9.2K
3
facebook
3 ธันวาคม 2554
ยักษ์คลังสินค้าลุยธุรกิจร้านอาหาร ซื้อกิจการดังกิ้นฯ-โอบองแปงดันยอด2พันล.ใน5ปี



โอบองแปง-ดังกิ้น โดนัท เปลี่ยนมือเจ้าของธุรกิจ หลัง "ทรัพย์ศรีไทย" ยักษ์ใหญ่คลังสินค้า-โลจิสติกส์ เข้าเทกโอเวอร์ นายทุนใหม่ยันไม่เปลี่ยนทีมผู้บริหาร พร้อมเดินหน้าผนึกธุรกิจลดต้นทุนบริหารจัดการ เพิ่มศักยภาพแข่งขัน เดินหน้าขยายสาขา ตั้งเป้ายอดทะลุ 2 พันล้านใน 5 ปี


นายสัมฤทธิ์ ตันติดิลกกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SST เปิดเผยว่า บริษัทได้ใช้งบฯ 1,320 ล้านบาท ซื้อหุ้นของบริษัท มัดแมน จำกัด บริษัท เอบีพี คาเฟ (ประเทศไทย) และบริษัท โกลเด้น โดนัท (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นผู้บริหารธุรกิจร้านอาหารแบรนด์ดังจากต่างประเทศทั้ง "ดังกิ้น โดนัท" และ "โอบองแปง" เนื่องจากมองว่ามีศักยภาพในการเติบโตและสร้างรายได้ให้กับบริษัท โดยจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหารเดิมที่มีอยู่ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการขั้นตอนการซื้อขายต่าง ๆ เสร็จสิ้นภายในต้นปีหน้า


สำหรับดังกิ้น โดนัท และโอบองแปง ถือเป็นแบรนด์ที่มีศักยภาพ และมีการเติบโตที่ดีมาตลอดในช่วงที่ผ่านมา ปัจจุบันโอบองแปงมีทั้งสิ้น 43 สาขา โดย 38 สาขาตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ส่วนดังกิ้น โดนัท มีทั้งสิ้น 201 สาขา โดย 69 สาขาตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ต่อปีมีรายได้รวมกันประมาณ 1,300 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถทำรายได้ทะลุ 2,000 ล้านบาทภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยอนาคตหากธุรกิจร้านอาหารทั้ง 2 แบรนด์นี้ประสบความสำเร็จ บริษัทก็มีแผนซื้อกิจการธุรกิจร้านอาหารแบรนด์อื่น ๆ เข้ามาเพิ่มเติม จากปัจจุบันธุรกิจหลักของบริษัทคือคลังสินค้าและโลจิสติกส์คิดเป็นรายได้กว่า 200 ล้านบาท อีกกว่า 600 ล้านบาทคือ น้ำมันพืชทิพ ที่ซื้อกิจการมาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว


โดยอนาคตการดำเนินธุรกิจของทั้ง 2 แบรนด์จะมีการปรับโฉม ทั้งการเดินหน้าขยายสาขา ลดต้นทุน ฯลฯ โดยสามารถผนึกกำลังกับธุรกิจของบริษัทในเรื่องของคลังสินค้า จุดกระจายสินค้า รวมไปถึงระบบโลจิสติกส์ อาทิ ครัวกลางของทั้ง 2 แบรนด์ที่สามารถมาใช้รวมกับคลังสินค้าที่มีบริษัทมีอยู่ รวมถึงการขนส่งร่วมกัน ซึ่งจะเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารให้มากขึ้น ปัจจุบันกำไรของโอบองแปง และดังกิ้น โดนัท อยู่ในระดับที่น่าพอใจประมาณ 6% ของรายได้ แม้จะน้อยกว่าธุรกิจคลังสินค้าที่มีกำไรสูงถึง 30-40% แต่ในแง่รายได้หรือกระแสเงินสดถือว่าอยู่ในระดับสูง


"การเทกโอเวอร์ครั้งนี้ บริษัทต้องการกระจายความเสี่ยงไปสู่ธุรกิจอื่น ซึ่งธุรกิจร้านอาหารถือว่าน่าสนใจมาก แม้ว่าธุรกิจนี้จะมีการแข่งขันค่อนข้างสูง แต่ก็มีดีมานด์มากจากตลาดที่เปิดกว้าง และตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยใน ยุคปัจจุบัน ที่ผ่านมาธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี"


นายสัมฤทธิ์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันดังกิ้น โดนัท มีเปิดให้บริการ 9,700 สาขาใน 31 ประเทศทั่วโลก ขณะที่โอบองแปงมีทั้งสิ้น 300 สาขาทั่วโลก เป็นแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2549 ได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยมีกองทุนจากต่างประเทศเข้าเป็นผู้ถือหุ้น ทำให้ที่ผ่านมาทั้ง 2 แบรนด์มีความพร้อมในการขยายตัวสูง หลังจากบริษัทเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ธุรกิจก็สามารถดำเนินต่อได้ทันทีโดยไม่สะดุด และในอนาคตมีแผนเพิ่มกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายให้สูงขึ้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโอบองแปง และดังกิ้น โดนัท เป็นการซื้อแฟรนไชส์มาจากต่างประเทศ โดยมีนายนาดีม ซาเวียร์ ซาลฮานี เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้น โดยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาทั้ง 2 แบรนด์มีการรีแบรนด์ไปค่อนข้างมาก ทั้งปรับร้านให้ดูทันสมัยขึ้น ยังมีการแตกไลน์ธุรกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพในการเติบโตและการแข่งขันมากขึ้น ยกตัวอย่าง การเพิ่มไลน์ "กาแฟคั่วบด" ของดังกิ้น โดนัทตั้งแต่ปีก่อน เพื่อแข่งขันกับเชนร้านกาแฟชื่อดังอย่าง "สตาร์บัคส์"

อ้างอิงจาก ประชาชาติธุรกิจ
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
รวมคอร์สเรียนสร้างอาชี..
939
ไทยแฟรนไชส์อคาเดมี่ ร่..
863
ดันแฟรนไชส์ไทยโกอินเตอ..
835
เย้ๆๆ จินตคณิตอันซัน ผ..
820
เตรียมพบบูธ ! กาแฟเขาท..
795
เเฟรนไชส์ Cheesy Fried..
751
ข่าว SMEsมาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2019 All Right Reserved.