บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
2.3K
788
4 นาที
18 ธันวาคม 2562
“ต้า-กฤษติโชคบูรณะ” เงินติดตัว 100 บาท สู่เถ้าแก่ธุรกิจปลาแผ่นอบกรอบสไตล์ญี่ปุ่น “อาตั่วตี๋” 
 

เชื่อว่าหลายคนน่าจะได้ดูภาพยนตร์เรื่อง “TOP SECRET วัยรุ่นพันล้าน” กันมาแล้ว ด้วยความที่เป็นภาพยนตร์ที่น่าติดตามต่างจากภาพยนตร์วัยรุ่นทั่วไป เพราะภาพยนตร์ดังกล่าวนั้น มีแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของ “ต๊อบ อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์” เจ้าของธุรกิจสาหร่ายทอดกรอบแบรนด์ “เถ้าแก่น้อย” 
 
ซึ่งเขาได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับอีกหนึ่งคน ในการก้าวขึ้นมาเป็นเถ้าแก่น้อยในวงการธุรกิจ นั่นคือ “ต้า-กฤษติโชคบูรณะ เก้าทรัพย์เสรี” ประธานกรรมการ และผู้ก่อตั้งบริษัท อาตั่วตี๋ ฟู๊ดแอนด์มาร์เก้ตติ้ง จำกัด เจ้าของธุรกิจปลาแผ่นอบกรอบสไตล์ญี่ปุ่น 
 
เรื่องราวของนักธุรกิจหนุ่มคนนี้ น่าสนใจอย่างไร วันนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com จะมานำเสนอให้ทราบกันครับ 

จุดเริ่มต้นธุรกิจ “อาตั่วตี๋” 
 

เรื่องราวชีวิตของ “คุณต้า-กฤษติโชคบูรณะ เก้าทรัพย์เสรี” แม้จะเกิดในประเทศไทย แต่เขาได้ไปเรียนและเติบโตในต่างประเทศตั้งแต่เด็กๆ โดยเขาออกจาบ้านตั้งแต่อายุ 8 ขวบไปอยู่ที่ประเทศมาเลเซียมานานกว่า 10 ปี 
 
เขาเริ่มทำธุรกิจตั้งแต่สมัยเรียนชั้นม.3 เพราะสามารถพูดได้หลายภาษา เช่น จีน มาเลเซีย มลายู อังกฤษ อินโด ฮกเกี้ยน ทำงานหาเงินด้วยการเป็นล่ามในการขายบ้านให้กับนักท่องเที่ยวในมาเลเซีย กระทั่งเรียนจบชั้นม.6 ที่ประเทศมาเลเซีย
 
กระทั่งได้เวลากลับมาเมืองไทย เขาได้เอาวุฒิการศึกษามาอวดพ่อ แต่กลับได้รู้ความจริงว่าพ่อกับแม่ของเขาอย่าร้างกัน สร้างความเสียใจให้กับเขาอย่างมาก จึงหาทางออกด้วยการไปอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตอนแรกไม่คิดจะกลับมาเมืองไทยด้วย แต่ด้วยชีวิตความเป็นอยู่ในสหรัฐอเมริกาลำบาก ค่าครองชีพแพง จึงเป็นเหตุให้เขาต้องกลับมาใช้ชีวิตในเมืองไทยเหมือนเดิม 

 
หลังจากกลับมาอยู่เมืองไทยก็ได้เข้าเรียนต่อที่มหาลัยมหิดลศาลายา ภาคอินเตอร์ ช่วงที่เรียนอยู่นั้นก็ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย โดยงานที่ทำนั้นเป็นงานที่เขาถนัด ก็คือ เป็นไกด์ ให้กับนักท่องเที่ยว เพราะเขาพูดได้หลายภาษา พอเรียนไปได้สักพักพร้อมกับทำงานไปด้วย ทำให้เขารู้สึกว่าไม่ไหว เพราะการเรียนต้องทุ่มเทอย่างหนัก อีกทั้งค่าเทอมสูงหลายหมื่นบาท 
 
กระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง เขาได้เจอกับดร.จักรรินทร์ ศรีมูล คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เชิญชวนให้ย้ายไปเรียนต่อที่มหาลัยวิทยาลัยหอการค้าไทย เพราะที่นั่นเป็นศูนย์รวมของนักธุรกิจหลายคน ในการศึกษาหาความรู้ทางธุรกิจ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ คุณต๊อบ อิทธิพัฒน์ เจ้าของเถ้าแก่น้อย สาหร่ายทอดกรอบ  
 
ช่วงสมัยที่ คุณต๊อบ อิทธิพัฒน์ เจ้าของเถ้าแก่น้อย ยังทำธุรกิจขายเกาลัดอยู่นั้น คุณต้าก็ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับปลาแผ่นอบกรอบสไตล์ญี่ปุ่นสมัยยังเรียนอยู่ปี 1 เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจทุกอย่าง เพราะมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้สอนเกี่ยวกับการทำธุรกิจอยู่แล้ว กระทั่งต่อมาคุณต้าเรียนชั้นปี 2 เทอม 1 ได้ทุนการศึกษาแลกเปลี่ยนให้ไปเรียนที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งช่วงเรียนที่อินโดนีเซีย เขาก็ได้เรียนรู้และศึกษาในเรื่องเกี่ยวกับสินค้าฮาลาลพอดี เป็นเวลา 6 เดือนอีกด้วย 

 
จากการได้ศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับสินค้าฮาลาลในประเทศอินโดนีเซีย จึงกลายเป็นเป็นจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจ ปลาแผ่นอบกรอบสไตล์ญี่ปุ่น “อาตั่วตี๋” ในวันนี้ แต่ก่อนที่จะมาทำธุรกิจปลาแผ่นอบกรอบสไตล์ญี่ปุ่น คุณต้าได้หาประสบการณ์และหารายได้จากการทำงานเป็นเซลล์ขายของ มีอยู่วันหนึ่งเขามีเงินตัวเพียงแค่ 100 บาท ถึงขั้นต้องเดินเท้าจากกรุงเทพที่ทำงานแถวสาทรไปศาลายามหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเงิน 100 บาทที่เหลืออยู่นั้น เขาได้ใช้เติมเงินในโทรศัพท์เพื่อโทรขายของกับลูกค้า
 
ระยะทางที่คุณต้าเดินขายของไปด้วยนั้นประมาณ 26.4 กิโลเมตร จากเที่ยงคืนจนถึง 6 โมงเช้ากว่าจะถึงห้องที่ศาลายา ถือเป็นครั้งแรกของที่ต้องนอนใต้สะพานลอยและป้ายรถเมล์ เป็นเรื่องที่เขาเล่าให้ใครต่อใครฟัง แต่ไม่มีใครเชื่อเขา เพราะครอบครัวก็มีฐานะ เรียนจบเมืองนอก แต่กลับต้องนอนตามป้ายรถเมล์ ซึ่งสาเหตุที่คุณต้าต้องทำแบบนี้ ก็เพราะต้องพิสูจน์ตัวเอง สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาด้วยเอง โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาพ่อแม่ จนกระทั่งเป็นเจ้าของธุรกิจ “อาตั่วตี๋” จากที่มีเงินติดตัวเพียง 100 บาท

“อาตั่วตี๋” แบรนด์นี้มาจากน้องคนเล็ก 

 

จุดเริ่มต้นการทำธุรกิจปลาแผ่นอบรอบสไตล์ญี่ปุ่น “อาตั่วตี๋” ของคุณต้า มาจากแรงบันดาลใจจากนักศึกษารุ่นพี่อย่าง คุณต๊อบ อิทธิพัฒน์ เจ้าของเถ้าแก่น้อย โดยชื่อแบรนด์ “อาตั่วตี๋” มาจากสมัยที่เขายังเป็นเด็ก บังเอิญว่าได้ยินอาม่าเรียกน้องชายของเขาว่า  อาตั่วตี๋ หรือ อาตี๋เล็ก จึงเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ “อาตั่วตี๋” ปลาแผ่นอบกรอบสไตล์ญี่ปุ่น ไขมัน 0% ปราศจากไขมันทรานส์ 
 
