ค้นหาภายในเวป
งานแฟรนไชส์ TFBO
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 มิถุนายนนี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดขึ้นโดย บริษัท กวิน อินเตอร์เทรด จำกัด

รายละเอียดเพิ่มเติม
ปฎิทินข่าวแฟรนไชส์
ช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม จะมีข่าวด้านแฟรนไชส์เข้า มาจำนวนมาก หลายแบรนด์ได้ นัดผู้สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยาย

รายละเอียดเพิ่มเติม






ฟาสซิโน

แฟรนไชส์ร้านยายุคใหม่ รายแรกของไทย

ธุรกิจร้านยา ยังคงมีความสำคัญกับคนไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากยา ถือว่าเป็นปัจจัย 4 ที่คนไทยหาซื้อมารับประทานกันอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ธุรกิจนี้มีเปิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยังกับดอกเห็ด แต่ก็ยังเป็นรูปแบบร้านที่ธรรมดา จากจุดนี้เองที่ทำให้ "ฟาสชิโน" ผู้นำทางด้านธุรกิจร้านยา หันมาพัฒนารูปแบบร้านของตัวเองให้มีความโมเดิร์น และทันสมัย เพื่อปิดโอกาสให้กับคนที่สนใจจะลงทุนทำธุรกิจ ก้าวเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์กับฟาสชิโน



เริ่มต้นก้าวสู่ธุรกิจ

ไชยเสน พิศาลวาเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัทฟาสชิโน กล่าวถึงที่มาของธุรกิจว่า " เมื่อก่อนผมกับภรรยารับราชการเป็นเภสัชกรอยู่ก่อนแล้ว หลังจากนั้นก็ตัดสินใจออกจากงานเพื่อมาทำธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยเปิดเป็นร้านยาเล็กๆที่ ศิริราช แต่ทำได้ประมาณสี่ปี ก็ต้องย้ายร้านใหม่ เพราะว่าทำเลไม่ดี โดยย้ายไปหน้าศิริราชอีกแห่งหนึ่งที่เยื้องออกไปจากเดิมที่เคยเปิด เช่ามาได้ 8 ปี ทีนี้กิจการเราไปได้สวย โตขึ้นเรื่อยๆ เราก็มองว่าเราน่าจะทำให้เป็นบริษัทเลยดีกว่า จึงได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า ฟาสชิโน จำกัด โดยเป็นการซัพพลายเออร์ยาให้กับโรงพยาบาล ร้านค้า คลินิกแพทย์ ซึ่งทำมาได้ซักปี 2540 เศรษฐกิจเริ่มตก กิจการเริ่มไปได้ไม่ดี เก็บเงินจากโรงพยาบาลไม่ได้ แต่ยังดีว่าผมมีลูกค้าหลักคือร้านขายยาทั่วไป ทำให้ผมประคองตัวเองได้ หลังจากที่ผมประสบปัญหาเพราะพิษเศรษฐกิจได้ไม่นาน ได้มีคนที่เขาชำนาญเรื่องระบบแฟรนไชส์ มาชักชวนให้ผมทำธุรกิจร้านยาในระบบแฟรนไชส์ ซึ่งตัวผมเองก็มองดูแล้วว่าธุรกิจนี้ยังไม่มีคนไทยคนไหนเลยที่กล้าทำในระบบแฟรนไชส์ จึงได้เริ่มเปิดตัวในระบบแฟรนไชส์อย่างจริงจังเมื่อปี พ.ศ 2543"

