บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    กลยุทธ์สร้างการเติบโตทางธุรกิจ    โลจิสติกส์ ขนส่ง
2.3K
1
1 นาที
28 มกราคม 2557
โสมขาวดัน ช่วยผลักนำเข้าสินค้าไทย


เกาหลีใต้ยินดีส่งเสริมการนำเข้าสินค้าไทยเพิ่ม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการค้าระหว่างกันที่ ๓๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี ๒๕๖๐ ตามที่ผู้นำของทั้งสองประเทศเคยหารือกันไว้เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๕

ภายหลังการพบหารือกันระหว่างเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล และนาย KIM Young-Mok รองประธานสมาคมผู้นำเข้าเกาหลีใต้ (Korea Importers Association-KOIMA) พบว่า เกาหลีใต้สนใจจะให้ความร่วมมือนำเข้าสินค้าจากไทยให้มากกว่าเดิม เพื่อให้การค้าระหว่างกันได้สมดุลมากขึ้น หลังจากที่ไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้ามาโดยตลอด ทั้งนี้ เศรษฐกิจเกาหลีใต้สามารถขับเคลื่อนโดยภาคการส่งออก จึงจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบเพื่อนำผลิตและส่งออกเช่นกัน

นายคิม เห็นว่าควรมีการขยายการค้าระหว่างกันด้วยการเพิ่มทั้งมูลค่าการนำเข้าและส่งออก โดยแนะนำให้ไทยส่งเสริมการส่งออกสินค้ายุทธศาสตร์รายการใหญ่ (big items) ที่มีมูลค่าสูง โดยต้องสอดคล้องกับความต้องการของผู้นำเข้าในเกาหลีใต้ด้วย อย่างไรก็ดี เคยมีการจับคู่ธุรกิจผ่านระบบอินเตอร์เน็ตในลักษณะ B2B business matching เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้นำเข้าเกาหลีใต้ได้พบกับผู้ส่งออกไทย และเจรจาซื้อขายกันผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งถือว่าประสบผลสำเร็จ และจะดำเนินการในลักษณะนี้ต่อไป

เกาหลีใต้มีบริษัทยานยนต์ชั้นนำ ได้แก่ Hyundai และ KIA ซึ่งทาง KOIMA เองจะพยายามเจรจาให้ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าประเภทยานยนต์และชิ้นส่วนประกอบจากไทยเพิ่มเติม เนื่องจากถือเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพเป็นที่ยอมรับทั่วไป


นอกจากนี้ KOIMA จะจัดงาน Import Goods Fair (IGF) 2013 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าทั่วไปไม่จำกัดประเภท ช่วงระหว่างวันที่ ๒๖ – ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๖ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า ๑๒,๐๐๐ คน ซึ่งถือว่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ดีในการประชาสัมพันธ์สินค้าของไทยให้เป็นที่รู้จักมากกว่าด้านท่องเที่ยวและอาหาร โดยทางสถานทูตไทยฯ กำลังเร่งผลักดันการเผยแพร่ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ ลู่ทางและโอกาสการทำธุรกิจในประเทศไทยให้นักธุรกิจเกาหลีใต้ได้ทราบมากขึ้นด้วย

เกาหลีใต้ยินดีจะแบ่งปันประสบการณ์ให้กับประเทศสมาชิกอาเซียนที่ขาดดุลการค้ากับตน เพื่อช่วยให้สามารถส่งออกสินค้าได้มากขึ้น โดยไม่ได้มองว่าประเทศเหล่านี้จะขึ้นมาเป็นคู่แข่ง เนื่องจากเป็นการส่งออกสินค้าคนละประเภทกันกับของเกาหลีใต้

ทั้งนี้ เมื่อประเทศสมาชิกอาเซียนมีรายได้มากขึ้น ก็จะสามารถนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี ศูนย์อาเซียน-เกาหลี ได้รับทำการศึกษาสาเหตุที่ผู้ประกอบการจากทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากความตกลง FTA อาเซียน-เกาหลี (AKFTA) ได้อย่างเต็มที่ ทั้งที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ แล้ว

ทั้งฝ่ายไทยและเกาหลีใต้ ต่างแสดงความต้องการต้องการร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับที่กระชับแน่นขึ้น โดยเกาหลีใต้จะพยายามช่วยรวบรวมฐานข้อมูลผู้นำเข้าเกาหลีใต้ให้เป็นระบบมากขึ้นกว่าปัจจุบันเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่สนใจ ถือเป็นโอกาสที่ดีแก่ผู้ส่งออกของไทยที่จะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากทั้งไทยและเกาหลีใต้

อ้างอิงจาก กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