บทความทั้งหมด    บทความสร้างอาชีพ    เมนูเครื่องดื่ม    เครื่องดื่มสมุนไพร
716
19
4 นาที
12 มีนาคม 2563
แจกฟรี! 14 สูตรเครื่องดื่ม ทำง่ายๆ ยามต้องกักตัวเอง (COVID19)


 
ในช่วงกักตัวเอง 14 วันของคนที่เดินทางกลับมาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของ COVID 19 นอกจากการรับประทานอาหารดีๆ ก็ควรได้รับเครื่องดื่มดีๆ ที่มีประโยชน์ด้วยเช่นกัน ซึ่งจากข้อมูลในช่วงที่ผ่านมามีการพูดถึง “ฟ้าทะลายโจร” ที่ www.ThaiFranchiseCenter.com มีข้อมูลว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้รับรองว่า ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการหวัดได้ เนื่องจากมีฤทธิ์ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ผู้ที่เป็นหวัด หรือร้อนในบ่อย ๆ หากรับประทานฟ้าทะลายโจร จะสามารถช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้น จึงไม่เป็นหวัดง่าย อาการร้อนในจะหายไป โดยเฉพาะไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจ
 
ทั้งนี้ มีการจดสิทธิบัตรในจีนว่า สารสำคัญในฟ้าทะลายโจร สามารถใช้รักษาและป้องกันการติดเชื้อไวรัสซาร์ส ซึ่งเป็นไวรัสกลุ่มโคโรนาได้ ช่วยระงับการอักเสบที่เกิดจากอาการไอ เจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิล หลอดลมอักเสบ ขับเสมหะ รักษาโรคผิวหนังฝี รวมทั้งลดการอักเสบที่ปอด ดังนั้นในช่วง 14 วันที่กักตัว ในทุกมื้อน่าจะมี “น้ำสมุนไพร ฟ้าทะลายโจร” เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มหลัก นอกจากนี้เรายังมีอีกหลายเครื่องดื่มสมุนไพรมาให้ได้ทำเป็นเครื่องดื่มในช่วงกักตัวนี้
 
14 สูตรเครื่องดื่มสมุนไพร ในช่วงกักตัวเอง 14 วัน
 
1. น้ำสมุนไพร “ฟ้าทะลายโจร”


ภาพจาก bit.ly/2IEMxdN
 
เป็นสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการหวัดได้ เนื่องจากมีฤทธิ์ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ผู้ที่เป็นหวัด สารสำคัญในฟ้าทะลายโจร สามารถใช้รักษาและป้องกันการติดเชื้อไวรัสซาร์ส ซึ่งเป็นไวรัสกลุ่มโคโรนาได้ ช่วยระงับการอักเสบที่เกิดจากอาการไอ เจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิล หลอดลมอักเสบ ขับเสมหะ รักษาโรคผิวหนังฝี รวมทั้งลดการอักเสบที่ปอด
 
วัตถุดิบ
  1. ต้นฟ้าทะลายสด ๆ (หั่นเป็นท่อน ๆ)  ½ ถ้วย
  2. ใบเตยหอมสด ๆ (หั่นเป็นท่อน ๆ) 1 ถ้วย
  3. น้ำสะอาด 5 ถ้วย
วิธีการทำ
  1. เตรียมส่วนผสมข้างต้นให้ครบตามจำนวน
  2. นำต้นฟ้าทะลาย มาล้างน้ำให้สะอาด แล้วหั่นให้เป็นท่อนๆ
  3. นำใบเตยหอม มาล้างน้ำให้สะอาด แล้วหั่นให้เป็นท่อนๆ เพื่อจะได้ กลิ่นหอมของใบเตย ทำให้น่าดื่มมากขึ้น
  4. นำต้นฟ้าทะลายโจร และใบเตยที่หั่นเสร็จแล้วใส่ลงไปในหม้อ เทน้ำสะอาดใส่ลงไป จากนั้นยกขึ้นต้มบนเตาไฟ พอน้ำเริ่มเดือด ก็เคี่ยวสักพัก ประมาณ 10-15 นาทีค่อยยกลงจากเตา นำไปแช่เย็นพร้อมดื่มได้
 