สร้างพันธมิตรช่องทางจำหน่ายเข้าสู่ตลาด  
 

ช่วงเริ่มต้นในการก่อตั้งบริษัท อาตั่วตี๋ ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจจำหน่ายปลาแผ่นอบกรอบสไตล์ญี่ปุ่น “อาตั่วตี๋” คุณต้าได้เซ็นสัญญากับบริษัท M.I.T Group ในเชียงใหม่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อจำหน่ายสินค้าในมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า โดยคุณต้าวางเป้าหมายในการทำธุรกิจด้วยการตีตลาดในต่างประเทศก่อนที่จะกลับมาตีตลาดในประเทศไทย
 
หลังจากนั้นได้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเป็นสปอนเซอร์หลักให้กับทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 ในละครกล่อมรัก จากจุดนี้ทำให้มีดารานักแสดงถือสินค้าอาตั่วตี๋โปรโมทให้เป็นอย่างดี และบังเอิญว่าในเวลาใกล้เคียงกัน ก็ได้มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง 
 
ซึ่งในตอนหลังรู้ว่าเป็นผู้บริหารของปั้มน้ำมันพีทีเดินเข้ามาถามคุณต้า ทำไมไม่เคยเห็นสินค้าอาตั่วตี๋วางจำหน่ายในร้านค้าโมเดิร์นเทรดเลย ทั้งที่เป็นสินค้าดี มีคุณภาพ มีความน่าสนใจ หลังจากที่คุณต้าได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ท่านนี้แล้วเสร็จ 
 
ก็ได้เซ็นสัญญาซื้อสินค้าปลาแผ่นอบกรอบสไตล์ญี่ปุ่น “อาตั่วตี๋” จำนวน 1 ล้านซอง มูลค่า 22 ล้านบาท เพื่อนำไปวางจำหน่ายในร้านแมกซ์มาร์ท ปั้มน้ำมันพีที จำนวน 160 สาขาทั่วประเทศ ถือเป็นจย่างก้าวที่สำคัญของ “อาตั่วตี๋” ในการเข้าสู่ตลาด 
 
 
นอกจากนี้ ยังมีช่องทางจัดจำหน่ายอีกมากมาย เช่น ร้านอัมพรดีพาร์ทเม้นสโตร์ จังหวัดอยุธยา 3 สาขา, เล้งเส็งซูเปอร์สโตร์ จังหวัดสกลนคร,FN  Flynow 13 สาขาทั่วประเทศ โดยเข้าไปวางจำหน่ายสินค้าผ่านทางโครงการ K SME Business Matching
 
หลังจากนั้นเป็นต้นมา สินค้าอาตั่วตี๋ก็ได้เป็นที่รู้จักในตลาดอย่างกว้างขวาง ทั้งพันมิตรด้านการจัดจำหน่าย บริษัทห้างร้านต่างๆ ต่างเข้ามาให้การสนับสนุนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นบริษัทประกันอย่าง อลิอันซ์ อยุธยา และ ดีแทค เป็นต้น
 
สำหรับกำลังการผลิตสินค้าอาตั่วตี๋ เริ่มแรกแค่ 100 ลัง (1 ลัง 30 ซอง) เพื่อเปิดหาตัวแทนจำหน่ายสินค้าเท่านั้น จนกระทั่งได้มาเซ็นสัญญาจัดจำหน่ายกับทาง บริษัท M.I.T Group และ พีที จึงเพิ่มกำลังการผลิตจาก 100 ลัง เป็น 3,000 – 5,000 ลัง   
 
“อาตั่วตี๋” ขยายตลาดต่างประเทศ – 7-Eleven 
 

ปัจจุบัน “อาตั่วตี๋” กำลังหาพันธมิตรผู้นำเข้าสินค้าไปขายในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน ดูไบ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เพราะสินค้าอาตั่วตี๋มีฮาลาล จำหน่ายในตลาดมุสลิมได้อยู่แล้ว ถือเป็นตลาดที่ใหญ่มากมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้านดอลลาร์ ประกอบกับรัฐบาลได้มีนโยบายในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศอยู่แล้ว 
 
ประการสำคัญ สินค้าอาตั่วตี๋มีการใช้วัตถุดิบในเมืองไทย ก็จะทำให้ไม่ต้องเสียภาษีในการส่งออก จึงทำให้ลูกค้าและผู้จัดจำหน่ายในต่างประเทศสามารถเพิ่มราคาขายในตลาดของตัวเองได้ ล่าสุดก็ได้เจรจากับผู้นำเข้าในเวียดนามและมัลดีฟส์
 
