8.1K
9
20 กุมภาพันธ์ 2555
แฟรนไชส์กาแฟ THE INDIAN TEA มุ่งเป้าโต 50% ในปี 2555



 

แฟรนไชส์กาแฟ THE INDIAN TEA เผยกลยุทธ์สร้างกระแสฮิต ติดลมบน มุ่งเป้าโต 50% ในปี 2555 หลังจากเติบโตเพิ่มขึ้น 48% ในปี 2554 นับว่า แฟรนไชส์กาแฟและชา เป็นธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจจับตามองโดยเฉพาะการแข่งขันกันในเวทีระดับ SMEs

โดย THE INDIAN TEA ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ในสไตล์อินเดีย ได้นำเสนอเครื่องดื่มประจำชาติของชาวอินเดีย คือชาอัสสัม ในสูตรต่างๆ และกาแฟเปอร์เซีย เป็นผู้โลดแล่นอยู่ในวงการแฟรนไชส์กาแฟและชาในระดับเล็กถึงกลาง ที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่าวัฒนธรรมการดื่มชาและกาแฟของคนไทยกำลังเริ่มซึมซับวัฒนธรรมของนานาชาติเข้ามาทีละนิดๆ จนกระทั่งสไตล์การดื่มชาแบบนี้จะเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศในอนาคตอันใกล้
 
หากกล่าวถึงความนิยมในประเทศอินเดียแล้ว ชาเป็นเครื่องดื่มที่มีความนิยมสูง และมีแทบทุกซอกทุกมุมในประเทศ ในด้านตลาดโลก กระแสความนิยมในด้านเครื่องดื่ม ชา ในสูตรต่างๆ ของอินเดียเริ่มมีความนิยมสูงขึ้น มองย้อนกลับมายังประเทศไทยซึ่งก้าวหน้าไปมากกว่านานาประเทศในการนำเสนอและแนะนำวัฒนธรรมการดื่มชาสไตล์อินเดีย ดูจากตัวเลขการเจริญเติบโตของการขายแฟรนไชส์กาแฟ THE INDIAN TEA ข้อมูลจากไทยแฟรนไชส์เซนเตอร์

ปี พศ.    จำนวนสาขา    เปลี่ยนแปลง
2550    61   
2551    111    เพิ่มขึ้น 82%
2552    161    เพิ่มขึ้น 46%
2553    211    เพิ่มขึ้น 32%
2554    311    เพิ่มขึ้น 48%

เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆแล้ว กล่าวได้เต็มปากว่ายังไม่มีประเทศใดที่สามารถสร้างกระแสนิยมในการดื่มชาอินเดียและกาแฟเปอร์เซียได้มากเท่าประเทศไทย ใครกันเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างกระแสวัฒนธรรมการดื่มแบบนี้ ต้องย้อนกลับไปในปี 2546 ซึ่งเป็นปีที่กิจการนี้เริ่มต้นขึ้น สาขาแรกที่หลังการบินไทย ถนนวิภาวดี โดยคุณมาโนช อัทมารามานี ผู้มีความคิดริเริ่มในการนำเสนอทางเลือกนี้ให้กับผู้บริโภค

“ในตอนนั้นมีเพียงแค่สาขาเดียว แต่มีความตั้งใจที่จะสร้างให้มีสาขาทั่วประเทศอยู่แล้ว ในรูปแบบร้านสาขา ( chain store ) แต่ทว่าผมไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะเปิดสาขาเองและไม่อยากรอช้าที่จะทำให้เครื่องดื่มชนิดนี้เป็นที่รู้จัก ทำให้แบรนด์เราเป็นที่รู้จัก จึงเปิดขายแบรนด์และสูตรให้กับผู้ที่สนใจลงทุน และเป็นเจ้าของร้านเต็มตัวในแต่ละจุดที่เขานำไปเปิดในรุปแบบ แฟรนไชส์กาแฟ

การที่ผมออกมาทำธุรกิจขายชา กาแฟ สไตล์นี้ ผมโดนคนรอบข้างต่อว่าหลายต่อหลายหนด้วยความเป็นห่วง ไม่มีใครสนับสนุนผม
แต่ผมเชื่อว่าธุรกิจนี้สามารถทำได้ ในเมื่อมันฮิตอยู่ในประเทศหนึ่งทำไมมันจะฮิตในอีกประเทศหนึ่งไม่ได้” คุณมาโนช อัทมารามานี เจ้าของแบรนด์ THE INDIAN TEA กล่าว 

