UPDATE
9 ธันวาคม 2556   3,036   11 min
7 ทฤษฎี การวางแผนสู่ AEC

 
 
หากเราพูดว่า " ทฤษฎี " อาจหมายถึงการอธิบายสิ่งต่าง ๆ หรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ โดยพิสูจน์สิ่งเหล่านั้นผ่านการวิจัยซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายต่อหลายครั้ง ทั้งหมดนี้คือที่มาของหลายทฤษฏี อีกแบบคือการตั้งข้อสังเกตที่เกิดจากการเก็บข้อมูลแต่อาจไม่ได้รับการพิสูจน์ให้เป็นที่ยอมรับโดยทั่วกันอาจเป็นแค่แนวคิดหรือข้อสังเกตเพื่อใช้เป็นข้อชี้นำการดำเนินการต่างเป็นแนวคิดหลัก

ด้วยเหตุนี้ทฤษฏีบางครั้งที่ถูกหยิบขึ้นมาเล่าเรียกหาจะกลายเป็นตั้งข้อสังเกตเบื้องต้นที่สามารถนำไปสู่การเก็บรวมรวบข้อมูลจากสิ่งที่เห็นค้นพบและเหตุการณ์ที่มีอยู่และรวบรวมประสบการณ์ในเรื่องนั้นมากประกอบ
 
คำถามที่ว่า "ทำไมเราต้องวางแผนก่อนเข้าสู่ AEC"
 
AEC นั้นเป็นประสบการณ์ใหม่ของประเทศในกลุ่มเอเชียใต้ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพของตัวเองโดยอาศัยจำนวนประชากรและรูปแบบการค้าที่เป็นแตกต่างจากเขตเศรษฐกิจอื่นมาเป็นตัวตั้งและสร้างระบบการเกื้อหนุนทั้งด้านการค้า การเมือง วัฒนธรรมเป็นตัวผลักดัน ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวไม่ใช่ส่งผลต่อประเทศภายนอกกลุ่มแต่ก็จะส่งผลต่อการปรับตัวภายในกลุ่มประเทศไปด้วย
 
รูปแบบการค้าเป็นเรื่องที่ต้องเริ่มให้ความสนใจต่อเนื่อง เพราะเรื่องเขตเศรษฐกิจAECกลายเป็นเรื่องจริงที่ไม่มีทางหยุดลงได้ในศตวรรษนี้แน่ๆ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับหน่วยธุรกิจเล็กใหญ่ต้องมีเกิดขึ้นแน่นอน และสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะแตกต่างไปจากประสบการณ์เก่า ระบบการค้าบางอย่างที่จะต้องมีการออกแบบตามสภาพสิ่งแวดล้อมทุกด้านที่เปลี่ยนไป ผลกระทบนั้นมีทั้งด้านลึกและด้านกว้าง ธุรกิจที่เป็น SME อาจเข้าตลาดไปไม่ทันธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีข้อสังเกตว่า ธุรกิจขนาดใหญ่หลายองค์กรได้มีการพัฒนาไปก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้ว ก็จะเหลือเพียงแต่บริษัทขนาดเล็กและธุรกิจ SME ที่ยังไม่ได้บุกเข้าไปใน AEC ดังนั้นเราจึงยิ่งจำเป็นต้องเข้าใจหลักของธรรมชาติในการทำธุรกิจให้ทันเท่าจึงจะสามารถวางแผนในการทำงานได้ถูกต้อง
 
กระบวนการค้าอย่างเช่น การพัฒนารูปแบบธุรกิจหรือที่เรียกว่า Business Development, การขยายช่องทางจัดจำหน่ายหรือการออกแบบกระบวนการส่งผ่านสินค้าในแต่ละช่องทางที่เรียกว่า Channel Design จะกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ธุรกิจจากนี้ไปจะต้องเริ่มต้นทำความเข้าใจ และมีส่วนร่วในการขยายเข้าตลาดรูปแบบที่เรียกว่า ประชาคมอาเชียน อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
 
