บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    กฎหมายและข้อบังคับ    สัญญาแฟรนไชส์
3.6K
2
2 นาที
1 กุมภาพันธ์ 2556
สิ้นลม (บทความกฎหมายแฟรนไชส์)

คนเราบางคู่แต่งงานอยู่กินกันตั้งหลายปี บางคนมีลูกตามมาอยู่ด้วยตั้งโหล แต่เพิ่งคิดได้ว่าคนที่แต่งด้วย นอนเตียงเดียวกันทุกคืนนี่  ไม่ใช่เนื้อคู่กระดูกคู่ของเรา เอ..ทำไมคิดช้าจังก็ไม่รู้ เพิ่งนึกขึ้นได้   เลยลุกขึ้นมาขอหย่าก็มี แล้วนับประสาอะไรกับการทำแฟรนไชส์
 
วันดีคืนสยอง แฟรนไชซีอาจลุกขึ้นมาบอกแฟรนไชซอร์ว่าขอเลิก ๆๆๆๆ หรือกลับกันแฟรนไชซอร์อาจอยากเลิกกับแฟรนไชซีก็ได้ เดินไปอำเภอขอหย่าก็ไม่ได้ด้วยซิ  จะทำอย่างไรดีเอ่ย คนเราถ้ามันไม่ใช่เนื้อคู่กันก็ปล่อยเขาไปเถอะ อย่าไปเหนี่ยวรั้งเขาไว้เลยไม่มีประโยชน์หรอก
 
ถ้าแฟรนไชซอร์และแฟรนไชซีต่างเห็นพ้องต้องกัน เหมือนตอนจีบกันใหม่ ๆ  ก็คงไม่มีปัญหา แต่บางครั้งยังต้องใช้ไฟส่องหน้าอยู่เลย  ลมออกหูอยู่จะพูดจากันดี ๆ ก็ยาก  ต่างคนต่างก็ไม่ยอมฟังกันทั้งนั้น
 

เหตุที่จะเลิกสัญญาโดยแฟรนไชซอร์นั้น มีได้หลายเหตุ เช่น สถานะของแฟรนไชซีเปลี่ยนไป  ล้มละลาย  ไม่หายใจ พิการ  ไม่ทำตามหน้าที่ในสัญญา เอาเครื่องหมายการค้าไปใช้ที่อื่น  ไม่จ่ายค่าสิทธิ  ไม่ส่งรายงาน  ไม่ทำตามมาตรฐานทำให้เสียชื่อเสียงแฟรนไชส์
 
และสารพัดไม่….. ทั้งที่ในสัญญาเขียนว่าแฟรนไชซีต้องทำ…. พวกนี้คนร่างเขามักจะระบุในสัญญาเป็นปกติอยู่แล้ว ข้อที่ต้องระวังคือ ไม่ใช่ทำผิดนิดผิดหน่อยก็จะเลิกท่าเดียว แต่ต้องผิดเรื่องที่สำคัญคอขาดบาดตายเท่านั้น ที่ต้องเน้นเป็นพิเศษ คือ กรณีได้สิทธิแฟรนไชส์มาจากเมืองนอก แล้วเจ้าของสิทธิเขาบอกเลิกสัญญา เพราะไปผิดสัญญากับเขา
 
อย่างนี้อาจต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจนว่า ถ้าสัญญาแม่ระหว่างเมืองนอกกับแฟรนไชซอร์หมดลง ก็ต้องถือว่าสัญญาระหว่างแฟรนไชซอร์และแฟรนไชซีหมดลงเหมือนกัน
แม้ดูเหมือนไม่ค่อยเป็นธรรมกับแฟรนไชซี เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด  เป็นความผิดของแฟรนไชซอร์แท้ ๆ แต่แฟรนไชซีต้องมารับกรรมไปด้วย
 
น่าเห็นใจครับ แต่เป็นสิทธิของเจ้าของที่อยู่เมืองนอก เราจะไปยุ่งกับเขาก็ไม่ค่อยได้  เพราะไม่ได้เป็นคู่สัญญากับเขาโดยตรง   อาจต้องพยายามต่อสายกับเขาและรับช่วงทำต่อเป็นซับแฟรนไชซอร์ของเขาเสียเลย ธุรกิจเราก็เดินต่อไปได้  แถมยังเลื่อนฐานะเป็นแฟรนไชซอร์อีกด้วย
 
