8.3K
2
11 ธันวาคม 2553

“เซเว่นฯ” แฟรนไชส์แรงได้อีก เดินเครื่องชูธงร้านเสิร์ฟอิ่มทันใจ


  

 
ยอดแฟรนไชส์ “7-11” โตต่อเนื่อง ปูพรม 5,800 สาขาทั่วประเทศ สัดส่วนแฟรนไชส์กว่า 50% ตั้งเป้าปีหน้าขยายเพิ่ม 500 สาขา ดันสัดส่วนแฟรนไชส์ขึ้น 53% ย้ำกลยุทธ์เปลี่ยนตำแหน่งการตลาดจากร้านสะดวกซื้อสู่บริการร้านอิ่มสะดวก 
       
นางสาวอนิษฐา ธนมิตต์ รองกรรมการผู้จัดการ สำนักแฟรนไชส์ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารแฟรนไชส์ 7-11 (เซเว่น อีเลฟเว่น) เปิดเผยว่า ในปี 2553 นี้ ร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ มีจำนวนกว่า 5,800 สาขา โดยเป็นสัดส่วนของร้านแฟรนไชส์กว่า 50% หรือประมาณ 2,900 สาขา ขยายตัวประมาณ 3% จากปีที่แล้ว (2552) และเป้าในปีหน้า (2554) คาดว่า สัดส่วนร้านแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นเป็น 53% ของสาขาทั้งหมด โดยมีสาขาเพิ่มอีกราว 500 สาขา โดยเป็นสัดส่วนของแฟรนไชส์ ประมาณ 400 สาขา

 
สำหรับกลยุทธ์หลักในปีหน้า เน้นเปลี่ยนตำแหน่งการตลาดของร้านเซเว่นฯ จากร้านสะดวกซื้อให้เป็นร้านอิ่มสะดวกของคนไทย โดยมุ่งเน้นขายอาหารสดพร้อมรับประทาน ซึ่งในอดีตสัดส่วนรายได้ของร้านเซเว่นฯ จากส่วนอาหารเพียง 20% และสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ 80% แต่ปัจจุบัน สัดส่วนในกลุ่มแรกเพิ่มเป็นกว่า 70% ขณะที่กลุ่มหลังลดเหลือ 30%
      
       “ในปีหน้า เราจะเน้นด้านอาหารสดมากยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อเสริมจุดขายนี้ให้ชัดเจน ช่วยให้ไม่ต้องไปแข่งขันกับร้านโชวห่วย หรือมินิมาร์ทรายอื่นๆ โดยบริษัทจะมีระบบสนับสนุนด้านอาหารสดผ่านการจัดอบรมต่างๆ เช่น วิธีบริหารจัดการอาหารสด และมอบนโยบายไปสู่สาขาต่างๆ โดยเฉพาะด้านความสะอาด และคุณภาพมาตรฐาน เพื่อจูงใจให้ลูกค้าอยากเข้ามาหาอาหารกินในร้านเซเว่นฯ” ผู้บริหารเซเว่นฯ เผย 

       ทั้งนี้ มั่นใจว่า แฟรนไชส์เซเว่นฯ จะเติบโตตามเป้าหมายอย่างแน่นอน เนื่องจากที่ผ่านมา มีอัตราเติบโตปีละ 3% ต่อเนื่องทุกปี สอดคล้องกับอัตราเติบโตของร้านเซเว่นฯ ทั่วโลกที่ขยายต่อเนื่องเช่นกัน รวมถึง ปัจจุบัน ทางบริษัทฯ ได้ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ กสิกรไทย และนครหลวงไทย จัดโครงการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ และไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ช่วยให้ผู้สนใจธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายขึ้น
 

       
       อีกทั้ง ยังมีปัจจัยเสริมจากทัศนคติของคนรุ่นใหม่ อยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองมากขึ้น ซึ่งแบรนด์เซเว่นฯ เป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจของคนจำนวนมากอยู่แล้ว และได้รับความเชื่อถือการันตีความสำเร็จ อีกทั้ง สินค้าในร้าน เป็นประเภทอุปโภคบริโภค ซึ่งจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ปัจจัยลบภายนอกจึงกระทบไม่มากนัก
      
       นางสาวอนิษฐา เผยด้วยว่า ในระยะเวลาหนึ่งปี จะมีผู้สนใจขอเปิดร้านแฟรนไชส์เซเว่นฯ เกือบหนึ่งหมื่นราย แต่จะผ่านการคัดเลือกเพียง 5% เท่านั้น โดยหลักพิจารณาอันดับแรก คือ ต้องเป็นผู้มีใจรักงานบริการ ตามด้วยมีความเหมาะสมอื่นๆ ประกอบ เช่น อายุควรมากกว่า 30 ปีขึ้นไป เคยมีประสบการณ์ทำงานจริงมาก่อน เป็นต้น

 

 
       ในส่วนการลงทุนนั้น มีให้เลือก TYPE B อยู่ที่ 480,000 บาท รวมค่าค้ำประกันต่างๆ อีก 1,000,000 บาท (ได้รับคืนหลังครบสัญญา) และ TYPE C อยู่ที่ 1,730,000 บาท รวมค่าค้ำประกันต่างๆ 900,000 บาท (ได้รับคืนหลังครบสัญญา) ซึ่งปัจจุบัน การเปิดร้านแฟรนไชส์เซเว่นฯ แทบทั้งหมดกว่า 95% จะเป็นร้านของบริษัทที่ให้ผู้สนใจ เลือกลงทุนไปดำเนินกิจการต่อ ส่วนการเปิดร้านจากทำเลของผู้ลงทุนเอง มีสัดส่วนเพียง 5% เท่านั้น
      