2. น้ำเก๊กฮวย


ภาพจาก bit.ly/2TZa9z6
 
เป็นน้ำสมุนไพรคลายร้อน เหมาะกับผู้ที่ต้องเผชิญกับความร้อนเป็นเวลานาน ช่วยบรรเทาอาการร้อนใน หรือแผลในช่องปาก นอกจากนี้ น้ำเก๊กฮวยยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และการปรับสมดุลในระบบการย่อยอาหารของคุณให้ดีขึ้นอีกด้วย
 
ส่วนผสม
  1. ดอกเก๊กฮวย 1 กำมือ
  2. น้ำเปล่า 2 ลิตร
  3. น้ำตาลทราย
  4. ใบเตย 
วิธีทำ
  1. ต้มน้ำกับใบเตยจนเดือด ใส่ดอกเก๊กฮวยลงไปเคี่ยวสักพัก
  2. ใส่น้ำตาลทรายลงไปคนให้ละลาย รอจนเดือดอีกครั้ง ปิดไฟ พักไว้จนเย็น
  3. พอน้ำเก๊กฮวยเริ่มอุ่นยกลงกรอง บรรจุใส่ขวด จะนำไปแช่เย็นหรือใส่ในน้ำแข็งแล้วทานก็ได้
 

3. น้ำกระเจี๊ยบ


ภาพจาก bit.ly/2xtnwjj
 
ต้นกระเจี๊ยบแดง ที่มีดอกสีน้ำตาลแดง ใบห้าแฉก จะอุดมไปด้วยวิตามินซี นอกจากนี้ น้ำกระเจี๊ยบยังช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน และช่วยลดอาการร้อนใน ทำให้แผลในช่องปากหายเร็วขึ้น กระเจี๊ยบแดงยังเป็นที่รู้จักในนามสมุนไพรไทยที่ช่วยลดอาการไอ และแก้อาการท้องผูก
 
ส่วนผสม
  1. ดอกกระเจี๊ยบแดงแห้ง 2 กำมือ
  2. พุทราจีน 2 กำมือ
  3. น้ำเปล่า 3 ลิตร
  4. เกลือป่น 2 ช้อนชา
  5. น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
วิธีทำ
  1. ล้างดอกกระเจี๊ยบแดงแห้งและพุทราจีนในน้ำสะอาดเอาเศษฝุ่นออก เคล็ดลับคือพยายามอย่าแช่น้ำนานเพราะจะทำให้เสียรสชาติและคุณค่าทางอาหารได้
  2. ต้มน้ำจนเดือดแล้วใส่กระเจี๊ยบกับพุทราจีนลงไปต้ม เคี่ยวจนน้ำเริ่มเปลี่ยนสี เติมเกลือป่น และน้ำตาลทรายลงไป คนผสมให้ละลาย ชิมรสตามต้องการ
  3. ยกลงกรองเอากากออก รอจนอุ่นหรือเย็น บรรจุใส่ขวด พร้อมดื่ม


4. น้ำดอกคำฝอย


ภาพจาก bit.ly/39NMUi4
 
สรรพคุณของดอกคำฝอย สามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือด บำรุงเลือด บำรุงประสาท เป็นต้น
 
ส่วนผสม
  1. น้ำเปล่า 2 ลิตร
  2. ดอกคำฝอยแห้ง 4 ช้อนโต๊ะ
  3. ดอกเก๊กฮวยแห้ง 1 กำมือ
  4. น้ำตาลทราย 
วิธีทำ
  1. ใส่น้ำ ดอกคำฝอย และดอกเก๊กฮวยลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟแรงต้มจนเดือดและน้ำเริ่มเปลี่ยนสี
  2. ลดไฟอ่อนลง เติมน้ำตาลทรายลงไปคนผสมให้ละลาย ชิมรสตามชอบ ต้มต่ออีกสักครู่
  3. ยกลงจากเตา กรองเอากากออก รอจนอุ่น ตักใส่ขวด นำไปแช่เย็นหรือใส่น้ำแข็งแล้วอร่อยแบบเย็นๆ
 

5. น้ำมะตูม


ภาพจาก bit.ly/2IGTaw0
 
สามารถทำให้คุณรู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้โดยทันที นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการท้องร่วง ลดน้ำตาลในเลือด
 