แต่เรื่องสัญญาแฟรนไชส์สิ้นสุดกับเรื่องที่แฟรนไชซีจะเรียกร้องค่าเสียหายเพราะสัญญาแฟรนไชน์หมดอายุก่อนกำหนดนี่เป็นคนละเรื่องกัน ถ้าเหตุที่สัญญาแม่ขาดไปเป็นเพราะแฟรนไชซอร์ อย่างเช่น ไม่ยอมจ่ายค่าสิทธิให้เมืองนอก เขาเลยบอกเลิกสัญญา อย่างนี้แฟรนไชซอร์คงต้องใช้ค่าเสียหายให้แฟรนไชซีด้วย
 

แต่ถ้าไม่ใช่ เช่น เมืองนอกออกกฎหมายยึดสิทธิบัตรกลับไป ทำให้เอามาให้แฟรนไชซอร์ใช้ต่อไม่ได้ อย่างนี้จะโทษแฟรนไชซอร์ก็ไม่ได้ และก็ไม่น่าต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับแฟรนไชซีด้วยแต่อาจต้องชดเชยตามสัดส่วนของระยะเวลาที่ไม่ได้ใช้สิทธิเท่านั้น
 
กรณีอย่างนี้บางแห่งเขียนสัญญาเปิดช่องให้มีช่วงระยะเวลาช่วงหนึ่ง  เพื่อให้แฟรนไชซอร์กับแฟรนไชซีเจรจาหาทางแก้ไขปัญหากันก่อนเลิกสัญญา  ซึ่งอาจดึงเจ้าของที่เมืองนอกมาร่วมด้วยก็ได้
 
ในสัญญาแฟรนไชส์มักไม่กำหนดชัดแจ้ง ถึงเหตุที่แฟรนไชซีจะเลิกสัญญาได้ แต่แม้ไม่ระบุไว้หากแฟรนไชซอร์ทำผิดสัญญา เช่น ไม่ให้ความช่วยเหลือ ไม่ได้เป็นเจ้าของสิทธิที่แท้จริง
 
แฟรนไชซีก็อาจมีหนังสือกำหนดเวลาพอสมควรให้แฟรนไชซอร์ปฏิบัติ  หากพ้นกำหนดดังกล่าวแฟรนไชซีก็บอกเลิกสัญญาได้ เป็นสิทธิในการเลิกสัญญาตามหลักกฎหมายสัญญาทั่วไป  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั่นเอง ก่อนบอกเลิกสัญญา สัญญามักเขียนให้แฟรนไชซอร์ต้องบอกให้ แฟรนไชซีรู้ตัวก่อนว่า แฟรนไชซีทำผิดอะไร และต้องให้เวลาแฟรนไชซีแก้ไขเรื่องที่ผิดนั้นก่อนบอกเลิกสัญญา
 
พูดง่ายๆ ว่าจะบอกเลิกสัญญาทันทีที่ทำผิดเลยไม่ได้  คงต้องให้เขาแก้ตัวก่อน   เว้นแต่เป็นการผิดสัญญาในเรื่องร้ายแรง  ก็ไม่ต้องให้เวลาอะไรอีก  ผิดปุ๊บก็เลิกได้เลย
 
เมื่อเลิกสัญญาแล้วไม่ว่าจะเพราะเหตุบอกเลิกสัญญา หรือทำมาจนครบสัญญาก็ตาม ในสัญญาที่ใช้กันในเมืองนอกมักระบุด้วยว่าจะจัดการอย่างไรต่อ
อย่างเช่นค่ารอยัลตี้ที่ค้างอยู่ สินค้าที่ยังเหลือ ป้าย หรือเครื่องหมายต่างๆ ที่ติดอยู่ที่ร้าน หรือที่ตัวสินค้าจะทำอย่างไร
 
จะให้แฟรนไชซอร์ซื้อคืน หรือจะให้ลบเครื่องหมายพวกนั้นออก  โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในร้านจะทำอย่างไร  ให้แฟรนไชซีลบทิ้ง หรือแฟรนไชซอร์จะเข้าไปลบเอง  ถ้าต้องลบต้องทำในกี่วัน  พวกนี้เป็นเรื่องที่ต้องคิด

อ้างอิงจาก อาจารย์สมชาย รัตนซื่อสกุล