บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
453
1
3 นาที
25 มกราคม 2564
10 เรื่องจริงที่คุณไม่รู้! สายมูเตลู


 
เรื่องความเชื่อแม้จะพิสูจน์ไม่ได้ทางวิทยาศาสตร์แต่ “ความเชื่อ” ก็ถือเป็นสิ่งที่คนยึดเหนี่ยวแล้วรู้สึกสบายใจ คนไทยเราผูกพันอยู่กับความเชื่อมานานแสนนาน โดยเฉพาะบรรดาเครื่องรางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ซึ่งปัจจุบันในยุคที่คนเจอปัญหาถาโถม ตกงาน เงินไม่มี ยิ่งต้องหาที่ยึดเหนี่ยวมากขึ้น
 
สิ่งที่ www.ThaiFranchiseCenter.com มองเห็นตอนนี้คือ “ธุรกิจสายมู” ที่กำลังมาแรงมาก และเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่เชื่อว่าจะต่อยอดเติบโตได้อีกยาวๆ แต่การจะทำธุรกิจด้านนี้ต้องมีไอเดียให้เหมาะสมกับยุคสมัย เราอาจจะเคยเห็นพ่อค้าแม่ค้าสายมูกันมาเยอะ แต่เชื่อเถอะว่ามีเรื่องจริงบางอย่างที่คุณเองก็ยังไม่รู้
 
1. ที่มาของคำว่า “มู”


ภาพจาก bit.ly/39eRGaD
 
คำว่า ‘มู’ ที่ชอบพูดกันมาจากคำว่า  ‘มูเตลู’  ซึ่งมาจากกภาพยนต์เรื่องหนึ่ง ที่ลงจอฉายมานานมากแล้ว ตั้งแต่สมัยยังเป็นม้วนวิดีโอ หนังเรื่องนี้แปลเป็นไทยว่า “มูเตลู ศึกไสยศาสตร์” ตัวหนังเป็นเรื่องราวการต่อสู้ของหญิงสาว 2 คน ที่ใช้ไสยศาสตร์มนต์ดำมาประลองกันเพื่อแย่งชิงผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งในหนังก็มีซีนที่ร่ายคาถาว่า “มูเตลู มูเตลู” ด้วย
 
แต่ถ้าให้เจาะลึกว่าคนไทยเริ่มมาฮิตคำว่าเตลูตั้งแต่ตอนไหนนั้นยังไม่มีปรากฏแน่ชัด แต่ก็ใช่ว่าชาวไทยจะใช้มูเตลูเรียกแทนความหมายด้านลบตามบริบทของหนัง โดยคำนี้หมายถึงกลุ่มคนที่นิยมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และมีความเชื่อต่างๆ ซึ่งบางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องงมงาย แต่อีกมุมก็เป็นการซื้อความสบายใจ
 
2. ปรากฏการณ์ “สายมู”


ภาพจาก facebook.com/Gemstone9
 
ถ้าย้อนกลับไปดูเราจะเห็นว่าปรากฎการณ์เครื่องรางบูมแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ก็มี ‘จตุคามรามเทพ’ องค์เทพจากแดนใต้จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เคยฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง  จนเรียกได้ว่าแต่ละวัดต่างออกมาสร้างจตุคามรุ่นต่างๆ กันแทบทุกอาทิตย์  หรือกระแสของพระเครื่องรุ่นดังๆ ที่มาก่อนหน้านี้และยังคงมีเซียนพระเล่นกันอยู่เรื่อยๆ
 
หรือถ้าพบเห็นกันได้ง่ายหน่อยก็จะเป็น ‘หินสีมงคล’ ที่ในปัจจุบันก็เวียนกลับมาฮิตกันอีกรอบหนึ่ง ความจริงแล้วเครื่องรางเหล่านี้มีขายมานานแล้วแต่ไม่ได้เป็นที่นิยมกันในวงกว้างขนาดนี้ โดยเป็นวัตถุมงคลที่ทางวัดจัดทำขึ้นเป็นปกติ  แต่เพราะมีการนำแฟชั่นเข้ามาประยุกต์ในสินค้าจึงทำให้หลายๆ คนกล้าที่จะใส่เครื่องรางมากขึ้น  โดยไม่ได้มองว่าเป็นของขลังที่น่ากลัวแต่อย่างใด
 
