บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    Startups    แอพพลิเคชั่นและซอฟต์แวร์
484
2
3 นาที
18 มกราคม 2564
รวม 8 แอพเดลิเวอรี่! สมัครงานยังไง! รายได้ดีแค่ไหน! ไปดู


บริการ Food Delivery มีมูลค่าตลาดในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 4.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากภาวะปกติ สะท้อนให้เห็นทิศทางการเติบโตที่สดใสและดูเหมือนว่าจะเป็นธุรกิจที่ยังเติบโตไปอีกนาน ยิ่งในสภาวะปัจจุบันกับการระบาดระลอกใหม่ของ COVID 19 ยิ่งทำให้ตลาด Delivery เติบโตแบบก้าวกระโดด ไม่ใช่แค่ในส่วนของผู้ลงทุนแต่หลายคนที่ช่วงนี้ก็คิดจะหางานทำ หารายได้เสริมกับการสมัครร่วมกับแอพ Deliveryเหล่านี้
 
www.ThaiFranchiseCenter.com ได้ลองรวมรวบข้อมูลของบางแอพเดลิเวอรี่ที่ได้รับความนิยมและคนสนใจมากลองมาดูว่าแอพเหล่านี้เขามีรายได้จากการทำงานแค่ไหน และหากต้องการสมัครร่วมงานต้องทำอย่างไร
 
1.Gojek
 
ภาพจาก gojek.com

Gojek เป็นแพลตฟอร์มชั้นนำมีบริการหลากหลายทั้งส่งอาหาร โลจิสติกส์ และอื่นๆ Gojek ช่วยให้ผู้ใช้บริการและร้านค้าสามารถเข้าถึงโปรดักส์และบริการต่างๆ ในหลายส่วนให้บริการทั้ง GoRide บริการเรียกรถจักรยานยนต์ GoFood บริการส่งอาหาร GoSend บริการรับ-ส่งพัสดุ และ GoPay บริการอีวอลเลต เป็นต้น
 
วิธีสมัคร
 
สามารถสมัครผ่านทาง แอปฯ Gojek โดยดาวโหลดแล้วทำการลงทะเบียนตามขั้นตอนที่ขั้นภายใน แอปฯ
 
คุณสมบัติ
  1. ประเภทรันเนอร์ ที่ใช้การเดิน การปั่นจักรยานหรือสกุ๊ตเตอร์ไฟฟ้า จะต้องมีอายุระหว่าง 16-55 ปี
  2. ประเภทจักรยานยนต์ป้ายขาวจะต้องมีอายุระหว่าง 18-55 ปี
  3. ประเภทจักรยานยนต์ป้ายเหลืองจะต้องมีอายุระหว่าง 20-55 ปี
  4. ผู้สมัครต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปี (หรือหากอายุตามเกณฑ์ที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการให้บริการ
  5. ขนส่งได้ภายใต้กฎหมายที่มีบังคับใช้ในเขตพื้นที่นั้นสูงกว่า 18 ปี คุณต้องมีอายุตามเกณฑ์ขั้นต่ำของกฎหมายดังกล่าว)

2. LINEMAN และ LALAMOVE
 
ภาพจาก bit.ly/3c1IMiD

ข้อดีของ Line Man คือเราสามารถใช้ Account เดียวกับ Lineโดยไม่ต้องสมัครใหม่ รวมถึงมีร้านอาหารในแพลตฟอร์มจำนวนมาก ค่าบริการจัดส่งเริ่มต้น 55 บาท และจะบวกเพิ่มตามระยะทางของการจัดส่ง 
รายได้ของ LINEMAN และ LALAMOVE
  1. ค่าบริการส่งอาหารเริ่มต้น 55 บาทต่อครั้ง (หักค่าคอมมิชชั่น 15% ได้รับจริง 46.75 บาท)  
  2. ค่าส่งเพิ่มเติม 9 บาทต่อกิโลเมตร หากระยะทาง 1 กิโลเมตรขึ้นไป (หักค่าคอมมิชชั่น 15% ได้รับจริง 7.65 บาท)  
  3. บริการช่วงนอกเวลาทำการ ตั้งแต่ 21.00-22.59 น. ได้เพิ่ม 50 บาท (หักค่าคอมมิชชั่น 15% ได้รับจริง 42.5 บาท)  
  4. บริการช่วงนอกเวลาทำการ ตั้งแต่ 23.00-06.00 น. ได้เพิ่ม 100 บาท (หักค่าคอมมิชชั่น 15% ได้รับจริง 85 บาท)
คอมมิชชั่น
 