ดึงจุดเด่นเน้นที่โมเดิร์น

ฟาสชิโน ได้มีการพัฒนารูปแบบร้านใหม่ให้มีความทันสมัย มากกว่าที่จะเป็นร้านขายยาทั่วไป โดยได้ดึงความแตกต่างด้านการตกแต่งร้านที่เป็นแบบโมเดิร์น ในเรื่องของรูปแบบร้านที่มีความทันสมัย ลูกค้าเข้ามาใช้บริการที่ร้านแล้ว จะเห็นถึงความแตกต่างตั้งแต่การจัดหมวดหมู่ของสินค้า จัดตามหลักวิชาการ ง่ายต่อการเลือกซื้อสินค้า หรือแม้กระทั่งเรื่องของบุคลากร ที่ทางร้านเน้นมากที่สุดคือเรื่องของเภสัชกรที่มีประจำร้านตลอดเวลาทำการ และสุดท้ายคือเรื่องของตัวสินค้า ที่มีการแยกหมวดหมู่ออกเป็น 5 หมวดใหญ่คือ
1.ยา
2.อาหารเสริม
3.เวชสำอางค์
4.อุปกรณ์ผู้ป่วย
5.อุปกรณ์การแพทย์



"มีการแบ่งสัดส่วนให้ผู้บริโภคสามารถหยิบจับได้ง่าย ซึ่งจะเห็นว่านี่คือความแตกต่างของฟาสซิโนกับร้านขายยาโดยทั่วๆไป นอกเหนือจากนั้น จุดขายของฟาสชิโนอีกอย่างคือเรื่องของราคา โดยสินค้าบางรายการจะถูกว่าร้านอื่นๆ เนื่องจากบริษัทมีข้อได้เปรียบในการสั่งซื้อสินค้าครั้งละมากๆ ถือว่ามากที่สุดในบรรดาเชนร้านขายยาด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นในเรื่องความหลากหลายของสินค้า โดยปัจจุบันบริษัทมีสินค้าที่อยู่ในร้านกว่า 8,000 รายการ แต่ถ้าเป็นร้านแฟรนไชส์จะลดลดเหลือ 2-3 พันรายการ โดยร้านแต่ละร้านทุกแห่งจะต้องออนไลน์กับบริษัทแม่ตลอดเวลา"

ทั้งนี้ ขอบเขตธุรกิจฟาสชิโนมี 3 ธุรกิจหลักได้แก่ การเป็นตัวกลางซื้อมาขายไป โดยมีช่องทางจัดจำหน่ายคือร้านฟาสชิโน ซึ่งธุรกิจในส่วนนี้มีสัดส่วนรายได้ถึง 90% การผลิตยาภายใต้แบรนด์ฟาสชิโน (House Brand) กว่า 100 รายการ ในสัดส่วนรายได้ 7% และการเป็นตัวแทนจำหน่ายอีก 3% ซึ่งตามแผนของบริษัทต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้ของกลุ่ม House Brand รวมทั้งการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้มากขึ้น และตั้งเป้าอัตราการเติบโตปีนี้อยู่ที่ 15%จากปีที่ผ่านมา" ไชยเสนกล่าว

ผุดแฟรนไชส์ทั่วประเทศ

ฟาสชิโน มีนโยบายที่จะจับมือกับซัพพลายเออร์ หนุนกิจกรรมการตลาด หวังสร้างแบรนด์ เพื่อสร้างความแตกต่างจากแบรนด์คู่แข่ง ที่มาจากต่างประเทศ พร้อมจัดระบบแฟรนไชส์ให้มีคุณภาพมากขึ้น พร้อมลุยเปิดสาขาอีก 15-20 แห่งในปี 47 ด้วยอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% พร้อมตั้งเป้าเปิดครบทุกจังหวัดในอีก 3 ปีข้างหน้า

