7-eleven
เดอะทรี บางบอน
English language
Japanese language
Chinese language
Korean language
Laos language
Malaysian language
German language
Indonesian language
ค้นหา บทความ
คำฮิต : เคลียร์ปัญหาคาใจ ธุรกิจเครือ..
สร้างโอกาสทางธุ.. พฤติกรรมผู้บริโ..
คำค้นยอดฮิต บทความแฟรนไชส์
 
Co-BrandingDepartment of CommerceDevelopmentExhibitionsFacebookSME ไทยVerifiedการค้าการจัดการธุรกิจการตลาดการตลาดบนความคิดสร้างสรรค์การบริหารสำนักงานการพูดทวนคำพูดลูกค้าการเขียนหนังสือการแพทย์ขายตรงคอมพิวเตอร์คาถามหัศจรรย์ซีอีโอตรงกับที่คุณต้องการตลาดนัดบางลำพูถุงหูหิ้วธุรกิจธุรกิจบริการธุรกิจห้องเสื้อบริการสปาประสบความสำเร็จผลประโยชน์ผู้บริโภคผู้ประกอบการผู้เอาประกันฟาสท์ฟู้ดภาวะวิกฤตมาตรฐานมาเลเซียระบบแฟรนไชส์ร้านเสริมสวยศูนย์การค้าชุมชนสถานะการเงินสนทนาสปาห้างใหญ่อินเตอร์เน็ทเครื่องหมายการค้าเพิ่มผลผลิตเอกลักษณ์แบล็คแคนย่อนแฟรนไชส์ไทยไทย
 
อ่านต่อ   
 20 พฤศจิกายน 2556  เข้าชม 1,319 ครั้ง
ภาวะผู้นำกับความเป็นองค์กรที่ยิ่งใหญ่


 
การสร้างองค์กรสู่ความยิ่งใหญ่ (Great) เป็นกระบวนการที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่สิ่งที่จบสิ้นในตัวของมันเอง เมื่อใดก็ตามที่คิดว่าองค์กรของตัวเองยิ่งใหญ่แล้ว เมื่อนั้น ผลงานก็จะไม่ต่างจากเดิมหรืออาจขึ้น ๆ ลง ๆ ดังนั้น องค์กรจำเป็นต้องเปรียบเทียบความก้าวหน้ากับสถานะเดิมของตนเองอยู่ตลอดเวลา
 
ปฐมบทที่ยกมา คือ แนวคิดของ Jim Collins ในหนังสือขายดีชื่อ Good To Great ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2001 กูรูด้านการจัดการท่านนี้ให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคล ซึ่งอาจสรุปด้วยภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ว่า ผู้บริหารขององค์กรที่จะมุ่งสู่ความยิ่งใหญ่ ต้องคิดก่อนว่า "จะเอาใคร" (มาทำงาน) แล้วค่อยมาดู "จะเอาอย่างไร" (กำหนดทิศทาง เป้าหมายและวิธีการทำงาน) ทีหลัง

โดย Jim Collins ค่อนข้างจะเชื่อว่าผลงานอันเป็นเลิศเกิดจากการที่องค์กรมีคนที่ถูกต้องเหมาะสม และผู้บริหารทุกระดับมีภาวะผู้นำอย่างแท้จริง ดังนั้น ฉบับนี้จึงขออธิบายแนวคิดเกี่ยวกับผลงานและระดับของผู้นำที่จะนำพาองค์กรก้าวกระโดดจากระดับ "แค่ดี" ไปสู่ระดับที่ "ยิ่งใหญ่" เพราะเชื่อว่า "แค่ดี...เท่านั้นยังไม่พอ"


 
ผลงาน 3 ระดับ

Jim Collins จำแนกผลผลิตหรือผลงานขององค์กรที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ไว้ 3 ระดับ กล่าวคือ...
 
