ค้นหาภายในเวป
งานแฟรนไชส์ TFBO
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 มิถุนายนนี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดขึ้นโดย บริษัท กวิน อินเตอร์เทรด จำกัด

รายละเอียดเพิ่มเติม
ปฎิทินข่าวแฟรนไชส์
ช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม จะมีข่าวด้านแฟรนไชส์เข้า มาจำนวนมาก หลายแบรนด์ได้ นัดผู้สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยาย

รายละเอียดเพิ่มเติม






บาจา

เพิ่งเปิดภาคเรียนไปเมื่อไม่นานนี้ เราได้เห็นโฆษณาแบรนด์รองเท้ามากมาย หนึ่งในแบรนด์รองเท้านักเรียนที่เราคุ้นหูคุ้นตากันดี ก็คือ "บาจา" เนื่องจากเป็นแบรนด์รองเท้าที่เข้ามาในเมืองไทยมากว่า 76 ปีแล้ว และปัจจุบันบาจาเปิดตัวการขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยมีร้านค้าปลีกรองเท้าบาจาอยู่ 205 สาขาทั่วประเทศ ทั้งนี้ยังไม่รวมร้านที่อยู่ในไฮเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าส่ง



"บาจาเป็นรองเท้าครอบครัว มีตั้งแต่พ่อ แม่ ลูก กีฬา แฟชั่น นักเรียน เรามีสินค้าขายดีทุกหมวดรองเท้า" สมาน พรหมจำปา ผู้จัดการฝ่ายขายปลีก บริษัทบาจา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงกลุ่มลูกค้าของบาจา

วิเคราะห์ตลาดก่อนเปิดระบบแฟรนไชส์

เมื่อครองใจกลุ่มลูกค้าได้ทุกช่วงวัยแล้ว ก่อนการเปิดทำแฟรนไชส์ ทางบาจาได้มีการวิเคราะห์การตลาดแล้วว่า ร้านค้าปลีกรองเท้ายังมีอัตราการเติบโตอยู่ในระดับสูง เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้มีจำนวนประชากรที่มากขึ้น ทำให้ความต้องการรองเท้าก็สูงมากขึ้นตามไปด้วย และค่านิยมในการใช้รองเท้าของคนก็เปลี่ยนไป จากที่เมื่อก่อนนี้ไม่ต้องสวมรองเท้า หรือมีรองเท้าเพียงไม่กี่คู่ ดังเช่น สมานได้ยกตัวอย่างการใช้รองเท้าของเด็กนักเรียนหนึ่งคนไว้ว่า

"ปัจจุบันเด็กนักเรียนคนหนึ่งต้องใส่รองเท้านักเรียนผ้าใบสีดำ มีรองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลเป็นรองเท้าลูกเสือ และต้องมีรองเท้าสีขาวเป็นรองเท้าพละ กลับไปถึงบ้านก็ต้องมีรองเท้าโก้ ๆ อีกคู่หนึ่งและรองเท้าแตะ นี่สำหรับคนในเมืองใหญ่ ๆ 5 คู่ แต่ถ้าเฉลี่ยแล้วคนไทยใช้รองเท้าประมาณ 1 ข้างต่อคน ทั้งประเทศใช้ 30 กว่าล้านคู่ ก็ยังมีตลาดอีกเยอะ บาจาก็ถือว่าเป็นที่รู้จักของทุกคนทั่วประเทศอยู่แล้ว ร้านที่เราเปิดก็ต้องมีลูกค้าอยู่แล้วเพราะรองเท้าเป็นสินค้าที่จำเป็น ไม่เหมือนสมัยก่อนที่เดินไม่ต้องใส่รองเท้า"

เปิดสาขาได้ทั่วประเทศ

ผู้ที่สนใจจะเปิดร้านรองเท้ากับบาจาสามารถที่จะเปิดได้ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยมีรูปแบบร้าน 2 แบบ คือ
1. ร้านค้าปลีกบาจาแบบธรรมดา ต้องมีอาคารพาณิชย์ 2 คูหาหรือเนื้อที่ประมาณ 100 ตารางเมตร อยู่ในพื้นที่เขตชุมชน และในพื้นที่นั้นควรมีประชากร อย่างน้อยประมาณ 50,000 - 100,000 คน อาจอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย อยู่ใกล้ตลาดสดหรือแถวสถานีรถต่าง ๆ ก็ได้

2. ซุปเปอร์สโตร์ขนาดใหญ่ ต้องมีเนื้อที่ประมาณ 250 ตารางเมตรขึ้นไป อยู่ในเขตพื้นที่ชุมชนเช่นเดียวกับ ร้านค้าปลีกหรืออาจอยู่ในไฮเปอร์มาร์เก็ต เช่นห้างสรรพสินค้า

