2.7K
26 กุมภาพันธ์ 2550
แดจังกึม...ท้ารบร้านอาหารญี่ปุ่นด้วยแฟรนไชส์ 

 
 
กระแสเกาหลีฟีเวอร์ ยังคงแพร่สะพัดไปทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะประเด็นการส่งออกสินค้าวัฒนธรรมของเกาหลี ไม่ว่าจะเป็น ภาพยนตร์ เพลง ละคร โดยเฉพาะละครซีรีส์

เรื่อง 'แดจังกึม' (Dae Jang Guem) จอมนางแห่งวังหลวง นางข้าหลวงผู้มีฝีมือในการปรุงอาหารเป็นเลิศ เธอปรุงแต่งอาหารประเภทใดออกมา ล้วนถูกปากกษัติย์แห่งราชวงศ์โซซอน ชนิดที่แฟนๆ คอละครเห็นเมนูอาหารแล้วอยากจะลิ้มลองอาหาร เกาหลีทันที 

Korea Restaurant Dae Jang Geum 
 
จึงอุบัติขึ้นเป็นแห่งแรก ณ บริเวณชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พระราม 3 โดยสองพี่น้องนักธุรกิจหน้าใหม่จากดินแดนโสม Yoon-Sook Lee (ยุน ชุก ลี) ทำหน้าที่เป็น Director และ Bok-ki Min (บ็อค คี มิน) เป็น Franchising Manager เจ้าของลิขสิทธิ์ในการใช้ชื่อร้านอาหาร 'แดจังกึม' ในเมืองไทย ถูกต้องตามกฎหมาย 
 
จริงๆ แล้ว ร้านอาหารเกาหลีในกรุงเทพฯ มีอยู่หลายร้าน เช่นเดียวกับเมนู 'เนื้อย่างเกาหลี' ที่ถูกคนไทยดัดแปลงมาเป็นอาหารบุฟเฟต์ขายเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง แต่ที่นี่เป็นร้านแรก ซึ่งได้ลิขสิทธิ์คำว่า 'แดจังกึม' มาแปะไว้หน้าร้าน 
 
ยุน ชุก ลี บอกว่า วัฒนธรรมเกาหลีกำลังเป็นที่นิยมในแถบเอเชีย และอาหารก็เป็นวัฒนธรรมชนิดหนึ่ง และเป็นธุรกิจที่เราถนัด เพราะเรามีร้านอาหารเกาหลีชื่อร้านโนลยู (Nolbu) เป็นชื่อภาพยนตร์เกี่ยวกับเด็กๆ ที่โด่งดังมากในเกาหลี คือ นักธุรกิจเกาหลีนิยมนำชื่อภาพยนตร์ หรือหนังดังๆ มาตั้งเป็นชื่อร้าน เนื่องจากเป็นชื่อที่ได้รับความนิยม และเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ง่ายต่อการประชาสัมพันธ์ และถือเป็นกลยุทธ์ในการทำการตลาดของนักธุรกิจเกาหลีในขณะนี้ (ยกเว้นร้านค้าเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงแล้วก็จะใช้ชื่อเดิม)
 
ที่สำคัญ ชื่อ 'แดจังกึม' ไม่ใช่เป็นแค่ชื่อหนังเท่านั้น แต่เสมือนเป็นตัวแทนความเป็นครอบครัวของชาวเกาหลีที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้อง กับกษัตริย์ของเกาหลีในสมัยราชวงศ์โซซอน 500 กว่าปีมาแล้ว
 
คำว่า 'แด' ภาษาเกาหลีแปลว่ายิ่งใหญ่ 'แดจังกึม' แปลว่า จอมนางข้าหลวงผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยราชวงศ์โซซอน เธอเป็นนางข้าหลวงที่ทำอาหารเก่งที่สุด และยังมีความรู้ความสามารถด้าน การแพทย์รักษาเชื้อพระวงศ์และประชาชนชาวเกาหลีในยุคนั้น ถึงขั้นได้ตำแหน่งเป็นข้าหลวงหญิงคนแรก
 
 

 ดังนั้น การนำชื่อ 'แดจังกึม' มาตั้งเป็นชื่อร้านอาหาร จึงเหมาะสม และเป็นการลงทุนที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งในอนาคตร้านนี้อาจจะโด่งดังเหมือนชื่อละครดัง
 