       ด้านผลตอบแทนของแฟรนไชส์ซี่ แบบ TYPE B ผลตอบแทนจาการบริหาร และกำไรส่วนเพิ่ม เป็นต้น แบบ TYPE C จะมาจากยอดขายหักต้นทุน ซึ่งแฟรนไชส์ซี่จะได้ส่วนแบ่งกำไร 54% บริษัทได้ส่วนแบ่งกำไร 46% โดยเฉลี่ยลูกค้าที่เข้าร้านเซเว่นฯ จะใช้จ่ายประมาณ 40-50 บาทต่อคนต่อครั้งที่เข้าร้าน โดยแต่ละสาขาจะมีรายได้เฉลี่ยอย่างต่ำ 40,000-50,000 บาทต่อวัน อัตราคืนเงินลงทุน เฉลี่ยอยู่ที่ 2-3 ปี ขณะที่อัตราการยกเลิกกิจการของผู้ลงทุนแฟรนไชส์เซเว่นฯ อยู่ที่ประมาณ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสาเหตุใหญ่มักมาจากความไม่พร้อมส่วนตัวของแฟรนไชส์ซี่ เช่น ไม่มีเวลามาดูแล ขาดทายาทสืบต่อธุรกิจ เป็นต้น
      
       รอง กก.ผจก. เผยต่อว่า แผนสนับสนุนแฟรนไชส์ของบริษัทในปีหน้านั้น ยังคงให้ความสำคัญในการจัดอบรมความรู้ที่จำเป็นแก่แฟรนไชส์ซี่ตลอดทั้งปี และมีทีมปฏิบัติลงพื้นที่เข้าไปดูแลสาขาทุกสัปดาห์ ซึ่งจะทำหน้าที่คอยแนะนำ รวมถึง แจ้งข่าวสารนโยบายจากส่วนกลาง โดยเจ้าหน้าที่ทีมปฏิบัติ 1 คนจะดูแลสาขาแฟรนไชส์ 5 แห่ง ช่วยให้ดูแลได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้ง ทางบริษัทจะจัดโปรโมชั่นต่างๆ ต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นยอดขายให้แฟรนไชส์ และมีระบบประกันความเสียหายจากภัยต่างๆ เช่น ถูกโจรกรรม หรือภัยน้ำท่วม ซึ่งแฟรนไชส์ซี่จะได้รับความคุ้มครอง 100% ในกรณีเกิดความเสียหาย
       
       นอกจากนั้น บริษัทได้จัดคัดเลือกแฟรนไชส์ซี่ยอดเยี่ยมประจำปีสาขาต่างๆ โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงาน 12 เดือนย้อนหลัง ทั้งด้านผลประกอบการ การบริหาร งานบริการ ฯลฯ เพื่อเป็นกำลังใจ เชิดชูเกียรติ และเป็นตัวอย่างแก่แฟรนไชส์ซี่รายอื่นๆ
 
       ด้านนายบุญชัย ศรีสุรเมธีกร เจ้าของแฟรนไชส์เซเว่นฯ สาขางามวงศ์วาน สาขาทรายทอง และสาขาเคหะประชานิเวศน์ ซึ่งได้รับรางวัลยอดเยี่ยมด้านบริการ เผยว่า การทำธุรกิจแฟรนไชส์เซเว่นฯ จะลำบากที่สุดในช่วงเริ่มต้น ซึ่งจำเป็นต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด สิ่งสำคัญต้องพยายามเดินตามนโยบายที่ส่วนกลางกำหนดไว้ให้ได้ ซึ่งหากผ่านช่วงนี้ไปได้ ธุรกิจจะค่อนข้างลงตัว และสุดท้ายระบบต่างๆ จะทำให้ร้านขับเคลื่อนไปได้ด้วยตัวเอง
      
       อย่างไรก็ตาม ปัญหาธุรกิจในการเปิดร้านเซเว่นฯ นั้น เขาระบุว่า เหมือนกับธุรกิจอื่นๆ ทั่วไป คือ ปัญหาจากตัวพนักงาน ดังนั้น เจ้าของแต่ละร้านจะต้องมีวิธีจัดการแตกต่างกันไป ให้เหมาะสมต่อร้านตัวเอง

ส่วนข้อแนะนำในการเลือกทำเลเปิดร้านเซเว่น อันดับแรกควรอยู่ใกล้ที่พัก เพื่อสะดวกในการเดินทาง สามารถมาดูแลได้อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และควรพิจารณาทำเลจากศักยภาพการเติบโตในอนาคตมากกว่าแค่พิจารณาจากยอดขายในปัจจุบันเท่านั้น
 


อ้างอิงจาก ผู้จัดการออนไลน์
 

ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ด่วน! แฟรนไชส์ Marucha..
3,159
ซูโม่ ลูกชิ้นปลาระเบิด..
1,148
ไจแอ้นลูกชิ้นปลาระเบิด..
1,123
แฟรนไชส์ “ปังอั้ยยะ” ร..
1,058
กรุงศรีจัดสัมมนาเพื่อล..
894
กขค ชานม 15 บาท เปิด 5..
860
ข่าวแฟรนไชส์มาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2020 All Right Reserved.