 รูปแสดงสาขาริมถนนสุขุมวิท 105 ซอยลาซาล 41
 
 
รูปแสดงสาขาถนนพระยาสุเรนทร์ หน้าวัดใหม่
 
รูปแสดงสาขา บริเวณห้างสิริบรรณ จังหวัดตรัง

อัตราการเติบโตของสาขาและผู้ลงทุนเปิดร้านมีสูงขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา โดย คุณมาโนช ค่อยๆสร้างให้ธุรกิจนี้เป็นที่รู้จัก โดยการออกไปขายเองและออกบูธประชาสัมพันธ์ในงานธุรกิจแฟรนไชส์ต่างๆ ภายหลังได้ย้ายร้านมาเปิดที่สาขาถนนหลังสวน ร้านในรูปแบบแฟรนไชส์ขายได้สาขาแรกที่ถนนหลังสวน ต่อจากนั้น มีช่วงหนึ่งที่พักจากการขายเนื่องจากอยากลองทำงานด้านอื่นบ้าง จึงไปทำงานประจำสองปี เดินทางไปยังประเทศต่างๆที่มีสงครามกลางเมือง มีระเบิดฆ่าตัวตาย มีคาร์บอม เพราะอยากเรียนรู้การทำงานในต่างประเทศและชอบความตื่นเต้นเร้าใจ รวมถึงรักการเดินทาง

ระหว่างนั้นเมื่อกลับมาประเทศไทยในช่วงวันหยุดก็ใช้เวลาว่างในการประชาสัมพันธ์ธุรกิจให้เป็นที่รู้จักต่อ เนื่องจากแม้ว่าจะทำงานประจำอยู่ คุณมาโนช กลับมาประเทศไทยก็มาต้มชาถึงดึกๆดื่นๆ ทุกคืน บางคืนต้องแพ็ควัตถุดิบส่งให้กับร้านค้าสาขาจำนวนเยอะๆถึงกับไม่ได้นอน ไปมีเวลานอนเอาตีสาม ตื่นขึ้นมาก็ต้องต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาที่บ้านมาชิมและศึกษาธุรกิจ ผู้สนใจยังมีเข้ามาเรื่อยๆ ในช่วงวันหยุดจึงไม่มีเวลาว่างเลย

จนกระทั่งตัดสินใจ มาทำธุรกิจนี้เต็มตัวใช้เวลาว่างทั้งหมดที่มีอีกครั้ง เพราะทำงานแบบนี้ไม่ไหวแล้ว ทำงานประจำไปด้วยขายแฟรนไชส์ไปด้วยเป็นงานที่หักโหมพอตัว และคิดว่าออกมาทำเต็มตัวจะดีกว่า โดยตัดสินใจทิ้งโอกาสที่มีผู้ว่าจ้างอีกบริษัทให้เงินเดือนระดับสูงสำหรับเป็นตัวแทนขายในต่างประเทศ และดำเนินกิจการค้าวัตถุดิบ อุปกรณ์ในการเปิดร้านชา กาแฟ ในสไตล์อินเดียและเปอร์เซีย เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

แฟรนไชส์กาแฟ THE INDIANTEA ต่อยอด ใช้ กลยุทธ์สร้างกระแสฮิต ติดลมบน

กลยุทธ์นี้เป็นกลยุทธ์ที่เราตั้งชื่อขึ้นเองเพื่อขจัดจุดอ่อนของเราที่เรามองว่าเรายังเป็นที่รู้จักน้อยมากๆในสื่อต่างๆและในหมู่ผู้บริโภค “การใช้กลยุทธ์นี้ แฟรนไชส์กาแฟ THE INDIAN TEA ต้องเน้นทำความรู้จักกับสื่อมากขึ้นแบ่งแยกประเภทช่องทางการกระจายข่าวสารไปยังผู้ประกอบการที่เข้าข่ายเป็นกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งวัดผลที่ได้รับ ควบคุมต้นทุนการใช้จ่ายด้านงบการตลาดให้คุ้มค่าซึงเป็นการดำเนินกิจกรรมด้านการตลาดทั่วไปที่เราดำเนินการอยู่แล้วและต้องการจะเสริมให้มีมากขึ้นในปี 2555 โดยตั้งชื่อให้ระลึกถึงเป้าหมายที่เราต้องการ” นายอิสรพัน บุนนาค ผู้จัดการฝ่ายการตลาดกล่าว แบ่งแยกเป็นหัวข้อดังนี้