 
นอกจากเป้าหมายในการขยายตลาดไปต่างประเทศแล้ง คุณต้ายังวางเป้าหมายในการนำสินค้าอาตั่วตี๋ไปวางจำหน่ายในร้าน 7-Eleven ภายในไตรมาสแรกและสองของปี 2563 จำนวน 2,000 สาขา โดยจะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 7,000 ลังต่อเดือน 
 
โดยเบื้องต้นอยู่ในระหว่างการเจรจากับทาง 7-Eleven และล่าสุดความสำเร็จของอาตั่วตี๋ก็ใกล้เข้ามาอีกขั้นหนึ่ง เนื่องจากบริษัท อาตั่วตี๋ ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด และ บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช็อปปิ้ง จำกัด (www.shopat24.com) ได้จับมือทำการตลาดร่วมกันในรูปแบบ Omni Channel เพื่อขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าอาตั่วตี๋บนเว็บไซต์ ShopAt24.com 

 
ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความสะดวกแก่ผู้บริโภคและลูกค้า สามารถหาซื้อสินค้าของอาตั่วตี๋ได้ง่ายขึ้น โดยเมื่อสั่งซื้อสินค้าผ่าน ShopAt24 ลูกค้าทุกคนจะสามารถรับสินค้าอาตั่วตี๋ได้ที่ 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ และ ฟรีค่าจัดส่งสินค้าทั่วประเทศ เช่นกัน
 
อาจกล่าวได้ว่า ณ เวลานี้ เหมือนกับว่า บริษัท อาตั่วตี๋ ได้ก้าวขา 1 ก้าว เข้าไปในร้าน 7-Eleven เรียบร้อยแล้ว แต่คุณต้าในฐานะผู้บริหารบริษัทจะไม่หยุดความพยายาม เพื่อให้สินค้าของบริษัทฯ ไปวางจำหน่ายบนชั้นวางสินค้าของเซเว่นให้ได้ 
 
ปัจจุบันยอดขายของ บริษัท อาตั่วตี๋ ฟู๊ดแอนด์มาร์เก้ตติ้ง จำกัด อยู่ที่ 3.5 ล้านบาท โดยคุณต้า-กฤษติโชคบูรณะ เก้าทรัพย์เสรี ได้วางเป้าหมายสร้างยอดขายในปี 2563 ให้ถึง 10 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ วางจำหน่ายใน 7-Eleven ทุกสาขา 
 
ความสำเร็จเป็นไปไม่ได้ถ้าขาด...."ก้าวแรก"
 
และคงไปไม่ถึงฝันถ้าหากขาดความ...."ก้าวหน้า"
 
และคงไม่ได้เรียนรู้ถ้าขาดสิ่งสำคัญคือ...."ก้าวต่อไป" 
 
...“ต้า-กฤษติโชคบูรณะ เก้าทรัพย์เสรี” ประธานกรรมการ และผู้ก่อตั้งบริษัท อาตั่วตี๋ ฟู๊ดแอนด์มาร์เก้ตติ้ง จำกัด
 
วิสัยทัศน์และพันธกิจ

วิสัยทัศน์
  • มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเลิศ เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลกพันธกิจ
พันธกิจ
  • บริษัทฯ จะผลิตสินค้าที่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภคและสังคม
  • บริษัทฯ จะผลิตสินค้าด้านอาหารที่ตรงต่อความต้องการและชีวิตประจำวันของผู้บริโภคให้มากที่สุด
  • บริษัทฯ มุ่งเน้นในการพัฒนาสินค้าที่ดีพร้อมกับคุณภาพสูงแปลกใหม่ และนำเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่มาใช้ให้เกิดประโยชน์
  • บริษัทฯ จะมุ่งสร้างแบรนด์ เพื่อครองใจผู้บริโภคตลอดไป
  • บริษัทฯ จะปฏิบัติต่อพนักงาน คู่ค้า และผู้บริโภคเสมือนหนึ่งคนในครอบครัว