ระดับที่ 1 คือ การส่งมอบผลงานที่เหนือคู่แข่ง (Deliver superior performance) 

โดยในภาคเอกชน คำว่า ผลงานอาจจะวัดจากผลตอบแทนด้านการเงินและการที่บริษัทบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ส่วนในภาครัฐหรือภาคสังคมนั้น ผลงานควรจะหมายถึง ผลลัพธ์และประสิทธิภาพในการส่งมอบหรือการทำงานให้บรรลุพันธกิจ
  
ระดับที่ 2 คือ การสร้างผลกระทบที่มีความแตกต่าง (Make a Distinctive Impact) 

กล่าวคือ องค์กรสร้างผลงานที่สามารถตอบสนองความต้องการ จนทำให้ชุมชนหรือกลุ่มของผู้รับบริการรู้สึกว่าผลงานดังกล่าวมีความหมายต่อพวกเขาหรือรู้สึกถึงความแตกต่างว่า สิ่งที่ได้รับนั้นถูกสร้างขึ้นมาอย่างตั้งใจจริง ดีกว่าได้รับจากองค์กรอื่น มีความเป็นเลิศ และไม่มีองค์กรไหนมาแทนได้หรือเปรียบเทียบได้
  
ระดับที่ 3 คือ การบรรลุความสำเร็จที่ยั่งยืน (Achieve Lasting Endurance) 

ซึ่งหมายถึง การที่องค์กรประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นติดต่อกันเป็นเวลานาน ผลงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้นำคนใดคนหนึ่งในยุคใดยุคหนึ่ง หรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับแนวคิด นวัตกรรมหรือวงจรการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อเกิดปัญหาในจุดใดในช่วงเวลาหนึ่ง ก็จะสามารถปรับปรุงแก้ไขและกลับมามีความเข้มแข็งกว่าเดิมเสียอีก

องค์กรที่ประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่มุ่งเน้นความสำเร็จที่ยั่งยืน และผู้บริหารที่จะสร้างองค์กรสู่ความยิ่งใหญ่และยั่งยืนได้ จะต้องเป็นผู้นำที่ Jim Collins เรียกว่า "ผู้นำระดับที่ 5 หรือ Level 5 Leadership" แต่ก่อนที่จะกระโดดไปทำความรู้จักกับผู้นำระดับนี้ จำเป็นต้องเข้าใจแนวคิดเกี่ยวกับผู้นำในระดับอื่น ๆ ก่อน ดังนี้
 
 
 
ผู้นำ 5 ระดับ...

ผู้นำในองค์กรภาครัฐหรือองค์กรในภาคสังคมนั้นมีขีดความสามารถและอำนาจในการตัดสินใจในระดับที่ไม่ยิ่งหย่อนกว่าผู้นำในองค์กรเอกชนที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการบริหารงาน แต่การแสดงออกซึ่งภาวะผู้นำอาจแตกต่างกันเนื่องจากโครงสร้างการบริหารและการตัดสินใจในภาครัฐ (Governance Structure) มีความซับซ้อนและกระจัดกระจาย ไม่ได้รวมศูนย์อยู่ในมือของผู้บริหารสูงสุดอย่างภาคเอกชน Jim Collins จึงแบ่งทักษะการเป็นผู้นำออกเป็น 2 ประเภท คือ...

1. Executive Leadership

 หมายถึง ผู้นำที่มีอำนาจเต็มที่หรืออำนาจกระจุกตัวอยู่ในมือ ทำให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิผล
 
2. Legislative Leadership 

 หมายถึง ผู้นำซึ่งไม่สามารถใช้อำนาจที่ตนมีสำหรับการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิผล แต่ต้องอาศัยการโน้มน้าวจูงใจและการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ในการวิจัยเรื่องสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Jim Collins พบว่า ผู้นำมีขีดความสามารถ 5 ระดับ กล่าวคือ...
 
ระดับที่ 1 คือ ผู้ที่มีความสามารถสูง (Highly Capable Individual) 
สามารถนำความรู้ ทักษะ ความเชี่ยวชาญและพฤติกรรมที่ดีมาใช้ในการทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและมีผลผลิตสูง
  
ระดับที่ 2 คือ ผู้ที่เน้นความสำเร็จของทีมงาน (Contributing Team Member) 
คือ ผู้ที่ทุ่มเทขีดความสามารถของตนเองเพื่อให้เป้าหมายของทีมงานบรรลุผลและสามารถทำงานร่วมกับสมาชิกของทีมงานได้เป็นอย่างดีอีกด้วย คือ นอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นคนเก่งแล้ว ยังใส่ใจต่อความสำเร็จของทีมงานด้วย
  