ส่วนผสม
  1. มะตูมแห้ง 10 ชิ้น
  2. น้ำเปล่า 2 ลิตร
  3. น้ำตาลทรายแดง 
วิธีทำ
  1. นำมะตูมแห้งไปย่างไฟ หรือคั่วในกระทะจนมีกลิ่นหอม เตรียมไว้
  2. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟปานกลางใส่มะตูมที่ย่างไฟลงไปต้มจนเดือดและน้ำเปลี่ยนสี หรือนานประมาณ 30 นาที
  3. จากนั้นใส่น้ำตาลทรายแดงลงไปคนผสมจนน้ำตาลละลายหมด 
  4. ยกลงจากเตา กรองเอากากออก พักทิ้งไว้จนเย็น บรรจุใส่ขวด พร้อมดื่ม
 

6. น้ำใบบัวบก


ภาพจาก bit.ly/2Q7pCM9
 
แก้อาการช้ำใน ลดการอักเสบ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน บำรุงและรักษาดวงตา บำรุงประสาทและสมอง ลดความเครียดและคลายความกังวลได้
 
ส่วนผสม
  1. ใบบัวบก 1 -1.5 กิโลกรัม
  2. น้ำเปล่า 12 ถ้วย
  3. ใบเตย 6 ใบ
  4. น้ำเชื่อม 6 ถ้วย
วิธีทำ
  1. ล้างใบบัวบกให้สะอาด สะเด็ดน้ำ จากนั้นหั่นเป็นท่อนสั้น ๆ เตรียมไว้
  2. ต้มน้ำกับใบเตยจนเดือด พักทิ้งไว้จนน้ำอุ่น
  3. แบ่งใบบัวบกเป็น 6 ส่วน ทยอยใส่ลงในเครื่องปั่นตามด้วยน้ำต้มสุกที่อุ่นแล้ว 1 ถ้วยปั่นจนละเอียดเป็นน้ำทำซ้ำจนหมด
  4. ยกลงกรองด้วยผ้าขาวบาง เอาแต่เฉพาะน้ำ
  5. ใส่น้ำเชื่อมลงในน้ำใบบัวบก คนผสมให้เข้ากัน พักทิ้งไว้จนเย็น บรรจุใส่ขวด พร้อมดื่ม
 

7. น้ำสำรอง


ภาพจาก bit.ly/2TU9nTU
 
แก้เจ็บคอ แก้ไข้  แก้ไอ ขับเสมหะ เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ท้องผูก ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน ลดภาวะเสี่ยงไขมันหลอดเลือดสูง

ส่วนผสม
  1. ลูกสำรองนำมาตัดหัวท้ายออก จำนวน 10 ลูก
  2. น้ำเปล่า 1 ลิตร
  3. น้ำตาลทรายแดง
วิธีทำ
  1. แช่ลูกสำรองในน้ำสะอาดจนพองตัวออกเป็นเส้นวุ้น เลือกเอาแต่วุ้น สะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
  2. ใส่เนื้อสำรองลงในหม้อต้มกับน้ำจนเดือด ใส่น้ำตาลทรายแดง คนผสมจนน้ำตาลทรายละลาย ยกลงจากเตา 
  3. ตักใส่แก้ว พร้อมดื่มขณะร้อน ๆ หรือพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท เทใส่ขวดเก็บไว้ดื่มแบบเย็น
 

8. น้ำว่านหางจระเข้


ภาพจาก bit.ly/2THs3Hs
 
สรรพคุณของว่านหางจระเข้ ช่วยในการบรรเทาโรคกระเพาะอาหาร โรคมะเร็ง โรคทางเดินหายใจอักเสบ โรคปอด เป็นต้น
 
ส่วนผสม
  1. ว่านหางจระเข้ 1 ถ้วยตวง
  2. น้ำเปล่า
  3. น้ำผึ้ง
วิธีทำ
  1. นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือก แล้วแช่น้ำทิ้งไว้สักพัก จากนั้นนำไปล้างเพื่อเอาน้ำยางออกให้หมด ทำความสะอาดบริเวณลำต้นให้สะอาด
  2. หั่นว่านหางจระเข้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่เครื่องปั่นเติมน้ำลงไป ปั่นให้ละเอียด
  3. นำว่านหางจระเข้ที่ปั่นแล้วมากรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อกรองเศษของว่านออกเหลือแต่น้ำ
  4. ใส่น้ำผึ้งลงในน้ำว่านหางจระเข้ คนให้เข้ากัน พร้อมดื่ม
 

