรายชื่อ 27 แฟรนไชส..
2,077
ภัทรินทร์ฟู้ดส์ เปิดตั..
2,027
แฟรนไชส์ ชิคชอน ไก่กรอ..
1,577
ซูโม่ชา ชานมไข่มุก วัต..
1,249
แฟรนไชส์ ชานมไข่มุก Ma..
931
เตรียมเปิดตัว 3 แบรนด์..
907
ข่าวแฟรนไชส์มาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2019 All Right Reserved.