ร้านอาหาร 'แดจังกึม' เน้นคอนเซปต์และขายความเป็นเกาหลีแท้ๆ โดยเริ่มตั้งแต่บริเวณหน้าร้านสื่อสารกับผู้บริโภคด้วยการติดป้ายเชิญชวนหน้าร้าน เป็นภาพ 'เยินเซ็ง' สาวสวยเพื่อนสนิทแดจังกึมมาเชิญชวนให้ลิ้มรสเมนู lunch set พร้อมกับแนะนำผู้บริโภคเกี่ยวกับ side dish จำพวกกิมจิ ซึ่งคิดค่าบริการรวมกับ main dish เรียบร้อยแล้ว และสามารถเติมฟรีได้ตลอด (ร้านอาหารเกาหลีเกือบทั้งหมด เติม side dish ให้ฟรีเช่นกัน) และอีกไม่นาน food model ที่สั่งทำจากเกาหลี จะบินตรงมาถึงเมืองไทย เพื่อเรียกน้ำย่อยหน้าร้านในเร็วๆ นี้ 
 
ส่วนบรรยากาศภายในร้าน ยุน ชุก ลี จะเน้นความเรียบง่าย ไม่หวือหวาเมื่อเทียบกับร้านอาหารเอเชียอื่นๆ เพราะเจ้าของร้านต้องการให้เข้ากับบรรยากาศของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล แต่ภายในจะมีจุดเด่นเป็นภาพประดับฝาผนังขนาดใหญ่เป็นรูปพระ-นางในละครแดจังกึม (มินจุนโฮ-แดจังกึม) และภาพที่สื่อถึงอาหารเกาหลีอีกสองสามภาพ
 
ขณะที่กระดาษรองจานจะสกีนเป็นภาพแดจังกึมกับฮันซังกุง เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศในละคร สร้างบรรยากาศให้ลูกค้าสัมผัสถึงดินแดนโสมได้อย่างลึกซึ้ง
 
โดยเฉพาะโลโก้ที่โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์เกาหลีของแท้ ภาพวงกลมสกรีนเป็นสีแดง-สีน้ำเงิน อันมีความหมายเป็นสีธงชาติของประเทศเกาหลี ส่วนควันที่ลอยขึ้นมาก็เป็นสัญลักษณ์ของการทำอาหารนั่นเอง
 
"เราพยายามที่จะสร้างบรรยากาศให้มีกลิ่นอายของความเป็นเกาหลีแท้ๆ แต่กลัวคนไทยจะรับไม่ได้ โดยเฉพาะเก้าอี้นั่ง ถ้าเป็นเกาหลีดั้งเดิมต้องนั่งกับพื้น เราก็กลัวคนไทยจะนั่งลำบาก ก็เลยใช้เป็นเก้าอี้สมัยใหม่แทน แต่สำหรับสาขาต่อไปจะเน้นความเป็นเกาหลีมากขึ้น" 
 
ถามว่าทั้งหมดนี้ใช้งบประมาณเท่าไหร่ เธอบอกไม่มากไม่น้อย ทั้งหมดใช้ไป 5 ล้านบาท และในปี 2549 ก็มีแผนที่จะขยายธุรกิจในรูปของแฟรนไชส์ เน้นเปิดสาขาตามห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทุกสาขา โดยในเบื้องต้นจะเปิดอีก 3 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลลาดพร้าว เซ็นทรัลปิ่นเกล้า และสาขาเวิลด์ พลาซ่า
 
 
ส่วนเรื่องผลกำไร-ขาดทุน เธอบอกว่า ในเบื้องต้นยังไม่ได้คาดหวังผลกำไรทางธุรกิจเท่าไหร่ ขอเพียงคนไทยนิยมบริโภคอาหารเกาหลี และชื่นชอบวัฒนธรรมของเรา ก็เพียงพอแล้ว ดีใจที่คนไทยให้การต้อนรับวัฒนธรรมเกาหลี เมืองไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่น่าลงทุน เรามีอะไรที่คล้ายคลึงกันหลายอย่าง

เช่น เรื่องรสชาติอาหาร คนเกาหลีนิยมทานอาหารรสจัดเช่นเดียวกันคนไทย จะแตกต่างกันที่ความโดดเด่นเท่านั้น คือ รสชาติอาหารเกาหลีถ้าเผ็ด ก็เผ็ดอย่างเดียว เปรี้ยวก็เปรี้ยวเลย เค็มเลย แต่ของคนไทยจะมีรสชาติแบบ 3 รส คือ เผ็ด-เปรี้ยว-หวาน อยู่ในอาหารจานเดียว
 