ไชยเสน พิศาลวาเลิศ เปิดเผยว่า " ปีนี้บริษัทจะหันมาเน้นจัดกิจกรรมต่างๆมากขึ้น อาทิ การจัดงานสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพผิวให้กับลูกค้าทั่วไป รวมถึงการสาธิตเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ เพื่อให้ความรู้แก่ผู้บริโภคร่วมกับเจ้าของผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเน้นจัดโปรโมชั่น ณ จุดขายผ่านช่องทางของฟาสชิโนมากขึ้น โดยเฉพาะการทำโปรโมชั่นราคากับสินค้า ซึ่งเป็นที่นิยมเพื่อกระตุ้นยอดขาย โดยงบประมาณการจัดกิจกรรมทั้งหมดจะเป็น การลงทุนร่วมกันระหว่างบริษัทและซัพพลายเออร์แต่ละราย ซึ่งผมเชื่อว่าการทำโปรโมชั่นต่างๆเหล่านี้นอกจาก จะช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับสินค้าของเราแล้ว ยังเป็นตัวช่วยดึงดูดให้ผู้ที่ต้องการซื้อแฟรนไชส์ร้านขายยาฟาสชิโนมากขึ้น ซึ่งผมมองว่าจากการปรับกลยุทธ์ดังกล่าว ทำให้แนวทางการขยายสาขาของบริษัทหลังจากนี้จะเน้นไปทั้ง 2 ทาง ขยายสาขาเอง กับขายแฟรนไชส์ ควบคู่กัน ซึ่งจะขึ้นกับจังหวะและโอกาส โดยผมตั้งเป้าที่จะขายแฟรนไชส์ 15-20 แห่ง จากปัจจุบันมีสาขาอยู่ 50 แห่ง แบ่งเป็นแฟรนไชซี่ 40 สาขา และที่ลงทุนเอง 10 สาขา"

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าขยายสาขาในปี 2550 ให้มีร้านฟาสชิโนให้ครบทุกจังหวัด ไม่ว่าจะไปที่จังหวัดก็ต้องเจอร้านฟาสชิโน ด้วยจำนวนสาขาไม่ต่ำกว่า 100 แห่ง ซึ่งแนวทางการขยายไปต่างจังหวัดคาดว่าจะเน้นไปที่การขายแฟรนไชส์เป็นหลัก ขณะที่ในกรุงเทพฯ จะเน้นการลงทุนของบริษัทแม่มากกว่า

ปี 2546 ที่ผ่านมาก บริษัทเริ่มเข้าไปเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้ามากขึ้น เพื่อสร้างแบรนด์ Brand Awareness รวมทั้งอยู่ระหว่าง ศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดร้านในสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานพยาบาล,ออฟฟิศสำนักงาน เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น จากปัจจุบันสัดส่วนสาขาระหว่างกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดจะอยู่ที่สัดส่วนเท่ากันคือ 50:50% สำหรับทำเลที่เหมาะสมในการทำธุรกิจยา ควรจะต้องเป็นแหล่งชุมชน มีคนอยู่อาศัยจำนวนมาก เช่น โรงเรียน ตลาด ร้านทอง หรือว่าธนาคาร



ประสบความสำเร็จเพราะเข้าใจธุรกิจ

ไชยเสน เล่าถึงความสำเร็จของธุรกิจว่า " ถ้าจะถามว่าตั้งแต่เปิดขายแฟรนไชส์มา แฟรนไชซี่สาขาไหนที่ผมมองว่าประสบความสำเร็จที่สุด ก็คงจะเป็นสาขาที่พิษณุโลก เพราะว่าเขามีความเข้าใจในตัวของธุรกิจเป็นอย่างดี ซึ่งบางครั้งคนจะบอกว่าความสำเร็จของธุรกิจนั้น จะประสบความสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับทำเล อันนี้ผมไม่เถียง ซึ่งถ้าทำเลคุณดีทำธุรกิจอะไรก็ไม่เจ๊ง แต่สำหรับที่พิษณุโลก ทำเลเขาก็ถือว่าดีในระดับหนึ่ง ไม่ถึงกับเกรดเอ แต่ว่าที่เขาประสบความสำเร็จนั้น ผมมองว่าเป็นเพราะตัวของผู้ประกอบการเองเป็นสำคัญ อาจจะเป็นเพราะว่าเขาทำธุรกิจร้านยาจีนอยู่ก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นเขาจะคลุกคลีอยู่กับสิ่งนี้อยู่แล้ว แล้วเขาก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่มารับช่วงกิจการต่อ แต่เขาก็ไม่ได้ทิ้งร้านแบบเดิม แต่เขามาเปิดร้านขายยาแบบใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งเขามองว่าคนกลุ่มใหม่นับวันก็ยิ่งจะมากขึ้น ซึ่งเขามีประสบการณ์ด้านร้านยาอยู่แล้ว เขาก็จะเข้าใจว่าเปิดแฟรนไชส์ร้านยาแล้วได้กำไรเลย มันไม่ใช่ แต่ว่าเขาต้องรอคอย ซึ่งเวลาการคืนทุนมันก็ต้องใช้เวลา และที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในการเปิดธุรกิจก็คือ เขามีความสามารถในการบริหารร้านออกมาได้ดีมาก ถือว่าเป็นร้านแฟรนไชซี่ที่มีปัญหาน้อยที่สุดเท่าที่ผมทำธุรกิจมา"