3. มูเตลู แบบญี่ปุ่น


ภาพจาก facebook.com/elisthailand
 
มูเตลูที่ฮิตกันมากส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ามาจากกระแสของซีรีย์ต่างๆ โดยเฉพาะในบางฉากบางตอนที่มีการทำกิจกรรมน่ารักๆ แบบสายมู และกลายเป็นเทรนด์ฮิตที่แน่นอนว่าเรื่องที่ทำอาจไม่ได้ดลบันดาลให้สำเร็จดั่งใจหวังแต่ก็เป็นกิมมิคน่ารักๆ เช่น ถ้าอยากให้คนที่เราชอบรู้สึกดีกับเรา วิธีมูเตลูคือ บีบแชมพูออกมาเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวแรกของชื่อคนที่เราชอบบนฝ่ามือของเรา และเมื่อบีบครั้งที่ 2 ให้เขียนตัวแรกของนามสกุลลงไป แล้วค่อยๆสระผมอย่างเบามือ
 
หรือถ้าอยากให้ใครสารภาพรัก วิธีมูเตลูน่ารักๆ คือให้ไปขอพรกับพระจันทร์ (เต็มดวง) โดยนำกระจกไปด้วยเพื่อใช้สะท้อนภาพของดวงจันทร์(เต็มดวง) นาน 10 วินาที จากนั้นค่อยนำกระจกมาส่องตัวเองแล้วท่องชื่อคนที่เรารัก 3 ครั้ง เป็นต้น
 
4. มูลค่า “เครื่องราง” สายมู


ภาพจาก bit.ly/367xqpa
 
ต้องยอมรับว่าการนำเอาเครื่องรางมา “ดีไซน์” ใหม่ให้กลายเป็นเครื่องประดับคือ “จุดขาย” ที่กลายเป็นแฟชั่นเครื่องรางของขลังต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยม เช่น ตะกรุด สีผึ้ง เบี้ย หินนำโชค ด้ายแดง สายสิญจน์ ฯลฯ ถูกนำมาดีไซน์ใหม่ให้เป็นเครื่องประดับเสริมดวง เช่น กำไล แหวน สร้อยคอ จี้ห้อยคอ พวงกุญแจ เคสโทรศัพท์ ฯลฯ แต่ละชิ้นก็มีราคาอยู่ไม่น้อยมีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นหรือหลักแสน ซึ่ง วัตถุมงคลแต่ละชิ้นก็มีมูลค่าอยู่แล้ว เช่น หินสี หินสวยงาม หรือลูกปัดบางสีก็อาจจะเพิ่มราคาเข้าไป ซึ่งราคาขายก็จะเพิ่มขึ้นตามรูปแบบการดีไซน์เป็นสำคัญ
 
5. เครื่องรางไทย สินค้าสายมู! ยอดนิยมของคนจีน-สิงคโปร์


ภาพจาก bit.ly/2YaM62B
 
เครื่องรางคนไทยเริ่มเป็นที่นิยมในสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2468 ที่วัดไทยเริ่มเข้าไปก่อตั้ง และด้วยความเชื่อว่าเครื่องรางของไทยมีความเป็นสิริมงคล สามารถส่งเสริม ทั้งในหน้าที่การงาน ชีวิต โชคลาภ สุขภาพและความเจริญรุ่งเรื่อง เมื่อนำมาสวมใส่หรือพกติดตัว ซึ่งปัจจุบันในสิงคโปร์มีร้านเครื่องราง พระเครื่องจำนวนกว่า 300 ร้านค้า
 