เป็นความแตกต่างที่ลงตัว เพราะเรามีวัสดุเครื่องปรุงใกล้เคียงกันมาก ใช้พริกแบบเดียวกัน หอม กระเทียม ซอสปรุงรส อะไรพวกนี้จะใช้แบบเดียวกัน จะแตกต่างกันที่กรรมวิธีการปรุงเท่านั้น
 
พูดถึงวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของคนเอเชีย เจ้าของร้านบอกว่า คนเกาหลีกับคนไทยมีวัฒนธรรมการรับประทานอาหารเหมือนกันคือ ชอบทานข้าวกับครอบครัวในวันหยุดศุกร์-เสาร์- อาทิตย์ แต่จะต่างกันในเรื่องพฤติกรรมการบริโภค

คือ คนไทยนิยมเลือกอาหารจากเมนูที่หลากหลาย ไม่เหมือนคนเกาหลีนิยมรับประทานเพียง 3-4 รายการ ทางร้านจึงสนองความต้องการนี้ด้วยเมนูเด็ดประจำร้าน
 
นั่นคือ ข้าวยำ (โคลสดบีบีมบาบ) ทำจากผัก 5 ชนิด และข้าวผสมกับซอสเกาหลี ซึ่งจะได้คุณค่าอาหารจากผัก ทำให้สุขภาพดี เสิร์ฟคู่กับซุปไก่ตุนโสม (ซัมเก๊ตทัง) ที่ใช้เวลาต้มและเคี่ยวนานๆ รับประทานแล้วจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ที่ประเทศเกาหลีในช่วงฤดูร้อนจะนิยมรับประทานน้ำซุปไก่กันทุกครอบครัว

นอกจากนี้ ยังจะมีอาหารพื้นบ้านที่คนเกาหลีเกือบทุกครอบครัวต้องรับประทาน นั่นคือ แกงส้มกิมจิ (กิมจิจิเกะ) จะมีรสชาติคล้ายแกงส้มคนไทย เผ็ด เปรี้ยว หรือจะเป็นแกงหอยลายใส่เต้าหูแผ่น (ฮเดจันจิเกะ) ก็อร่อยไม่แพ้กัน

ส่วนอาหารประเภทย่างๆ ก็จะมีซี่โครงเนื้อหมัก (โซคัลนี ) นิยมทานในช่วงฤดูร้อน เสิร์ฟคู่กับเหล้าซูจู (เหล้าเกาหลี) และน้ำโสมเกาหลี (อินชำฉะ) ที่สำคัญ ในการรับประทานอาหารเกาหลี จะมีกับข้าว (lunch set) และกิมจิ (side dish) ไว้บริการเติมฟรีตลอด
 
"อาหารของที่ร้านจะมีรสชาติเป็นเกาหลีแท้ๆ เพราะพ่อครัวเป็นคนเกาหลีที่มีฝีมือในการทำอาหารมา 10 กว่าปี ของที่ใช้ก็จะเน้นความสด สะอาด เครื่องปรุงรสทุกอย่างสั่งตรงมาจากเกาหลี ช้อน ชา ตะเกียบ ก็ใช้ของเกาหลี คือเราอยากให้คนไทยได้ลิ้มลองรสชาติอาหารเกาหลีจากคนเกาหลีจริงๆ บางครั้งก็ลงมือเข้าครัวเอง เพราะเป็นคนชอบทำอาหาร มีเวลาว่างก็อยากทำให้ลูกค้าทาน" 
 
เธอย้ำว่า คุณสมบัติของแม่ครัวที่ดี ต้องสะอาด ของใช้ทุกอย่างต้องสด มีคุณภาพ เวลาปรุงอาหารต้องใส่ใจ ประณีต เปรียบเสมือนลูกค้าคือคนในครอบครัว อยากให้เขาได้รับประทานอาหารที่อร่อย และมีคุณภาพ อยากให้คนไทยชื่นชอบอาหารเกาหลี เพราะเราเป็นคนเอเชียเหมือนกัน มีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกัน
 
 
 
 
ที่มา : Nation สุดสัปดาห์ และ Positioning Magazine 
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ซีอาร์จี ปั้นแบรนด์ “อ..
1,521
พาณิชย์ เริ่มแล้ว ! ตร..
1,211
รวมคอร์สเรียนสร้างอาชี..
865
ทัดดาวทุกอย่าง 20 เปิด..
850
แฟรนไชส์ ชาตันหยง จัดโ..
831
ชีสซี่ฟราย สแน็ค เปิดส..
830
ข่าวแฟรนไชส์มาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2019 All Right Reserved.