 รูปภาพแสดงแบรนด์ Social Media จากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์
 
รูปภาพแสดงช่องทางการประชาสัมพันธ์ผ่านทาง face book
 
รูปภาพแสดงการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต
 
 
รูปแสดงการออกบูธประชาสัมพันธ์ภาพจากงาน Biz Expo 2555
  1. ประชาสัมพันธ์ในเว็บที่มีกลุ่มเป้าหมายเข้าชมให้ครอบคลุม ยังมีอีกหลายเว็บที่เราไม่ได้ใส่ใจและเว็บต่างๆเหล่านั้นจะเป็นกำลังเสริมที่จะพัฒนาผลักดันเราให้เติบโตขึ้นได้
     
  2. Social Network Marketing ปกติเรามีการอับเดทผ่านช่องทางนี้ซึ่งไม่ได้มีแค่ facebook หรือ twitter แต่มีทุกอย่างที่เป็น Social Network และรวมกลุ่มผู้สนใจลงทุนรวมทั้งผู้ที่สนใจติดตาม ผู้ที่อยากทดลองทานเข้ามาไว้ในจุดๆเดียวกันซึ่งมีแนวโน้มในการเติบโตอย่างรวดเร็ว ช่องทางนี้เรามองว่าเป็นการสร้าง คอมมูนิตี้อย่างหนึ่งที่ลูกค้าสามารถวิพากย์วิจารณ์ได้ สื่อสามารถเข้ามาเก็บข้อมูลได้ และเราสามารถตอบกลับไปยังลูกค้าได้ทันที (real time)
     
  3. Tele Marketing คนที่สนใจตลอดมามีการเก็บข้อมูลเบอร์ติดต่อและที่อยู่ไว้ที่สามารถติดตามอับเดทข้อมูลได้ตลอดเวลาถึงความเคลื่อนไหวของเราและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆของเราที่เขาอาจสนใจ
     
  4. E-Mail Marketing เราไม่ส่งสแปมเมล์ เรามีรอบระยะเวลาในการส่งและส่งไปยังกลุ่มผู้สนใจที่ติดต่อเราเข้ามาและให้อีเมล์กับเราไว้เท่านั้น และส่งเฉพาะข้อมูลที่เป็นประโยชน์เช่นทำเลใหม่ๆในการเปิดร้านขายของ ทำเลเปิดร้านกาแฟ การอับเดทความเป็นไปของบริษัท โดยข้อมูลจะไม่เป็นข้อมูลซ้ำๆกันในการส่งเข้าไปให้ผู้ที่เป็นลูกค้าอยู่แล้วและลูกค้ามุ่งหวังในอนาคต ซึ่งปัจจุบันเรามีข้อมูลลูกค้ากว่า 3,000 ราย และไม่มีการขายข้อมูลนี้ให้กับที่อื่นเด็ดขาด
     
  5. สื่อวิทยุและนิตยสาร ไม่เน้นเพราะที่ผ่านมาไม่ได้ผลแต่ยังไม่ทิ้ง มีโอกาสจะเลือกพิจารณา เลือกลงเป็นบางโอกาส ที่ไม่ได้ผลเพราะเราไม่มีทุนเพียงพอที่จะลงแบบต่อเนื่องหากลงต่อเนื่องเชื่อว่าได้ผลแน่นอนแต่ต้นทุนในการประชาสัมพันธ์สูงเกินไปไม่คุ้มกับรายรับเราจึงมองว่าช่องทางอื่นๆได้ผลมากกว่า ในระดับการลงทุนที่เท่ากัน วิทยุและนิตยสารมีติดต่อมาสัมภาษณ์ปีหนึ่งๆหลายแห่ง ขอขอบพระคุณ
     
  6. หนังสือพิมพ์ อับเดทข้อมูลข่าวสารไปยังสื่อต่างๆมากขึ้น ในความเคลื่อนไหวของกิจการและการจัดกิจกรรมของธุรกิจที่เข้าข่ายเป็นที่สนใจกับประชาชนทั่วไป สร้างฐานผู้นิยมและติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของธุรกิจเราให้มีมากขึ้น
     