 
 
วิธีการพัฒนารูปแบบธุรกิจที่กล่าวถึงเหล่านี้มีที่มาจากแนวความคิดที่ต้องเข้าใจธรรมชาติของเขตการค้าใหม่ดังกล่าวโดยทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นการกำหนดข้อสังเกตเป็น 7 ทฤษฏีนี้จึงถูกเขียนขึ้นมาเพื่อให้เข้าใจถึงรูปแบบและธรรมชาติที่ต้องทำการแยกแยะก่อนที่จะวางแผนทางธุรกิจด้านต่างๆ
 
แต่เดิมนั้นสำหรับรูปแบบการทำตลาดต่างประเทศยุคแรกของประเทศไทยนั้นจะเน้นในการทำธุรกิจส่งออกนั้นเรามักใช้รูปแบบที่ขอเรียกว่า Single Dimension คือการมองภาพมิติเดียว เป็นการทำการค้าในรูปแบบส่งผ่านหรือเรามักจะเรียกว่า Trading เน้นในการซื้อมาขายไป จะเพิ่มขึ้นไปหน่อยก็คือการบริหารจัดการสินค้า ระบบขนส่ง จนไปถึงการผลิต และป้อนสินค้าผ่านคู่ค้าที่เป็นหน่วยในระบบการค้า แต่มาถึงรูปแบบการค้ามีการเปิดเชื่อมโยงระหว่างกันมากขึ้น ข้อจำกัดทางภาษีและการลงทุน รวมถึงการขยายกิจกรรมการผลิตแรงงานที่เปิดช่องมากขึ้น ทำให้ระบบการค้าในรูปแบบใหม่สำหรับ AEC นั้นเราไม่สามารถทำธุรกิจโดยใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่งหรือแบบเดียวกันได้ตลอด ฉะนั้นเราต้องจึงสร้างธุรกิจแบบ ผสมผสานหลายด้าน หรือ Multi Dimension เข้ามาเป็นแนวคิดนำในการจัดการกับเทคนิคการจัดจำหน่ายใหม่
 
ความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้นก็คือ AEC นั้นเกิดจากการรวมตัวของหลายกลุ่มประเทศ จึงมีการแตกย่อยออกไปทั้งวัฒนธรรรมหรือการดำรงชีวิตของคนเราจึงต้องเข้าใจธรรมชาติข้อนี้เสียก่อนจึงจะสามารถวางแผนธุรกิจต่อไปได้
 
แนวคิด 7ทฤษฏีเป็นการวิเคราะห์แยกย่อยลักษณะพื้นฐานที่มีความแตกต่างหรือความคล้ายคลึงในภาพรวมที่สร้างมิติของความเข้าใจธรรมชาติเหล่านั้นโดยแบ่งเป็นด้านๆได้ทั้งสิ้น 7 แนวคิดดังนี้
 
( 1 ) Nature Of Cultural Effect
แนวคิดนี้เน้นการแบ่งกลุ่มของประเทศในประชาคม AEC จะมีเรื่องของวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยว โดยสามารถแบ่งกลุ่มประเทศออกมาสิ่งที่ได้คือการมองภาพธรรมชาติของการใช้ชีวิต ความเชื่อทางสังคมของในกลุ่มประเทศได้ชัดเจนมากขึ้น ถ้าหากวางแนวการแบ่งไปตามสังคมวัฒนธรรมที่เกิดจากความเชื่อจะสามารถจัดกลุ่มได้ดังนี้
  1. กลุ่มประเทศศาสนาพุทธ (Buddhism Countries) ปนะกอบด้วย ไทย กัมพูชา ลาว เมียนมาร์
  2. กลุ่มประเทศศาสนาอิสลาม (Islamic Countries) ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน
  3. กลุ่มประเทศที่ได้รับอิทธิพลจากจีน (Chinese Tongue) แม้จะมีการผสมผสานความเชื่อหลายด้านแต่จะมีวัฒนธรรมหลักเน้นไปด้านใดด้านหนึ่งอย่างเช่น สิงคโปร์ เวียดนาม
  4. กลุ่มประเทศที่ได้รับอิทธิพลจากยุโรปและอเมริกา (Western Concept) ได้แก่ ฟิลิปปินส์ ที่มีแนวโน้มความชื่นชอบไปสู่วัฒนธรรมตะวันตกมากกว่าประเทศอื่น
สำหรับกลุ่มที่ได้รับอิทธิพลจากจีนเราเรียกว่า " กลุ่ม Chinese Tongue " อาจจะรวมประเทศจีน ใต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซียเข้าไปด้วย ถึงแม้ว่าจีนและไต้หวันจะไม่ได้อยู่ใน AEC แต่เป็นประเทศที่อยู่ในการติดต่อซื้อขายของประเทศในกลุ่มนี้ เช่นเดียวกับกลุ่มของ Islamic Countries ที่อาจต้องรวมประเทศแถบตะวันออกกลางบางส่วน และกลุ่มประเทศฟิลิปนส์ที่จะมีอเมริกาและยุโรป นี่คือตัวอย่างการมองกลุ่มต่าง ๆ จากการจัดแบ่งดังกล่าวจะทำให้เห็นความแตกต่าง ความเหมือนของกันและกันมากขึ้น
 
 
 
( 2 ) Nature Of Business Behavior

พฤติกรรมการติดต่อทางธุรกิจแบ่งได้เป็น 2 เรื่องคือ 1. Investment 2. Business Behaviors เมื่อเราแบ่งกลุ่มประเทศออกตามทฤษฏีที่ 1 จากแนวคิดที่กล่าวถึงข้างต้น มาร่วมอธิบายธรรมชาติของทั้ง 2 เรื่องนี้ก็จะเห็นภาพรวมของวิธีการทางติดต่อทางธุรกิจที่ต่างกัน เช่นกลุ่ม Chinese Tongue จะมีลักษณะการทำธุรกิจเป็นพวกที่บุกเร็วนำเสนอเร็วจบงานเร็วแต่ไม่ชอบลงรายละเอียด เน้นความเร่งด่วนมุ่งไปข้าหน้าเชิงยุทธศาสตร์ มากกว่าการสร้างความสัมพันธ์ แต่สำหรับกลุ่มประเทศ Buddhism จะค่อนข้างช้าค่อยเป็นค่อยไปเน้นที่การสร้างความสัมพันธ์(Relationship) เป็นหลัก

ส่วนกลุ่มของประเทศ Islamic จะมีกฎระเบียบเงื่อนไขทางศาสนาค่อนข้างตายตัว ส่วนกลุ่มประเทศฟิลิปปินส์หรือที่เราเรียกว่า " Western Concept " จะมีลักษณะเป็นแบบเน้นเป้าหมาย (Direct Deal) หรือเน้นในเรื่องของประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นมากกว่า นี่คือลักษณะพฤติกรรมการติดต่อสัมพันธ์ตามข้อสมมุติฐานเบื้องต้นของแต่ละประเทศ
 
( 3 ) Nature Of Business Condition

การลงทุนร่วมกัน การติดต่อระหว่างกันและรายละเอียดข้อตกลงต่าง ๆ แบ่งเป็น 2 คือ
  1. Selected Market Condition คือ ต้องการเป็นตัวแทนหรือถือสิทธิในพื้นที่นั้นแต่เพียงผู้เดียว
  2. Exclusive Mass Market คือ หากไม่ได้เป็นเจ้าของแค่คนเดียว ก็จะเปิดตลาดเปิดโอกาสให้คนอื่นมาลงทุน
  3. Intensive Market คือ การนิยมทำการตลาดแบบกระจายตัวเยอะ ๆ เช่น การกระจายตัวออกไปตามหัวเมืองหรือที่ต่าง ๆ แต่ขอเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว
วิธีการแบ่งประเภทตามเงื่อนไขการลงทุนเป็นข้อสังเกตที่แสดงให้เห็นถึงแนวทางการจัดจำหน่ายของระบบธุรกิจซึ่งไม่ได้แยกตามลักษณะวัฒนธรรมของเขตพื้นที่แต่จะไปเกี่ยวข้องกับลักษณะทางการตลาดและโอกาสการลงทุนการค้าของแต่ละประเทศแป็นหลักแทน
 
( 4 ) Nature Of Market Segmentation

การมองพฤติกรรมของผู้บริโภคเช่น Life Style ,Family Behavior ,Culture และรูปแบบของการแข่งขันซึ่งแต่ละตลาดจะมี Segment ที่แตกต่างกันเป็นการแยกธรรมชาติของกำลังซื้อของคนในพื้นที่ซึ่งจะเป็นข้อสังเกตสำหรับการวางราคา การวางตำแหน่งทางการตลาด การใช้เทคนิคทางการค้า สามารถวิเคราะห์ได้ดังตารางด้านล่างนี้
 
 
 
จากแผนภูมิด้านบน จะเห็นการวิเคราะห์ตามสภาพของกลุ่มตลาด ตัวเลขอัตราส่วนของโครงสร้างตลาด ทั้งนี้จะใช้การแบ่งโครงสร้างของตลาด 100% แบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ ระดับล่าง ระดับกลาง และระดับสูง ด้านขวาของแผนภูมิคือ ประเทศที่มีลักษณะโครงสร้างตลาดที่มีการแบ่งตามสัดส่วนที่แสดงด้านซ้ายมือที่มีลักษณะโดยรวมเป็นแบบนั้น ในการแบ่งลักษณะของโครงสร้างตลาดจะบอกถึงกำลังซื้อของคนในแต่ละประเทศ หากตลาดล่างมีมากก็บริโภคสินค้าที่มีราคาไม่สูงมากนักเพราะผู้ที่มีกำลังซื้อนั้นมีน้อย สินค้าที่มีราคาแพงหรือต้นทุนสูงต้องเปลี่ยนกลยุทธ์แบบใหม่ จะเห็นได้ว่าประเทศไทยในอยู่ในโครงสร้างที่ 2 และบางสภาวะก็สามารถปรับเป็นโครงสร้างที่ 3 ได้เช่นเดียวกับสถานะการณ์ปัจจุบัน ส่วนเมียนมาร์หรือพม่านั้นจะขึ้น ๆ ลง ๆ ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ทางการเมือง
 
ลักษณะของการแข่งขันแบ่งเป็น Local Product และ Inter Product จะมีโครงสร้างเช่นเดียวกับ Market Segment ยกตัวอย่างเมียนมาร์จะใช้สินค้านำเข้าประมาณ 80% สินค้าของตัวเองประมาณ 10% ซึ่งจะขัดกับหลัก Market Segment Structure ที่บอกว่าคนตลาดล่างมีมากแต่กลับนำเข้าสินค้าเยอะ ทั้งนี้มีสาเหตุเกิดจากประเทศเหล่านี้ยังขาดศักยภาพในการผลิตจึงต้องใช้การนำเข้าซะส่วนใหญ่ ส่วนประเทศในโครงสร้างที่ 2 เป็นประเทศที่มีกำลังในการผลิตสูงกว่าประเทศอื่น ๆ สามารถผลิตสินค้าได้เองและนำไปสู่การส่งออก ภาพรวมของการแบ่งกลุ่มประเทศที่ 1 เน้นการนำเข้า กลุ่มที่ 2 เน้นการผลิตส่งออกผสมกับการนำเข้า และกลุ่มที่ 3 จะเน้นการนำเข้าเป็นส่วนใหญ่มุ่งการสร้างตลาดการค้าในต่างประเทศมากกว่ากลุ่มอื่นๆ
 