สำหรับแฟรนไชซี่ที่ไม่ประสบความสำเร็จนั้น ไชยเสน เล่าว่า "เกิดจากการที่ผู้บริหารร้านไม่พยายามทำตามระบบของบริษัทแม่ และเท่าที่ผมทำงานมาตลอดชีวิต คือคนไทยมักจะคิดว่าเมื่อลงทุนไปแล้วมักจะได้กำไรเลย แต่ถ้าถามผมว่าแล้วทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จในธุรกิจ ผมว่า
1.การให้บริการ ถ้าบริการดี ลูกค้าก็จะกลับมาใช้บริการที่ร้านอีก
2.มีความตั้งใจอย่างสูงในการทำงาน
3.มีความซื่อสัตย์กับลูกค้า

สุดท้ายไชยเสน ยังให้แง่คิดที่ดีๆสำหรับคนที่กำลังมองหาธุรกิจอยู่ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจไหนก็แล้วแต่ว่า "การศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์นั้น สิ่งแรกที่ต้องศึกษาคือ บริษัทแม่มีความมั่นคงแข็งแรงมากน้อยแค่ไหน สิ่งเหล่านี้ก็จะสะท้อนมากจากประสบการณ์ทำงานของบริษัทแม่ หรือดูว่าธุรกิจนั้นเปิดดำเนินการในระบบแฟรนไชส์ มานานหรือยัง อย่างน้อยๆต้องเปิดขายแฟรนไชส์มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี เพราะว่าเดี๋ยวนี้แฟรนไชส์มีเปิดกันเยอะมาก ซึ่งแน่นอนว่าการที่คุณจะเอาเงินไปลงทุนทำอะไรก็แล้วแต่ คุณต้องการความมั่นใจในชื่อเสียงของบริษัทแม่ด้วย สำหรับสิ่งสุดท้ายที่ควรศึกษาคือเรื่องระบบการบริหารงานดีไหม เพราะถ้าระบบดี ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างแฟรนไชซอร์กับแฟรนไชซี่ก็จะมีน้อยมาก"


อ้างอิงจาก: นิตยสาร Franchise Focus


  



แฟรนไชส์ประจำสัปดาห์

คงไม่มีใครไม่รู้จัก แฟรนไชส์ ยี่ห้อ 7-11 หรือ เซเว่นอิเลฟเว่น นะครับ เรามาดูรายละเอียด และข้อมูลการลงทุนดีกว่า...
แฟรนไชส์โชว์
- ฟาสซิโน
- บาจา
- โปรเกรซ
- บะหมี่แชมป์โลก
- แบล็คแคนยอน

รายละเอียดเพิ่มเติม
คำคมแฟรนไชส์
- เอลินอร์ รูสเวลท์
- เจ.ลับบอค
- ทอม ฟลอรีส
- จอห์น ชาร์ลส์ ซาลัค

รายละเอียดเพิ่มเติม
   Free Web Counter


Copyright (C) 2005. ThaiFranchiseCenter.com All rights reserved.