โดยทั้งนี้ทางบาจาจะส่งผู้เชี่ยวชาญไปทำการสำรวจพื้นที่นั้น ๆ ก่อนว่าสามารถที่จะเปิดร้านค้าปลีกบาจาได้หรือไม่ ผู้ที่สนใจเปิดร้านสามารถไปชมร้านสาขาของบาจา ได้ทั่วประเทศหรือสามารถชมร้านต้นแบบได้ทั่วกรุงเทพฯ

"ร้านต้นแบบของเราก็มีอยู่แล้ว ก็คือแถวเซ็นทรัลลาดพร้าว เซ็นทรัลพระราม 2 และพระราม 3 แฟชั่นไอร์แลนด์ และฟิวเจอร์พาร์ครังสิต พวกนี้เป็นร้านที่ลักษณะเดียวกับที่เราจะไปทำให้ คือบาจาต้องอยู่ในที่ใหญ่ๆ คนเห็นแล้วรู้เลย" สมานกล่าว

นอกจากนี้ สมานยังได้กล่าวถึงทำเลขายดีของบาจาอีกว่า "แต่สำหรับทำเลที่ขายดีของร้านค้าปลีกรองเท้าบาจาก็คือ ทำเลที่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เช่น ที่ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ ของเราขายดีมากกับพวกยุโรปเพราะว่าบาจามาจากต้นตระกูลยุโรป คนรู้จัก ร้านค้าในต่างจังหวัดก็สามารถที่จะเปิดร้านได้ ถ้าหากในพื้นที่นั้นมีร้านค้าปลีกรองเท้าบาจาอยู่แล้ว แต่อยู่คนละถนนหรืออยู่ในทำเลที่ไม่ดึงลูกค้ากัน"

"ตอนนี้ถึงแม้ว่าเรามีสาขามากอยู่แล้ว แต่ยังสามารถเปิดได้อีก เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น บางจังหวัดก็ยังไม่มีร้านบาจา หรือที่มีแล้วก็เปิดได้อีก เช่น ในมาบุญครอง พื้นที่ใหญ่ คนเยอะ เราก็เปิด 2 ร้านได้"

เงินลงทุน

งบประมาณในการลงทุนเปิดร้านประมาณ 1.2 - 1.4 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
1. ส่วนการตกแต่งร้าน ประมาณ 6-8 แสนบาท ในส่วนนี้รวมถึงเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในร้านที่จำเป็นต้องมี เช่น เครื่องสแกน เครื่องเก็บเงิน เป็นต้น

2. ส่วนการมัดจำค่าสินค้าเบื้องต้น 6 แสนบาท

อายุสัญญาในการเป็นแฟรนไชส์ 5 ปี หลังจากครบตามอายุสัญญาแล้วทาง บริษัท บาจา (ประเทศไทย) จำกัด จะมีการพิจารณาในการต่ออายุสัญญาเป็นราย ๆ ไป

ระยะเตรียมการก่อนเปิดร้าน

หลังจากมีทำเลร้านเรียบร้อยแล้ว จะมีทีมงานของบาจาเข้าไปทำแบบแปลน หลังจากนั้นก็ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนเพื่อตกแต่งร้าน ในระหว่างนี้ก็จะมีการอบรมให้กับแฟรนไชซี่ทั้งใน ภาคทฤษฎีในออฟฟิศและภาคปฏิบัติที่ร้านค้า โดยสามารถเข้าไปฝึกงานที่ร้านจริงได้ระหว่างการตกแต่งร้าน ซึ่งปกติมักจะมีผู้จัดการร้าน 1 คนและพนักงานขายประจำร้าน 2 คนสำหรับร้านค้าปลีกแบบธรรมดา ทางบริษัทจะมีการอบรมในเรื่องของสินค้า วัสดุที่ใช้ในสินค้าแต่ละชนิด การใช้รหัสสินค้าต่าง ๆ และการคิดสต็อก การทำบัญชีต่าง ๆ

"เรามีบุคลากรที่จะช่วยเหลือแฟรนไชซี่ที่ต้องการ นอกจากนั้นแล้ว เราก็มีผู้จัดการเขตคอยดูแล 2 อาทิตย์ไปเยี่ยม 1 ครั้ง ไปดูแลความต้องการของร้านเป็นอย่างไร และส่งข้อมูลข่าวสารของทางบริษัท ทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ ใครมาทำแฟรนไชส์เราก็เทรนให้ คือเราพร้อมที่จะให้"สมานกล่าว

ผลประกอบการ

ผลประกอบการในเบื้องต้น โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านบาทต่อปี ซึ่งแฟรนไชซี่จะได้รับส่วนแบ่งผลประกอบการ 27% ประกอบด้วย ค่าเช่าร้าน เงินเดือนผู้จัดการร้านและพนักงานร้าน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้พื้นที่ร้าน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ โดยจะได้รับส่วนแบ่งผลประกอบการนี้ทุกเดือน แต่ไม่รวมในส่วนที่แฟรนไชซี่ต้องจ่ายรายเดือน จะรวมอยู่ในผลประกอบการที่ทางบาจาได้รับ