ได้รับ 15% ของค่าจัดส่ง
 
วิธีสมัคร
  1.  สมัครผ่านระบบออนไลน์ที่ Lalamove.com
  2. สมัครด้วยตัวเองสำหรับกรุงเทพฯ ณ อาคารวรรณสรณ์ ชั้น 11 (Bangkok Meeting Room) ถนนพญาไท แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

3.GrabFood
 
ภาพจาก www.facebook.com/GrabTH/

GrabFood มีร้านอาหารในแพลตฟอร์มมากกว่า 4,000 ร้าน ผู้ใช้สามารถเลือกสั่งอาหารจากร้านที่อยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรจากจุดที่อยู่ มีระบบติดตามแบบเรียลไทม์ และก่อนสั่งยังมีการคำนวณเวลาคร่าวๆ ว่าจะใช้เวลาเท่าไร
 
รายได้ของการขับ GrabFood
  1. ค่าจัดส่งเริ่มต้น 40 บาท ถ้าระยะทางมากกว่า 3 กิโลเมตรขึ้นไป ได้รับค่าบริการเพิ่มเติมเข้ามาต่อกิโลเมตรที่มากขึ้น
  2. โบนัสต่องาน ได้รับ 5-20 บาท/งาน ขึ้นอยู่กับประเภทการรับงานและช่วงเวลาของการรับงาน
  3. อินเซนทีฟแบบสะสมเพชร (ถ้ารับงานแล้วสะสมเพชรได้ครบตามที่กำหนด จะได้รับเงินโบนัสเพิ่ม) โดยจะถูกคำนวณเป็นรายสัปดาห์ เริ่มคิดวันจันทร์-วันอาทิตย์ แล้วจะได้รับผ่านทางกระเป๋าเงินคนขับในแอปฯ ภายในวันพุธของทุกสัปดาห์
คอมมิชชั่น
 
GrabFood จะหักค่าคอมมิชชั่น 15% จากค่าจัดส่ง (ตัวอย่าง 15% จาก 40 บาท คิดเป็น 6 บาท ได้รับจริง 34 บาท + ค่าบริการที่เพิ่มเติมเข้ามาต่อกิโลเมตร)  ปัจจุบัน ได้เปลี่ยนระบบหักค่าคอมมิชชั่นแบบใหม่ จากเดิมที่จะหักจากกระเป๋าเครดิต จนต้องคอยเติมเครดิตให้เพียงพอสำหรับรับงาน เปลี่ยนใหม่เป็นหักจากกระเป๋าเงินสดโดยตรง ดังนั้นแม้ไม่มีเครดิตก็รับงานได้ ขอแค่มีเงินสดเพียงพอ ก็รับงานได้มากขึ้น

วิธีสมัคร GrabFood
  1. สมัครผ่านระบบออนไลน์ที่ grab.com
  2. สมัครด้วยตัวเองที่สำนักงาน Grab  สาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศ 

4.FoodPanda
 
ภาพจาก www.facebook.com/FoodpandaThailand/
 
FoodPanda เป็นแอพสำหรับสั่งอาหารที่คนไทยนิยมมากเริ่มเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยเมื่อ 3 ปีก่อน ปัจจุบันมีร้านอาหารในแพลตฟอร์มจำนวนมากและมีโปรโมชั่นพิเศษมากมาย และผู้ใช้สามารถติดตามสถานะการจัดส่งได้แบบเรียลไทม์คิดค่าบริการจัดส่งเริ่มต้น 40 บาททั่วกรุงเทพฯ
 