9. น้ำใบเตย


ภาพจาก bit.ly/2TJckYI
 
ใบเตย นอกจากใบเตยจะนิยมนำมาใช้ในการทำขนมแล้ว น้ำใบเตยยังเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมที่ช่วยเพิ่มพลังงาน ลดอาการอ่อนเพลีย บำรุงหัวใจ และลดความดันโลหิตอีกด้วย
 
วัตถุดิบ
  1. ใบเตยหอมสด 10 ใบ
  2. น้ำสะอาด 5 ถ้วยตวง
  3. น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
  4. เกลือป่นเล็กน้อย
วิธีทำ
  1. นำใบเตยมาล้างให้สะอาด และหั่นให้เป็นท่อนๆ เตรียมไว้
  2. ใส่ใบเตยลงในหม้อน้ำเดือด เคี่ยวจนน้ำเปลี่ยนสีเป็นสีเขียวของใบเตย จากนั้นกรองใบเตยออก
  3. ใส่น้ำตาลทราย และเกลือป่นลงไป คนให้ละลายเข้ากัน
  4. ชิมรสชาติตามใจชอบ จึงตักเสิร์ฟใส่แก้ว
 

10. น้ำตะไคร้


ภาพจาก bit.ly/2vXizPi
 
น้ำตะไคร้ถือเป็นยาที่ช่วยขับสารพิษ แก้อาการปัสสาวะขัด ช่วยทำความสะอาด และลดแก๊สในลำไส้ ทำให้ไม่มีกลิ่นปาก และผิวพรรณสดใส
 
วัตถุดิบ
  1. ตะไคร้สด 200 กรัม
  2. น้ำ 8 ถ้วยตวง
  3. น้ำตาลทราย 3-5 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  1. นำตะไคร้มาหั่นให้เป็นท่อนๆ
  2. ใส่ตะไคร้ลงในหม้อต้ม รอน้ำเดือด 1-2 นาที จึงยกลง
  3. ใส่น้ำตาลทรายลงไป คนให้ละลายเข้ากัน
  4. ชิมรสชาติตามใจชอบ จึงตักเสิร์ฟใส่แก้ว
 

11. น้ำฟักข้าว


ภาพจาก bit.ly/3cTZPkn
 
น้ำฟักข้าวยังมีเบต้าเคโรทีนสูงกว่าแครอทถึง 10 เท่าและมีไลโคปีนมากกว่ามะเขือเทศ 12 เท่า ทำให้ช่วยบำรุงผิวพรรณ และป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา อาทิ โรคต้อกระจก ประสาทตาเสื่อม ตาบอดตอนกลางคืน เป็นต้น
 
วัตถุดิบ
  1. ฟักข้าว 1 ลูก
  2. น้ำต้มสุก 3 ถ้วย
  3. เกลือป่น เล็กน้อย
  4. น้ำเชื่อม ตามชอบ
วิธีทำ
  1. ผ่าครึ่งลูกฟักข้าว คว้านเอาเม็ดออก จากนั้นปอกเปลือกออกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
  2. ใส่เนื้อฟักข้าวลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำต้มสุก ปั่นจนละเอียดเข้ากันดี เติมน้ำเชื่อมและเกลือป่นตามชอบ คนผสมให้เข้ากัน เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม
 

12. น้ำอัญชัน


ภาพจาก bit.ly/2vjIEYM
 
มีสารต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งสารแอนโทไซยานิน ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของดวงตา และมีหน้าที่ไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้ดีมากขึ้น
 
วัตถุดิบ น้ำอัญชัน(ผสมมะนาว)
  1. น้ำ 2 ถ้วยตวง
  2. ดอกอัญชันสด 100 กรัม
  3. น้ำเชื่อม 4 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำมะนาว (ตามชอบ)
วิธีทำ
  1. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือด 
  2. ใส่ดอกอัญชันลงต้ม ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที ยกลงจากเตา 
  3. ยกลงกรองดอกอัญชันออก เอาเฉพาะน้ำ เตรียมไว้
  4. ผสมน้ำดอกอัญชันกับน้ำเชื่อม น้ำผึ้ง และน้ำมะนาว คนผสมให้เข้ากัน พักทิ้งไว้จนเย็น พร้อมดื่ม
 