"อีก 73% เป็นของบริษัทแม่แบ่งออกเป็น ค่าสินค้าต้นทุน 50% ค่ารอยัลตี้ฟี 15% ค่า advertising ฟี 5% และค่า reduction 3% คือสินค้าที่มียอดขายต่ำ ทางบาจาก็จะมีการลดราคาสินค้านั้น"

แนวโน้มการใช้รองเท้า

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าวัยรุ่นมักเดินช็อปปิ้งตามศูนย์การค้าเพื่อเลือกซื้อ รองเท้าให้เข้ากับสมัยอยู่ตลอดเวลา บาจาได้เห็นถึงจุดนี้และพยายามที่จะเปลี่ยนสินค้าให้เข้ากับ ยุคสมัยเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
"ทางบาจายังได้เปลี่ยนสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ทุก ๆ 3 เดือนเพื่อให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ อยู่เสมอ เช่น หน้าร้อนก็มีรองเท้าแตะเพื่อให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศ หน้าฝนก็จะหนักไปทางรองเท้าเปียกน้ำ ส่วนหนาวก็มีพวกรองเท้าสวม ไม่อย่างนั้นลูกค้าเบื่อ เราพยายามทำให้มันเปลี่ยนแปลง"

ปรับโฉมใหม่เป็นสากล

การที่บาจาเป็นบริษัทระดับสากล เมื่อมีการขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทจึงมีการปรับรูปแบบให้เป็นสากลด้วยซึ่ง เป็นรูปแบบเหมือนกับร้านในสาขาที่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในแถบประเทศทางยุโรปหรือเอเชีย "การทำแฟรนไชส์ก็เหมือนกับ SMEs ที่รัฐบาลกำลังส่งเสริม ถ้าเรามีเงินอยู่จำนวนน้อยเราก็สามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ จ้างผู้ช่วยขาย ก็ได้ช่วยให้คนมีงานทำด้วย"

เมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รูปแบบต่าง ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย โลกที่ไร้พรมแดนทำให้คนมีความต้องการอะไรที่เป็นสากลก็มีมากขึ้น การลงทุนเป็นเจ้าของกิจการในทุกวันนี้จึงจำเป็นที่จะ ต้องคำนึงถึงปัจจัยค่านิยมทางสังคมด้วย ไม่ใช่แค่เพียงเงินทุนและทำเลที่จะเปิดเท่านั้น เราไม่ก้าวหน้าเกินโลกได้ เพียงแต่ก้าวทันก็คงเพียงพอ

โปรย

1. ปัจจุบันนี้มีจำนวนประชากรที่มากขึ้นทำให้ความต้องการ รองเท้าก็สูงมากขึ้นตามไปด้วย และค่านิยมในการใช้รองเท้าของคนก็เปลี่ยนไป
2. บาจาก็ถือว่าเป็นที่รู้จักของทุกคนทั่วประเทศอยู่แล้ว ร้านที่เราเปิดก็ต้องมีลูกค้าอยู่แล้วเพราะรองเท้าเป็นสินค้าที่จำเป็น ไม่เหมือนสมัยก่อนที่เดินไม่ต้องใส่รองเท้า
3. "ใครมาทำแฟรนไชส์เราก็เทรนให้ คือเราพร้อมที่จะให้"
4. "การทำแฟรนไชส์ก็เหมือนกับ SMEs ที่รัฐบาลกำลังส่งเสริม ถ้าเรามีเงินอยู่จำนวนน้อยเราก็สามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ จ้างผู้ช่วยขาย ก็ได้ช่วยให้คนมีงานทำด้วย"

อ้างอิงจาก: นิตยสาร Franchise Focus


  



แฟรนไชส์ประจำสัปดาห์

คงไม่มีใครไม่รู้จัก แฟรนไชส์ ยี่ห้อ 7-11 หรือ เซเว่นอิเลฟเว่น นะครับ เรามาดูรายละเอียด และข้อมูลการลงทุนดีกว่า...
แฟรนไชส์โชว์
- ฟาสซิโน
- บาจา
- โปรเกรซ
- บะหมี่แชมป์โลก
- แบล็คแคนยอน

รายละเอียดเพิ่มเติม
คำคมแฟรนไชส์
- เอลินอร์ รูสเวลท์
- เจ.ลับบอค
- ทอม ฟลอรีส
- จอห์น ชาร์ลส์ ซาลัค

รายละเอียดเพิ่มเติม
   Free Web Counter


Copyright (C) 2005. ThaiFranchiseCenter.com All rights reserved.