รายได้ของการขับ FoodPanda
  1. ได้รับเฉพาะค่าจัดส่ง ไม่มีค่าชั่วโมงทำงาน โดยจะได้รับตามการจัดอันดับเรตติ้งการทำงาน (แบช)
  2. มีโอกาสได้เงินเพิ่มจากโบนัสที่ทำได้
    • โบนัสต่อที่ 1 ทำครบ 80 ออเดอร์ ภายใน 7 วัน รับโบนัส 250 บาท
    • โบนัสต่อที่ 2 ทำครบ 340 ออเดอร์ ภายใน 30 วัน รับโบนัส 250 บาท
    • โบนัสต่อที่ 3 ทำครบ 500 ออเดอร์ ภายใน 45 วัน รับโบนัส 250 บาท
    • โบนัสต่อที่ 4  รับโบนัสเพิ่ม 750 บาท เพียงแนะนำเพื่อนมาเป็นไรเดอร์และทำครบตามเงื่อนไขได้อีกคน
วิธีสมัคร
  1. สมัครผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ foodpanda.co.th 
  2. สมัครด้วยตัวเองสำหรับผู้ที่สนใจทำงานย่านสุขุมวิท สีลม ธนบุรี (กรุงเทพฯ ชั้นใน) ที่สำนักงานสาขาสุขุมวิท 59/33 ซอยสุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ

5.7-Delivery
 
ภาพจาก facebook.com/7ElevenThailand/

เป็นศูนย์รวมอาหารสำหรับคนหิวเลยก็ว่าได้ มีทั้งของสด (บางสาขา) ข้าว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารญี่ปุ่น ซาลาเปา น้ำปั่น ฯลฯ  ไปจนถึงอาหารแช่แข็ง และน้ำดื่มอีกมากมาย แอพนี้เพื่อตอบโจทย์คนที่ไม่อยากออกไปซื้อของด้วยตัวเอง โดยการสั่งซื้อนั้น แอพจะเลือกจากสาขาที่ใกล้ที่สุด และสาขานั้นต้องมีบริการส่งให้ด้วย ราคาของสินค้าแต่ละอย่าง ก็จะเป็นราคาตามจริงที่ขายในนั้นเลย ไม่มีการบวกเพิ่ม และถ้าสั่งเกินขั้นต่ำที่กำหนดไว้ ก็จะได้ส่งฟรี นอกจากนี้ยังมีโปรโมชันนิดหน่อยในแอพ เหมาะกับคนที่ซื้อของ ในเซเว่นเป็นประจำ

รายได้ของการทำ 7-Delivery
 
เป็นลักษณะของการทำงานประจำ สามารถสมัครงานได้ที่ 7-eleven ทุกสาขา
 

6.Skootar
 
ภาพจาก bit.ly/38TRqO7

เป็น Startup สัญชาติไทยที่พัฒนาบริการรับส่งเอกสารให้มีความทันสมัยค่าบริการในการจัดส่งเริ่มต้นที่ 70 บาท และเพิ่มขึ้นตามระยะทางที่กำหนด ซึ่งคนสนใจใช้บริการสามารถเลือกใช้ได้ทั้งการผ่านแอพหรือเข้าไปที่เว็บไซต์ของ Skootar โดยตรง 
 
รายได้ของการขับ Skootar
 
1.ค่าจัดส่งเริ่มต้น 55 บาท บวกเพิ่มตามระยะทาง (หักภาษี ณ ที่จ่าย 3%)
  • กิโลเมตรที่  1-25 = 9.5 บาทต่อกิโลเมตร
  • กิโลเมตรที่ 26-70 = 12 บาทต่อกิโลเมตร
  • กิโลเมตรที่  71 ขึ้นไป = 10 บาทต่อกิโลเมตร
2.มีโอกาสทำ รายได้ต่อเดือน 16,000 – 30,000 บาท (ขึ้นอยู่กับความขยัน) มีทั้งแบบงานประจำและงานอิสระ (พาร์ตไทม์) กรณีทำงานประจำ รายได้เริ่มต้นที่ 12,100 บาท/เดือน
 