ระดับที่ 3 คือ ผู้จัดการที่มีขีดสมรรถนะ (Competent Manager) 
คือ ผู้ที่มีขีดความสามารถในการจัดการทรัพยากรและบุคลากรเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่กำหนด อย่างมีประสิทธิภาพและเดประสิทธิผล คือ ได้ชื่อว่าเป็นผู้บริหารที่ใส่ใจทั้งคนและความสำเร็จงาน
  
ระดับที่ 4 คือ ผู้นำที่มีประสิทธิผล (Effective Leader) 
คือ ผู้ที่สามารถสร้างแรงกระตุ้นให้คนในองค์กรเกิดความมุ่งมั่น ผูกพันและกัดไม่ปล่อยในการที่จะทำงานให้บรรลุวิสัยทัศน์และพันธกิจ รวมทั้งกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาผลงานยิ่ง ๆ ขึ้นไป
  
ระดับที่ 5 คือ ผู้บริหารที่แท้จริง (Executive) 
คือ ผู้ที่เน้นการสร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่และยั่งยืน ด้วยการผสานความเป็นมืออาชีพ (Professional Will) เข้ากับความอ่อนน้อมถ่อมตน (Personal Humility) ได้อย่างแนบเนียนเป็นเนื้อเดียว
 
 
 
Jim Collins กล่าวว่า ถ้าเป็นในภาคธุรกิจ โครงสร้างการบริหารและสายการบังคับบัญชามักจะชัดเจน ตรงไปตรงมา และผู้บริหารมีอำนาจเต็มที่ ดังนั้น การใช้อำนาจทางการบริหารกับการแสดงภาวะผู้นำจึงมักจะไปด้วยกัน แต่ในภาครัฐหรือในองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรนั้น Jim Collins เห็นว่า ผู้นำระดับที่ 5 มีความสำคัญยิ่ง เพราะการใช้อำนาจสั่งการอย่างเดียวนั้น อาจไม่ได้ผล

ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ James MacGregor Burns ที่กล่าวว่า "การแสดงออกซึ่งภาวะผู้นำเป็นคนละเรื่องกับการใช้อำนาจ" เพราะโครงสร้างการบริหารในภาครัฐมีระบบย่อยมากมายและคลุมเครือ อำนาจทางการบริหารกระจัดกระจาย ไม่ชัดเจน และมีการถ่วงดุลกันหลายฝ่าย การแสดงภาวะผู้นำในภาครัฐจึงยากกว่าในภาคเอกชน เพราะเกี่ยวข้องกับการทำให้คนยอมทำตามด้วยความเต็มใจมากกว่าการบังคับให้ทำตามระเบียบหรือการสั่งการอย่างผู้บริหารในภาคเอกชน...
 
ความเข้าใจเรื่องแนวทางสำหรับสร้างผลงานทั้ง 3 ระดับ และขีดความสามารถของผู้นำทั้ง 5 ระดับ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสำรวจขีดความสามารถในการเป็นผู้นำของผู้บริหารทั้งในภาครัฐและเอกชน เพราะองค์กรที่ประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นั้นไม่ได้เกิดจากสถานการณ์พาไป แต่เกิดจากการเลือกหรือตั้งใจที่จะเป็นและความมีวินัย
 
ภาวะผู้นำที่เหมาะสมไม่ใช่หลักในการบริหารเท่านั้น แต่เป็นหลักในการสร้างองค์กรสู่ความยิ่งใหญ่ด้วย...
 
อ้างอิงจาก คุณสุรพงษ์ มาลี หนังสือ กระแสคน กระแสโลก สำนักงาน ก.พ.
 
 
 
 
ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Twitter ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน  Facebook ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน You tube ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Google Plus ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Instagram ตามติดไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ผ่าน Line
Home  |  About Us  |  Contact Us  |  Feedback  |  Careers  |  Disclaimer  |

Tel. 02-8967330 | Fax. 02-8967331 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com
Copyright © 2005 - 2014 All Right Reserved.
เจ้าของเดียวกับ ThaiFranchiseCenter.com | ThaiSMEfranchise.com | ThaiFranchiseTV.com