13. น้ำขิง


ภาพจาก bit.ly/38HIAQ9
 
ขิง มีสรรพคุณทำให้ร่างกายอบอุ่นและป้องกันโรคหวัด สมุนไพรรสจัดชนิดนี้ถูกใช้ในแพทย์แผนจีนเพื่อช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและฟื้นฟูการทำงานของลำไส้ นอกจากนี้ เมื่ออุ่นให้ร้อนจะมีรสชาติที่เผ็ดมากขึ้น ทำให้ร่างกายอบอุ่น ช่วยป้องกันโรคหวัดและไข้ทับระดูได้อีกด้วย
 
วัตถุดิบ
  1. ขิงแก่ 1 กิโลกรัม
  2. น้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วยตวง
  3. น้ำสะอาด 3 ลิตร
วิธีทำ
  1. นำขิงแก่มาปอกเปลือกออก จากนั้นล้างน้ำให้สะอาด 1-2 น้ำ แล้วทุบให้แตก
  2. ใส่น้ำสะอาดลงในหม้อขนาดพอเหมาะ พร้อมใส่ขิงที่ทุบแล้วลงไป จากนั้นนำหม้อขึ้นตั้งไฟเพื่อเคี่ยวน้ำขิงออกมา
  3. เมื่อน้ำเดือดให้เบาไฟลงและเคี่ยวอีกสักพักประมาณ 15-20 นาที เพื่อให้น้ำขิงละลายออกมาจนเป็นน้ำสีเหลืองอ่อนๆ
  4. ยกหม้อขึ้นจากเตาเมื่อเคี้ยวน้ำขิงจนได้ที่แล้ว
  5. ตักน้ำใส่แก้ว พร้อมเสิร์ฟ โดยให้เติมน้ำตาลทรายแดงลงไปตามชอบ คนละลาย ก็พร้อมดื่มได้ทันที
 

14. น้ำเสาวรส


ภาพจาก bit.ly/2W18cEW
 
เสาวรส มีวิตามินซีเยอะ มีไฟเบอร์สูงช่วยระบบขับถ่าย ลดไขมันในเลือด
 
วัตถุดิบ
  1. เนื้อเสาวรส 500 กรัม
  2. น้ำตาลทราย 200 กรัม
  3. น้ำเปล่า 500 กรัม
  4. เกลือป่นเล็กน้อย
วิธีทำ
  1. ใส่เนื้อเสาวรสและน้ำเปล่าลงในโถปั่นน้ำผลไม้ ปั่นจนละเอียด จากนั้นเทใส่หม้อ
  2. ยกขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทรายและเกลือป่น คนจนส่วนผสมเดือด ยกลงกรองผ่านกระชอน หรือผ้าขาวบาง นำเข้าตู้เย็น ก่อนดื่ม
 
อย่างไรก็ดีในทุกเมนูช่วง 14 วันอาหารที่รับประทานควรมีประโยชน์ต่อร่างกายและไม่ควรรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ไขมันสูง เนื่องจากช่วงนี้จะไม่สามารถออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเครื่องดื่มเหล่านี้มีวัตถุดิบจากสมุนไพรที่มีประโยชน์และมีสรรพคุณในการป้องกันโรค ลดภาวะการเกิดโรคต่างๆ จึงควรมีติดไว้ทุกมื้อและดื่มเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอแม้จะผ่านช่วงกักตัว 14 วันไปแล้วก็ควรดื่มต่อเนื่องต่อไปเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
 
 
ในช่วงนี้หากต้องเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีรายงานการระบาด COVID 19 อย่างต่อเนื่อง หรือมีการระบาดภายในประเทศ เมื่อเดินทางกลับประเทศไทย ควรรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการเฝ้าระวังอาการตนเองอย่างน้อย 14 วัน หากมีอาการป่วย ควรสวมหน้ากากอนามัย และวัดไข้ทุกวัน หากอาการไม่ดีขึ้นให้รีบพบแพทย์พร้อมแจ้งประวั..
1month ago   1,065  12 นาที
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)