วิธีสมัคร
  1. กรณีสมัครงานประจำ สามารถสมัครได้ทางออนไลน์ skootar.com แล้วจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับภายหลัง
  2. กรณีสมัครงานอิสระ กรอกรายละเอียดทางออนไลน์ (skootar.com) เข้าร่วมอบรมแล้วรับรหัสภายใน 1 วัน จากนั้นสามารถรับงานได้ทันที

7.happyfresh
 
ภาพจาก bit.ly/3qI4egH

happyfresh เป็นแอพที่รวมสินค้าจากซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ไว้มากมาย โดยเฉพาะอาหารพร้อมทานทั้งจาก เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี, Sweet & Green, Gourmet Market และ Wine Connection โดยเราสามารถติดตามการจัดส่งได้แบบเรียลไทน์ คิดค่าบริการสำหรับชั่วโมงปกติที่ 60 บาท (0-10 กม.แรก) กม.ถัดไป กิโลเมตรละ 12 บาท ส่วนชั่วโมงเร่งด่วนอยู่ที่ 80 บาท (0-10 กม.แรก) สามารถใช้งานผ่านทางเว็บไซต์หรือใช้แอพก็ได้ 
 
รายได้ของการขับ happyfresh
  1. เป็นงานประจำ ฐานเงินเดือน 11,000 บาท เงินเดือนรวมขั้นต่ำ 15,000 -20,000 บาทขึ้นไป มีค่ารอบจัดส่งสินค้าอื่น ๆ ให้อีกด้วย
  2. มีให้เลือก 2 แบบ ทั้งแบบส่งอย่างเดียว หรือแบบช้อปด้วยส่งด้วย อย่างหลังจะมีรายได้มากกว่า
  3. ทำงาน 6 วัน หยุด 1 วัน (ไม่ตรงกับเสาร์-อาทิตย์)
วิธีสมัคร
  1. สมัครและสอบถามรายละเอียดที่นี่ lin.ee
  2. สมัครงานด้วยตัวเองได้ที่ 140 อาคารวันแปซิฟิค เพลส ชั้น10 

8.Go Bike
 
ภาพจาก www.facebook.com/GoBikeTH/

นอกจากจับมือเป็นพันธมิตรกับแฟมิลี่มาร์ท ยังได้ร่วมกับผู้ประกอบการร้านอาหารอีกจำนวนมาก เน้นบริการจัดส่งอาหารทั่วกรุงเทพ ค่าบริการเริ่มต้น 50 บาท เป็นแอพพลิเคชั่นเดลิเวอรี่ที่ถือว่าน่าสนใจมาก
รายได้จากการขับ Go Bike
 
เป็นงานประจำ รายได้สูงสุด 18,000 บาท/เดือน ทำงาน 6 วัน/สัปดาห์
 
วิธีสมัคร
 
ติดต่อนัดอบรมหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ทาง inbox เฟซบุ๊ก GoBike Thailand หรือ Call center 02-1054454 จันทร์-อาทิตย์ 09.00-21.00 น
 
ทั้งนี้แม้ว่าแอพ Delivery เหล่านี้จะได้รับความนิยมแต่นี่ก็คืองานบริการที่ต้องเอาความประทับใจของลูกค้าเป็นหลัก คนที่ร่วมงานก็ใช่ว่าจะมีรายได้ดีทันที หากแต่ต้องขยันตั้งใจทำจริง และมีความอดทนในการทำงาน จึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้อย่างที่ตั้งใจ
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ https://www.thaifranchisecenter.com/document/
 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter