429
19
facebook
5 min
14 สิงหาคม 2562
10 อันดับธุรกิจที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลก! ปี 2019
 

การจัดอันดับธุรกิจเป็นข้อมูลหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้เห็นว่าแบรนด์สามารถรักษาคุณภาพ มาตรฐานและชื่อเสียงไว้ได้หรือไม่ และที่สำคัญผลของการจัดอันดับก็จะเป็นเหตุผลสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าอยากใช้บริการหรือหุ้นส่วนต่าง ๆ อยากที่จะมาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นตัวกระตุ้นสำคัญให้แต่ละบริษัทพัฒนาในด้านต่าง ๆ ของแบรนด์เพื่อให้ได้เป็นต่อในการแข่งขัน
 
วันนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com จะพาคุณผู้อ่านไปส่องรายได้ 10 อันดับธุรกิจที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลกในปี 2019 (ข้อมูลล่าสุดวันที่ 14 สิงหาคม 2562 เวลา 13.24 น.) มาอัพเดตกันหน่อยดีกว่าว่าธุรกิจแบรนด์ใด รูปแบบไหนกำลังทำรายได้สูงที่สุดในโลก จากข้อมูลการจัดอันดับของเว็บไซต์ Brand Finance 
 
โดย Brand Finance เป็นที่ปรึกษาด้านการประเมินมูลค่าทางธุรกิจแบบอิสระ Brand Finance ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 10668: 2010 ณ เดือนกรกฎาคม 2560 ทางบริษัทจะประเมินแบรนด์กว่า 3,500 แบรนด์ในทุกปี 
 
อันดับที่ 1 Amazon – รายได้ $187,905 ล้าน

ภาพจาก https://www.amazon.com/

แอมะซอน.คอม (Amazon.com - แนสแด็ก: AMZN) เป็นเว็บไซต์ในลักษณะอีคอมเมิร์ซ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองซีแอตเทิล ในรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา แอมะซอนเป็นเว็บไซต์ขายของออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดยมีขนาดใหญ่กว่าอันดับ 2 ซึ่งคือ สเตเปิลส์ ประมาณสามเท่าตัว 
 
เจฟฟ์ เบซอสก่อตั้งแอมะซอนในปี พ.ศ. 2537 และเริ่มเปิดให้บริการออนไลน์ในปี พ.ศ. 2538 โดยเริ่มต้นจากการขายหนังสือออนไลน์ และขยายกิจการทั้งในด้าน วีเอสเอช ดีวีดี ซีดีเพลง ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ วิดีโอเกม เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ อาหาร ฯลฯ เว็บไซต์แอมะซอนเองยังมีเว็บไซต์ย่อยแยกออกมาสำหรับขายของในประเทศอื่นนอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา ได้แก่ แคนาดา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส จีน และ ญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากนี้ ประเทศนอกเหนือจากนี้ยังสามารถซื้อของผ่านแอมะซอน โดยการส่งสินค้าข้ามประเทศได้
 
อันดับที่ 2 Apple – รายได้ $153,634 ล้าน
 
ภาพจาก https://bit.ly/2MeKT6k

บริษัทแอปเปิล (อังกฤษ: Apple Inc.) หรือในชื่อเดิม บริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer Inc.) เป็นบริษัทในซิลิคอนแวลลีย์ ทำธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แอปเปิลปฏิวัติคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในยุค 70 ด้วยเครื่องแอปเปิล I และแอปเปิล II และแมคอินทอช ในยุค 80 ปัจจุบันแอปเปิลมีชื่อเสียงด้านฮาร์ดแวร์ เช่น ไอแมค ไอพอด ไอโฟน ไอแพด และร้านขายเพลงออนไลน์ไอทูนส์
 
บริษัท Apple Computer Inc. ได้เกิดขึ้นจากการร่วมกันก่อตั้งของ สตีฟ จ็อบส์ และ สตีฟ วอซเนียก ทำการปฏิวัติธุรกิจคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในยุค 70 โดยการนำเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ประดิษฐ์จากโรงรถออกมาขาย ในชื่อ Apple I ที่ราคาจำหน่าย 666.66 เหรียญ ในจำนวนและระยะเวลาจำกัด

ภายในปีถัดมาก็ได้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำยอดจำหน่ายสูงสุดให้กับบริษัท ณ ขณะนั้นคือ แอปเปิล II ซึ่งเป็นการเปิดศักราชใหม่แห่งวงการไมโครคอมพิวเตอร์ และเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับไมโครคอมพิวเตอร์ที่เกิดมาตามหลังทั้งหมด (อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาดังกล่าว ทางบริษัทจะมุ่งเน้นการขายระบบปฏิบัติการมากกว่าที่จะขายผลิตภัณฑ์ไมโครคอมพิวเตอร์ เนื่องจากประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จากบริษัท Intel และ IBM ทำงานได้ดีกว่า)
 
อันดับที่ 3 Google – รายได้ $142,75 ล้าน
 
ภาพจาก https://bit.ly/2KydKR4

กูเกิล (Google Inc.) เป็นบริษัทมหาชนอเมริกัน มีรายได้หลักจากการโฆษณาออนไลน์ที่ปรากฏในเสิร์ชเอนจินของกูเกิล อีเมล แผนที่ออนไลน์ ซอฟต์แวร์จัดการด้านสำนักงาน เครือข่ายออนไลน์ และวิดีโอออนไลน์

รวมถึงการขายอุปกรณ์ช่วยในการค้นหา กูเกิลสำนักงานใหญ่ที่รู้จักในชื่อกูเกิลเพล็กซ์ตั้งอยู่ที่เมืองเมาน์เทนวิว รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีพนักงาน 16,805 คน (31 ธันวาคม พ.ศ. 2550) โดยกูเกิลเป็นบริษัทอเมริกันที่ใหญ่ที่สุดที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของดัชนีดาวโจนส์ (ข้อมูล 31 ตุลาคม พ.ศ. 2550)  
 
กูเกิลก่อตั้งโดย แลร์รี เพจ และ เซอร์เกย์ บริน ขณะที่ทั้งคู่กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งภายหลังทั้งคู่ได้ก่อตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2541 ในโรงจอดรถของเพื่อนที่ เมืองเมนโลพาร์ก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และมีการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก เมื่อ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2547 เพิ่มมูลค่าของบริษัท 1.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

และหลังจากนั้นทางกูเกิลได้มีการขยายตัวตลอดเวลาจากการพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่และการซื้อกิจการอื่นรวมเข้ามา เช่น กูเกิล ดีปไมด์ รวมถึงก่อตั้งบริษัทลูกอย่างกูเกิล เอกซ์กูเกิลได้ถูกจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาโดยนิตยสารฟอร์จูน ซึ่งมีคติพจน์ประจำบริษัทคือ Don't be evil อย่างไรก็ตามทางบริษัทได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในด้านการละเมิดข้อมูลส่วนตัว การละเมิดลิขสิทธิ์ และการเซ็นเซอร์ในหลายส่วน
 
วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558 แลร์รี เพจ และเซอร์เกย์ บริน สองผู้ก่อตั้งกูเกิล ได้ตั้งบริษัทใหม่ชื่อ "แอลฟาเบต" (Alphabet) โดยมีแผนจะใช้บริษัทนี้เป็นบริษัทแม่แทน และลดขนาดองค์กรกูเกิลลงเพื่อความคล่องตัวทางธุรกิจ ต่อมาวันที่ 1 กันยายน ปีเดียวกัน กูเกิลได้เปลี่ยนโลโก้บริษัทใหม่
 
อันดับที่ 4 Microsoft – รายได้ $119,595 ล้าน
 
ภาพจาก  https://bit.ly/2Z0xxNa

ไมโครซอฟท์ (อังกฤษ: Microsoft ; แนสแด็ก: MSFT) เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก มีฐานการผลิตอยู่ที่เมืองเรดมอนด์ รัฐวอชิงตันสหรัฐอเมริกา โดยผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ที่มีกำลังการตลาดมากที่สุดคือ ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์ และ ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ
 
จุดเริ่มต้นของบริษัทคือการพัฒนาและออกจำหน่ายตัวแปลภาษาเบสิก สำหรับเครื่องแอทแอร์ 8800 หลังจากนี้น ไมโครซอฟท์เริ่มมีอิทธิพลต่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์ภายในบ้าน โดยการออกระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ดอสเมื่อช่วงกลางยุค 1980 ในสายการผลิตของไมโครซอฟท์ วินโดวส์ โดยได้รับความนิยมจากผู้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี นักวิจารณ์ผู้หนึ่งกล่าวถึงเป้าหมายแรกของไมโครซอฟท์ว่า คอมพิวเตอร์ที่อยู่ในสำนักงานหันมาใช้ซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์
 
ไมโครซอฟท์ได้เริ่มครอบงำตลาดซอฟต์แวร์อื่นๆ โดยไมโครซอฟท์มีกิจการอื่นๆ ของตัวเองเช่น MSNBC (ดำเนินธุรกิจเคเบิลทีวี) , เอ็มเอสเอ็น (ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต),และเอ็นคาร์ทาร์ (ดำเนินธุรกิจสารานุกรมออนไลน์) บริษัทยังดำเนินกิจการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์อีกด้วย เช่น เมาส์ และอุปกรณ์ความบันเทิงต่าง ๆ เช่น Xbox, Xbox 360, Xbox One, ซูน และ เอ็มเอสเอ็น ทีวี. บริษัทได้นำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์

โดยราคาหุ้นของไมโครซอฟท์อยู่ในภาวะมั่นคง ไมโครซอฟท์มีทรัพย์สินรวมกันประมาณ 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท) และมีกำไรประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 420,000 ล้านบาท)  
 
ประวัติโดยรวมของบริษัทเริ่มเป็นเป้าหมายของการวิพากษ์วิจารณ์ รวมทั้งเริ่มมีการแข่งขันทางด้านเอกสิทธิ์และการต่อต้านการปฏิบัติการด้านธุรกิจรวมทั้งการปฏิเสธ โดยการทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา และองค์กรจากทวีปยุโรป
 
อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ได้แถลงว่ายังเป็นองค์กรธุรกิจที่เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาโปรแกรม ไมโครซอฟท์มีประวัติการช่วยเหลือผู้ใช้ผ่านทางเวิลด์ไวด์เว็บ และรางวัลไมโครซอฟท์ เอ็มวีพี สำหรับอาสาสมัครที่ช่วยเหลือลูกค้าเป็นประจำ
 
อันดับที่ 5 SAMSUNG – รายได้ $91,282 ล้าน
 
ภาพจาก https://bit.ly/2Z7qGFw

ซัมซุง หรือ ซัมซอง (อังกฤษ: Samsung ; เกาหลี: 삼성, ฮันจา: 三星, MC: Samseong, MR: Samsŏng, ภาษาเกาหลีอ่านว่า ซัม-ซอง) เป็นชื่อกลุ่มบริษัทแห่งหนึ่งจากประเทศเกาหลีใต้ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่โซล, ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งประกอบด้วยบริษัทย่อยจำนวนมาก และธุรกิจที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่อยู่ภายใต้แบรนด์ซัมซุง และเป็นกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้
 
ซัมซุงได้ก่อตั้งโดย ลี เบียงชอล ในปีพ.ศ. 2493 ในช่วงแรกของการทำธุรกิจนั้นได้เน้น ไปที่การส่งออกสินค้า, แปรรูปอาหาร, สิ่งทอ ซัมซุงเริ่มเข้ามาในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในปลายปี พ.ศ. 2503 หลังจากการจากไปของประธานผู้ก่อตั้ง ลี เบียงชอล ทำให้ซัมซุงได้แยกกลุ่มธุรกิจออกเป็น 4 กลุ่ม คือ Samsung Group, Shinsegae Group, CJ Group และ Hansol Group และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 มา ซัมซุงได้เป็นที่รู้จักเป็นสากลมากขึ้นจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญของบริษัทในปัจจุบัน
 
ปัจจุบันธุรกิจของซัมซุง แบ่งออกเป็น 4 หน่วยใหญ่ ๆ คือ เครื่องใช้ในบ้าน เครื่องใช้สำนักงาน โทรศัพท์มือถือ และส่วนประกอบหลัก ๆ ที่ใช้ในการผลิตอุปกรณ์ดิจิตอลที่เป็นนวัตกรรมล่าสุดของโลกในศตวรรษ 21 มีฐานการผลิต 25 แห่ง,บริษัทสาขาตลาด 36 แห่ง, สำนักงานย่อย 23 แห่ง ที่ประจำอยู่ใน 46 ประเทศทั่วโลก และกระจายอยู่ทั้ง 7 ทวีป คือ อเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียกลาง จีน CIS และละตินอเมริกา
 
อันดับที่ 6 AT&T – รายได้ $87,005 ล้าน
 
ภาพจาก https://yhoo.it/2KwxHb4

เอทีแอนด์ที อิงค์ (อังกฤษ: AT&T Inc.) เป็นบริษัทข้ามชาติด้านโทรคมนาคมของสหรัฐอเมริกา มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองแดลลัส รัฐเท็กซัส เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่เป็นอันดับสองและโทรศัพท์คู่สายใหญ่เป็นอันดับหนึ่งในสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่เป็นอันดับ 18 ของโลกตามฐานลูกค้าในปี 2015 โดยมีฐานลูกค้าในมือกว่า 126.4 ล้านคน บริษัทได้รับการจัดอันดับในปี 2014 ให้เป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 24 ของโลก
 
อันดับที่ 7 Facebook – รายได้ $83,202 ล้าน
 
ภาพจาก https://yhoo.it/2yYXZMo

เฟซบุ๊ก (อังกฤษ: Facebook) เป็นบริการเครือข่ายสังคมสัญชาติอเมริกัน สำนักงานใหญ่อยู่ที่ เมนโลพาร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย เฟซบุ๊กก่อตั้งเมื่อวันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2004 โดยมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก และเพื่อนร่วมห้องภายในมหาวิทยาลัย และเหล่าเพื่อนในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พร้อมโดยสมาชิกเพื่อนผู้ก่อตั้ง Eduardo Saverin, Andrew McCollum, Dustin Moskovitz และ Chris Hughes

ในท้ายที่สุดเว็บไซต์มีการเข้าชมอย่างจำกัด ทำให้เหล่านักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ภายหลังได้ขยายเพิ่มจำนวนในมหาวิทยาลัย ในพื้นที่บอสตัน ไอวีลีก และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และค่อยๆรับรองมหาวิทยาลัยอื่นต่างๆ และต่อมาก็รับรองโรงเรียนมัธยมศึกษา โดยเฟซบุ๊กให้การอนุญาตให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 13 ปีทั่วโลกสามารถสมัครสมาชิกได้ภายในเว็บไซต์ โดยไม่ต้องอ้างอิงหลักฐานใด ๆ
 
จากการศึกษาของเว็บ คอมพีต.คอม ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2009 เฟซบุ๊กถือเป็นบริการเครือข่ายสังคมที่มีคนใช้มากที่สุด เมื่อดูจากผู้ใช้ประจำรายเดือน รองลงมาคือ มายสเปซ เอ็นเตอร์เทนเมนต์วีกลี ให้อยู่ในรายชื่อ สิ่งที่ดีที่สุดในสิ้นทศวรรษ และควอนต์แคสต์ ประเมินว่า เฟซบุ๊ก มีผู้ใช้ต่อเดือนราว 135.1 ล้านคน นับเฉพาะในสหรัฐอเมริกา
 
อันดับที่ 8 ICBC – รายได้ $79,823 ล้าน
 
ภาพจาก https://bit.ly/2MXKoNL

ธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน จำกัด (abb. ICBC) เป็นบริษัทธนาคารข้ามชาติของจีน โดยเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนและธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยรวมสินทรัพย์เงินฝาก สินเชื่อจำนวนลูกค้าและจำนวนพนักงาน เป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์ของรัฐ "Big Four" (อีกสามแห่งเป็นธนาคารแห่งประเทศจีนธนาคารเพื่อการเกษตรแห่งประเทศจีนและธนาคารเพื่อการก่อสร้างของจีน) 
 
ได้ก่อตั้งขึ้นในฐานะบริษัทจำกัดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 1984 ณ เดือนธันวาคม 2017 มีสินทรัพย์มูลค่า 4.009 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทั่วไปถือว่าเป็นสถาบันการเงินและ บริษัท มหาชนที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยสินทรัพย์ เป็นธนาคารจีนแห่งแรกที่ประสบความสำเร็จเช่นนี้ โดยอยู่ในอันดับที่ 1 ในการจัดอันดับ Top 1000 World Banks ของธนาคารและเป็นอันดับแรกในรายการ Forbes Global 2000 ของบริษัทมหาชนที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
 
อันดับที่ 9 SAMSUNG - รายได้ $74,909 ล้าน

ภาพจาก https://bit.ly/2yUTQt3

ซัมซุง หรือ ซัมซอง (อังกฤษ: Samsung ; เกาหลี: 삼성, ฮันจา: 三星, MC: Samseong, MR: Samsŏng, ภาษาเกาหลีอ่านว่า ซัม-ซอง) เป็นชื่อกลุ่มบริษัทแห่งหนึ่งจากประเทศเกาหลีใต้ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่โซล, ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งประกอบด้วยบริษัทย่อยจำนวนมาก และธุรกิจที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่อยู่ภายใต้แบรนด์ซัมซุง และเป็นกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้
 
ซัมซุงได้ก่อตั้งโดย ลี เบียงชอล ในปีพ.ศ. 2493 ในช่วงแรกของการทำธุรกิจนั้นได้เน้น ไปที่การส่งออกสินค้า, แปรรูปอาหาร, สิ่งทอ ซัมซุงเริ่มเข้ามาในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในปลายปี พ.ศ. 2503 หลังจากการจากไปของประธานผู้ก่อตั้ง ลี เบียงชอล

ทำให้ซัมซุงได้แยกกลุ่มธุรกิจออกเป็น 4 กลุ่ม คือ Samsung Group, Shinsegae Group, CJ Group และ Hansol Group และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 มา ซัมซุงได้เป็นที่รู้จักเป็นสากลมากขึ้นจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญของบริษัทในปัจจุบัน
 
ปัจจุบันธุรกิจของซัมซุง แบ่งออกเป็น 4 หน่วยใหญ่ ๆ คือ เครื่องใช้ในบ้าน เครื่องใช้สำนักงาน โทรศัพท์มือถือ และส่วนประกอบหลัก ๆ ที่ใช้ในการผลิตอุปกรณ์ดิจิตอลที่เป็นนวัตกรรมล่าสุดของโลกในศตวรรษ 21 มีฐานการผลิต 25 แห่ง,บริษัทสาขาตลาด 36 แห่ง, สำนักงานย่อย 23 แห่ง ที่ประจำอยู่ใน 46 ประเทศทั่วโลก และกระจายอยู่ทั้ง 7 ทวีป คือ อเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียกลาง จีน CIS และละตินอเมริกา
 
อันดับที่ 10 VERIZON – รายได้ $71,154 ล้าน

ภาพจาก https://cnet.co/31zXe8Q

เวอไรซอนไวร์เลสส์ (Verizon Wireless) เป็นผู้ให้บริการสัญญาณเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สองของสหรัฐอเมริกา รองจากเอทีแอนด์ทีไวร์เลสส์ สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองบาสกิ้งริดจ์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยให้บริการผู้ใช้บริการประมาณ 57 ล้านคน และมีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมมากที่สุด

บริษัทเกิดจากการร่วมทุนระหว่างเวอไรซอนคอมมิวนิเคชัน ผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของสหรัฐอเมริกา และโวดาโฟน ผู้ให้บริการโทรศัพท์ขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลกของอังกฤษ ในอัตราส่วน 55 ต่อ 45
 
 
ทั้งหมดนี้เป็น 10 อันดับธุรกิจที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลกปี 2019 ซึ่งอันดับหนึ่งคือ Amazon แบรนด์ E-Commerce เจ้าใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งอันดับสุดท้าย คือ VERIZON ผู้ให้บริการสัญญาณเครือข่ายมือถือ

โดยรายได้น้อยกว่า Amazon แบบเท่าตัวเลยทีเดียว ซึ่งก็ทำให้เราพิจารณาได้ว่ากระแสที่มาแรงใน 2019 ก็คือแพลตฟอร์มธุรกิจขายของออนไลน์ การจัดอันดับเช่นนี้ทำให้เราพอที่จะสามารถประเมินได้ว่าธุรกิจแบบใดที่กำลังมาแรงมากที่สุด หากเราจับกระแสได้ทันท้วงที เราอาจจะเลือกลงมือทำธุรกิจที่ให้โอกาสของความสำเร็จได้มากกว่า
 
คุณผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 

 
อ่านบทความอื่นๆ จากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ www.thaifranchisecenter.com/document
เลือกซื้อแฟรนไชส์ไทยขายดี เปิดร้าน www.thaifranchisecenter.com/directory/index.php
 

อ้างอิงข้อมูล 
Top 10 Popular Articles
285,013
เลือกเลย! 9 แฟรนไชส์ลงทุนต่ำ (ไม่ถึง 5,000 บา...
บทความแฟรนไชส์ | โอกาสทางธุรกิจ
165,586
น้ำผัก-น้ำผลไม้ คั้นขายสด ๆ ลูกค้าชอบ...
บทความ SMEs | กลยุทธ์สร้างการเติบโตทางธุรกิจ
157,693
สร้างธุรกิจแฟรนไชส์ต้องรู้อะไรบ้าง...
บทความแฟรนไชส์ | การเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์
149,494
สำรวจ 22 แฟรนไชส์ไทยมาแรง 2561...
บทความแฟรนไชส์ | โอกาสทางธุรกิจ
140,730
กลยุทธ์การส่งเสริมการขาย 4.0 SMEsไทย ปรับใช้ไ...
บทความ SMEs | กลยุทธ์สร้างการเติบโตทางธุรกิจ
Articles Type
บทความ SMEs 2,251 
บทความแฟรนไชส์ 1,264 
บทความค้าขาย 714 
บทความสร้างอาชีพ 263 
Top 10
บทความมาใหม่
บทความยอดนิยม
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
การวิเคราะห์บทความการลงทุน " เปิดร้าน Cafe Amazo..
11,171
20 เทรนด์ธุรกิจมาแรง! ในปี 2020
4,184
เทียบกันชัดๆ โลจิสติกส์ไทยปี 62 เจ้าไหนเวิร์คสุด
3,218
5 วิธีเริ่มธุรกิจ แบบ “ไร้เงินทุน”
3,145
กรณีศึกษา ตลาดสำเพ็ง ถึงเวลาค้าปลีก-ส่งไทย ไม่ปร..
2,121
10 เรื่องจริงที่คุณไม่รู้! ชิพกับเดล
1,917
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2019 All Right Reserved.