( 5 ) Nature Of Business Environment
เป็นการวิเคราะห์โดยนำเอาปัจจัยสำคัญสองด้านมาจัดกลุ่มธรรมชาติของแต่ละประเทศ โดยให้ความสำคัญในเรื่องการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกลุ่มประชาชน และปัจจัยด้านการเมืองที่มีการให้อิสระเด่นชัดมากน้อย ซื่งการกำหนดปัจจัยสองด้านดังนี้
  1. Tech Adoption คือ การนำเทคโนโลยีเข้าใช้
  2. Government + Law คือ รัฐบาลและกฎหมาย 
เราก็จะสามารถแบ่งประเทศต่าง ๆ ออกตามเทคโนโลยีและกฎหมาย ซึ่งจะทำให้ทราบว่าประเทศต่าง ๆ เด่นในด้านใดตามยกตัวอย่างเช่น
 
 
 
โดยปกติแล้วการวิเคราะห์ลักษณะผลกระทบมหภาคของระบบเศรษฐกิจการตลาด จะสามารถนำเอาเรื่องเทคโนโลยีและกฎหมายมักจะเชื่อมโยงกัน หากเราลองใส่ชื่อแต่ละประเทศตามตารางตัวอย่างข้างต้น เราจะสามารถทราบถึงพื้นฐานของแต่ละประเทศได้ เมื่อเรานำสินค้าเข้าไปขายก็จะรู้ว่าสมควรจะเป็นสินค้าประเภทไหนยกตัวอย่างเช่น หากเรานำโทรศัพท์เข้าไปขายในประเทศสิงคโปร์ต้องรุ่นใหม่ล่าสุดหรือเป็น High Technology เท่านั้นจึงจะสามารถขายได้

แต่เรานำโทรศัพท์แบบ High Technology ไปขายที่เวียดนามผู้บริโภคนั้นอาจจะมีกำลังซื้อไม่เท่าหรือยังตามเทคโนโลยีนั้นไม่ทันสินค้านั้นจึงไม่สามารถขายได้ ความพร้อมทั้งสองด้านจึงสามารถเป็นตัวบ่งชี้การเลือกทำการค้าของแต่ละประเทศได้เช่นกัน
 
( 6 ) Nature Of Business Channels

ต้องรู้ว่าธรรมชาติของธุรกิจเป็นรูปแบบเชิงค้าปลีก (Retail) หรือ อุตสาหกรรม(Industrial Environment) ยิ่งธุรกิจที่ยกระดับขึ้นไป (High End) มาก ๆ จะต้องใช้วิธีการของการผสมการบริการและรูปแบบค้าปลีก (Service & Retail) เช่นสิงคโปร์จะมีธุรกิจประเภทนี้กระจายตัวอยู่มาก ส่วนประเทศไทยอาจจะอยู่กลาง ๆ ระหว่าง Retail และ Industrial ต้องมาวิเคราะห์รูปแบบการค้า (Business Format) อีกครั้งว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร นี่คือการวางแกนของความคิดในด้านนี้ ดังนั้นหากเราทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้าเราสมควรเข้าไปแบบเปิดร้านจัดจำหน่ายหรือ Shop เป็นร้านค้า (Retailer) หรือใช้รูปแบบการค้าเชิงอุตสาหกรรม(Industrial) ที่เน้นการขายส่งผ่าน ซึ่งวิธีทำงานของทั้ง 2 แบบนั้นการออกแบบธุรกิจและกระบวนการทำงานก็จะแตกต่างกัน
 
 
 