ในขณะที่ชาวจีนเชื่อว่าเครื่องรางของคนไทยให้คุณ ให้โชค จึงเป็นที่สนใจของคนจีนไปโดยปริยาย โดยเมื่อยุคสมัยหนึ่งที่ดาราดังของจีนมาประเทศไทยแล้วเช่าพระไปห้อยคอ เกิดเรื่องเล่าปากต่อปากของประสบการณ์ที่ดาราเจอกับตัวเอง ยิ่งทำให้เกิดกระแสนิยมอย่างต่อเนื่อง
 
6. ททท. เกาะกระแส ‘มูเตลู’ ส่งเสริมการท่องเที่ยว


ภาพจาก bit.ly/3qMdujI
 
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางเชิงความเชื่อและศรัทธา (สายมูเตลู) ซึ่งนิยมเดินทางมานครศรีฯเพื่อกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะไอ้ไข่ วัดเจดีย์ที่กำลังมาแรงและคาดว่าจะเป็นกระแสไปอีกสักพักใหญ่ ให้เดินทางเชื่อมโยงมายังสมุยมากขึ้น ซึ่งใช้เวลานั่งเรือน้อยกว่าจากฝั่ง จ.สุราษฎร์ฯ เนื่องจากปริมาณที่นั่งโดยสารของเที่ยวบินตรงเส้นทาง กรุงเทพฯ-สมุย ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ปัจจุบันให้บริการอยู่ที่ 400-500 คนต่อวันเท่านั้น จากช่วงปกติที่ยังไม่มีวิกฤติโควิด-19 อยู่ที่ 3,000-4,000 คนต่อวัน
 
7. มูลค่าตลาดความเชื่อของ “คนไทย”


ภาพจาก freepik
 
ผลสำรวจจากปลายปี 2563 พบว่าค่าใช้จ่ายในการทำบุญแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายต่อสถานที่ โดยเฉลี่ย 100 - 200 บาท รองลงมา คือ น้อยกว่า 100 บาท ร้อยละ 24.57 ดังนั้นประชาชนกว่าร้อยละ 70 ทำบุญครั้งละไม่เกิน 200 บาทโดยการใช้จ่ายทำบุญส่วนใหญ่เป็นการบริจาคตู้ทำบุญ ถึงร้อยละ 47.58 รองลงมา คือ การถวายสังฆทาน ร้อยละ 39.46 
 
นอกจากนั้น ยังได้สำรวจกิจกรรมความเชื่อที่ประชาชนส่วนใหญ่นิยม พบว่ากิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การดูชะตาราศี (เช่น วัน เดือน ปีเกิด) ร้อยละ 54.13 ดูลายมือ ร้อยละ 20.94 และดูไพ่ยิปซี ร้อยละ 12.23 สร้างรายได้หมุนเวียนในระบบได้ประมาณ 10,800 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 0.36 ต่อมูลค่าการท่องเที่ยวรวมของไทย
 
8. สายมู สไตล์ “ยุโรป”


ภาพจาก bit.ly/2LYW4By
 
สำหรับชาวยุโรปสายมูเตลู คือความเชื่อหรือทริคต่างๆ เช่น เรื่อง Lucky Number หรือตัวเลขนำโชค การพกเครื่องรางนำโชคอย่างสัญลักษณ์รูปเกือกม้า เครื่องรางตาข่ายดักฝันร้าย เครื่องรางดวงตาปีศาจที่ช่วยปกป้องเราจากโชคร้าย เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีสายมูแบบจริงจัง อย่างการพกเครื่องรางที่เรียกว่า Witch Bottle / Spell Jar หรือขวดแม่มด ซึ่งเป็นขวดขนาดเล็กบรรจุน้ำมัน สมุนไพร หรือวัตถุดิบธรรมชาติที่เชื่อว่ามีพลังในด้านต่างๆ เช่น การคุ้มครอง การรักษา หรือนำโชคเรื่องความรัก ซึ่งเป็นความเชื่อสำหรับคนที่นับถือศาสนา Wicca ซึ่งเป็นศาสตร์เก่าแก่และเป็นความเชื่อที่มีมานับตั้งแต่โบราณของฝั่งตะวันตก
 