  7. การออกบูธ เน้นการออกงานแฟร์ต่างๆ ให้ความสำคัญสูงเพราะนี่คือภาพลักษณ์ของแบรนด์ภาพที่สื่อถึงความมีตัวตนของแบรนด์ และการได้ลูกค้าที่ตรงกลุ่มเป้าหมายและสนใจจริงๆ มีโอกาสสูง ที่ผ่านมาลูกค้าที่ยังไม่ได้ตัดสินใจลงทุนก็แวะมาเยี่ยมเราในงานแวะมาดูเราในงานและดูธุรกิจอื่นไปพร้อมกัน จึงเป็นช่องทางสำคัญในการ remind ลูกค้าในด้านต่างๆ การเตือนความจำว่าเรายังรอเขาลงทุนกับเราอยู่

    หากผู้ที่กำลังหาทำเลเราก็ยังอยู่ตรงนี้ยังรอคุณอยู่เสมอ รวมทั้งการหาลูกค้าใหม่ๆที่สนใจลงทุนด้านนี้การออกบูธนับว่าสำคัญมาก และงานที่มีนักข่าวเดินก็มักจะได้ลงข่าวอับเดทธุรกิจของเราเป็นของแถมในหนังสือพิมพ์อีกด้วย อีกทั้งเป็นการเพิ่มจำนวนคนที่รู้จักกิจการให้มีมากขึ้นเพื่อสร้างการบอกต่อหรือ viral marketing ที่สำคัญมากเป็นอันดับต้นๆ เพราะเขาได้สัมผัสภาพจริงได้เห็นของจริงและได้สัมผัสกับเราโดยตรง
 

การสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายและการสร้างแบรนด์ให้ฮิตติดตลาดเป็นสิ่งที่เราดำรงไว้เสมอมา การรวบรวมความคิดเห็นผู้ที่เคยได้ดื่มได้ชิมเป็นเรื่องที่เราใส่ใจมาโดยตลอด เราให้ความสำคัญกับ content management หรือการบริหารจัดการเรื่องราวต่างๆ ซึ่งการจะเป็นแบรนด์ที่มีคนสนใจจำเป็นจะต้องมีเรื่องราวใหม่ๆอับเดทอยู่ตลอดเวลา และเรื่องราวเก่าๆที่จะต้องเก่าแบบคลาสสิกคือมีคนสนใจศึกษาไม่เสื่อมคลาย


ด้านการจัดการวัตถุดิบและอุปกรณ์เลือกสรรเฉพาะที่มีคุณภาพ คงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือสำหรับผู้บริโภคและผู้ร่วมลงทุนสร้างแบรนด์ไปพร้อมกับเรา กลยุทธ์เราคือการใส่ใจในทุกรายละเอียดและพัฒนาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นไป เข้าถึงสิ่งที่ผู้ลงทุนต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้พร้อมลงทุนร่วมไปกับเรา กลยุทธ์การตลาดในปี 2555 จะมีการสื่อสารไปยังช่องทางการประชาสัมพันธ์ต่างๆ ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเพื่อเข้าถึงตลาดที่ไม่มีวันหลับและกระหายการลงทุนประกอบธุรกิจนี้ รวมทั้งร่วมสร้างสิ่งต่างๆให้เป็นจริงอย่างยั่งยืน
 

การสร้างกระแสฮิต ติดลมบนจึงเป็นเรื่องของการบริหารช่องทางการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารโดยตรงถึงผู้บริโภคเป็นสำคัญ เราจะเรียกกลยุทธการตลาดรวมทั้งหมดว่า “กลยุทธ์สร้างกระแสฮิต ติดลมบน” โดยมีเป้าหมายหลักสร้างการเติบโตในยอดขายให้เพิ่มขึ้น 50% ในปี 2555 หลังจากเติบโตเพิ่มขึ้น 48% ในปี 2554 ซึ่งเรามองว่ามีความเป็นไปได้และไม่ไกลเกินเอื้อม ที่อยู่ website www.theindiantea.com , facebook www.facebook.com/TheIndianTeaPage  blog www.perfectdestiny.co
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ปังไม่หยุด! #แฟรนไชส์ ..
845
นพรัตน์ 20 เปิดใหม่ 6 ..
725
มาแล้ว! งานแฟรนไชส์สร้..
670
#แฟรนไชส์ออฟฟิศเมท พลั..
665
โอกาสครั้งสำคัญ สำหรับ..
646
พาณิชย์ “ฉีดวัคซีนเสริ..
646
ข่าวแฟรนไชส์มาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2021 All Right Reserved.