( 7 ) Socio- Economy Nature

เน้นการวิเคราะห์ด้านปากท้องเงินในกระเป๋าของคนในพื้นที่เป็นหลัก ประชากรในสังคมนั้นสร้างรายได้จากการทำงานเป็นแบบใด การกำหนดการวิเคราะห์นี้จะมีการแบ่งเป็น 2 ลักษณะได้แก่ 1. Single Job คือกลุ่มคนที่มีอาชีพประจำเพียงอาชีพเดียว ลักษณะที่ 2. Mix Income Job คือ กลุ่มคนที่มีอาชีพหลายอาชีพเพื่อสร้างรายได้ ยกตัวอย่าง Mix Income Job เช่นคนไทยเช้าขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างตกเย็นช่วยภรรยาขายข้าวแกง หรือลักษณะของ Family Income ที่คนในครอบครัวต่างมีอาชีพของตนเองและต้องดูแลธุรกิจในครอบครัวไปด้วย ในส่วน Single Job มักจะเป็นประเทศที่เจริญ

เช่นสิงคโปร์ แต่อย่างในอเมริกาถึงแม้จะเป็นประเทศที่เจริญแต่คนก็ยังมีอาชีพ 2 - 3 อาชีพ เป็นลักษณะของ Part time ทั้งหมดนี้เหตุที่เราต้องวิเคราะห์เพราะจะแสดงให้เห็นถึงนิสัยการใช้จ่าย และสภาพความเป็นอยู่ ภาพสังคมที่ต้องดิ้นรนรายได้ต่อหัวประชากรต่ำแต่ในความเป็นจริงอาจมีรายได้เสริมเกินกว่าที่มีการจดบันทึก สภาพตลาดก็จะมีความแตกต่างกัน
 
ทั้ง 7 แนวคิดทฤษฎีที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงการอธิบายคร่าว ๆ ถึงหลักการและธรรมชาติของการมองรูปแบบธุรกิจในการเตรียมตัวสู่ AEC สำหรับรายละเอียดนั้นจะต้องมีการลงรายละเอียดแต่ละเรื่องต่อไป ซึ่งมีความจำเป็นต้องนำเสนอข้อมูลในแบบเชิงลึกของแต่ละทฤษฎี เพราะถ้าเข้าใจทั้ง 7 ทฤษฎีนี้เราจะเข้าใจธรรมชาติของการทำธุรกิจไม่ต้องลองผิดลองถูก เพราะต้องคิดถูกจึงจะทำถูก( Think Right Do Right) ไม่คิดให้ละเอียดรอบคอบเสียก่อน

อ้างอิงจาก อาจารย์พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์
Top 10 Popular Articles
230,716 ครั้ง
เลือกเลย! 9 แฟรนไชส์ลงทุนต่ำ (ไม่ถึง 5,000 บา...
บทความแฟรนไชส์ | โอกาสทางธุรกิจ
71,262 ครั้ง
มาดูกัน! แฟรนไชส์ ชาพะยอม ทำไมถึงดัง? ...
บทความแฟรนไชส์ | โอกาสทางธุรกิจ
65,118 ครั้ง
6 แฟรนไชส์ ร้านกาแฟสด ที่ใครๆก็อยากเปิด...
บทความแฟรนไชส์ | โอกาสทางธุรกิจ
45,259 ครั้ง
รวม 5 แฟรนไชส์ลงทุนต่ำ (ไม่ถึง1หมื่น)...
บทความแฟรนไชส์ | โอกาสทางธุรกิจ
40,588 ครั้ง
5 แฟรนไชส์มาใหม่! น่าลงทุนประจำเดือนมิถุนายน ...
บทความแฟรนไชส์ | โอกาสทางธุรกิจ
Articles Type
บทความ SMEs 1,350 
บทความแฟรนไชส์ 738 
บทความค้าขาย 553 
บทความสร้างอาชีพ 172 
Top 10
บทความมาใหม่
บทความยอดนิยม
Popular Articles Read more
รวม 10 แฟรนไชส์ น่าลงในปั๊มน้ำมัน
4,370
รวมแฟรนไชส์อาหาร จ่ายค่าแฟรนไชส์ครั้งเดียว
3,135
12 แง่คิดซื้อแฟรนไชส์ หรือ ขายเอง อันไหนดีกว่า!
2,518
New Articles
บทความอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2017 All Right Reserved.