9. สายมูของคน “อเมริกัน”


ภาพจาก bit.ly/3iGMUWx
 
ที่สหรัฐฯ เคยมีกระแสนิยมใน “Evil Eye ที่เชื่อว่าเป็นเครื่องรางในการป้องกันอำนาจมืดจากสิ่งชั่วร้ายนานัปการ ซึ่งความเชื่อเรื่อง Evil Eye อาจจะมีมานานแล้ว แต่ที่เป็นกระแสเพราะถูกจุดขึ้นโดยบรรดาเซเลบริตี ในวงการบันเทิงสหรัฐฯ
 
อย่างเช่น คิม คาร์เดเชียน ที่ชอบสวมสร้อยคอ หรือ เครื่องประดับศีรษะที่มีสัญลักษณ์ Evil Eye ขณะที่ จีจี้ ฮาดิค นางแบบสุดฮอตก็เปิดตัวรองเท้ารุ่น EyeLove ที่เป็นลวดลายดวงตาปีศาจ การปรากฏภาพตามสื่อต่าง ๆ โดยสวมใส่เครื่องประดับที่มีสัญลักษณ์ Evil Eye ของคนเหล่านี้ ล้วนดึงดูดความสนใจของประชาชนทั่วไปจนเกิดการเลียนแบบ และ ส่งผลให้สินค้าที่มีสัญลักษณ์ Evil Eye ไม่ว่าจะสร้อยข้อมือ สร้อยคอ หรือ พวงกุญแจ พลอยขายดี และ ได้รับความนิยมสูงตามไปด้วย
 
10. เครื่องรางสายมู “ยอดฮิต”


ภาพจาก bit.ly/39gZjNP
 
  • ปี่เซียะ ตถุมงคลเสริมดวงการเงินแห่งยุคสมัย ซึ่งเป็นไปตามหลักฮวงจุ้ยที่เชื่อว่ายุคปัจจุบันคือยุค 8 คือยุคธาตุดิน โดยเริ่มเข้ายุคตั้งแต่ปี 2547-2566 และสัตว์ 2 ชนิดที่เป็นสัตว์ประจำยุคคือสุนัขและปี่เซียะ
     
  • เต่ามังกร เป็นสีญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง สุขภาพดี อายุยืน มีความตั้งใจมุมานะ ความก้าวหน้า ความสำเร็จอย่างมั่นคง อีกทั้งยังมีความเพิ่มพูนด้านทรัพย์สินเงินทอง ป้องกันภัยจากสิ่งชั่วร้ายด้วย
     
  • หินสีนำโชค หินแต่ละสีจะมีความหมายและการเสริมดวงที่แตกต่างกันไป อาทิ เทอร์ควอยซ์ ที่เชื่อกันว่าเสริมสร้างพลังอำนาจบารมี, มูนสโตน เชื่อว่าช่วยเรื่องความรัก, ไคยาไนท์ เชื่อว่าช่วยในเรื่องสติปัญญา, ลาริมาร์ เชื่อกันว่าช่วยนำพาความสงบสุขแก่ผู้ที่ครอบครอง, ไหม 5 สี (Rutilated Quartz) เชื่อว่าเสริมโชคลาภ เงินทอง อำนาจบารมีต่างๆ
 
มองในอีกแง่หนึ่ง ธุรกิจสายมูคือการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเดิมด้วยการออกแบบใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย และสามารถแก้ Pain Point ได้ตรงจุดยิ่งในยุคนี้คนต้องการหาสิ่งยึดเหนี่วยวทางใจ ทำให้ธุรกิจสายมูที่เกี่ยวเนื่องกับความเชื่อจากเดิมที่หยั่งรากฝังลึกอยู่กับคนไทย ตอนนี้กลายเป็นธุรกิจที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นและหากเราจับจุดได้ถูกทาง นี่คือโอกาสสร้างรายได้ที่ไม่มาวันจบ
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 

 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
 
ขอบคุณข้อมูล