บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
792
28
3 นาที
17 มิถุนายน 2562
งานอบรม สัมมนา ช่วง 4 ถึง 5 ปี ที่ผ่านมาเราคงได้เห็นเรื่องการอบรมสัมมนามากมาย
                                              

 
ตัวผู้เขียนบทความเองก็เป็น 1 คนที่สนใจและเลือกที่จะไปอบรมสัมมนาในหัวข้อที่ตนเองสนใจ จะเรียนรู้ ซึ่งมีทั้งได้ประโยชน์และไม่ได้ประโยชน์ก็มีให้เห็นมาตลอด 5 ปี ก่อนที่จะมาทำคอร์สสัมมนาของตนเองบ้าง
 
จุดเริ่มต้นต้องบอกก่อนว่าเป็นคนมีใจรักที่จะแบ่งปัน และเล็งเห็นองค์กรเดิมที่ตัวของผู้เขียนเองเคยทำงานในตำแหน่งผู้จัดการผลิตภัณฑ์เหมือนหลายปีที่แล้ว ต้องมีการถ่ายทอดความรู้ของตัวสินค้า การใช้งานอุปกรณ์และวิธีการนำ
 
ไปถ่ายทอดให้กับทีมขายขาย รวมถึงการแนะนำสินค้า การใช้งานให้กับลูกค้าขององค์กรด้วย  นั้น คือ จุดเริ่มต้นของงานด้านจัดฝึกอบรมภายในองค์กร การจัดฝึกอบรมภายนอกให้กับกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าของเรา เพื่อให้เกิดความมั่นใจในตัวสินค้า

รวมถึงความน่าเชื่อถือขององค์กร และงานแรกที่ได้จัดให้กับลูกค้าบริษัท ทรู ที่ซื้อสินค้าของเราจากการสร้างโครงการเครื่องมือวัดคุณภาพให้กับสถานีย่อยในการติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นในสถานี มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท พร้อมคอร์สการสอนเรื่องการวัดที่ถูกต้องให้กับช่างเทคนิคของบริษัททรู สร้างความพอใจให้กับทางลูกค้าอย่างมากมาก และจัดร่วมกับแผนกฝึกอบรมของบริษัทอีกหลายครั้ง จึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะทำงานแนวนี้ เมื่อมีโอกาส


คอร์สอบรม หรือ คอร์สสัมมนา จึงต้องมีวัตถุประสงค์อย่างชัดเจนว่าจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อะไร จนมาถึงปี 2015 มีโอกาสได้จัดงานสัมมนาอีกครั้ง เป็นการเปิดตัวของบริษัท เราเรียกเป็นทางการว่า OPEN HOUSE หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำธุรกิจทางน้ำมากว่า 7 ปี และใช้ชื่อของงานนี้ว่า “ ปฐมบททางน้ำ “ หัวใจของงานนี้ คือ สร้างการรับรู้ที่ดีจาก ONLINE สู่ OFFLINE เพื่อวางแผนปูพื้นของการสร้างกลุ่มคนรักน้ำไปสู่การเปิดตัวหนังสือในต้นปีถัดไปการทำงานครั้งนี้

อยากจะเขียนเป็นประสบการณ์กับผู้ที่จะสร้าง BRANDING ในการสื่อสารด้านการตลาด สร้างการรับรู้ที่ต้องมีตัวตน มีผลงานและมีความรู้ คือ สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยในการที่จะออกมาสอน มาตอบคำถามที่ต้องเคลียร์มากพอสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่เข้ามาอบรมสัมมนา การเตรียมตัวสำหรับอย่างมากในการตอบโจทย์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

ขอยกตัวอย่างงานนี้จัดขึ้นวันที่ 3 ส.ค. 2557 และต้องใช้เวลาเตรียมตัวถึง 3 เดือนในการวางแผนงาน เพราะงานนี้ไม่ได้ฟรี เก็บค่าสมัคร เพื่อเป็นการคัดกรองกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับงาน ตรงกับความต้องการ มากกว่าเงินที่จะได้เท่านั้น เราได้ข้อมูลจากตัวจริง เพื่อนำมาใช้ในการออกแบบสินค้าและการตลาดต่อไป ทีมเราทำงานหนักมากตั้งแต่การเตรียมคัดสรรสถานที่ ที่จะอบรมครั้งนี้ เราต้องคิดหลายเรื่องมาก

ตั้งแต่ความเหมาะสมของห้องสัมมนา อาหาร และการเดินทางของคนที่สนใจจะเข้าร่วมงาน งานนี้เราจัดกันที่โรงแรมบางกอก ชฎา บนถนนรัชดา อยู่กลางใจเมืองที่สามารถเดินทางไม่ได้ยุ่งยากและเลือกวันจัดเป็นวันหยุด เพื่อสะดวกในการเดินทางปลดปัญหาเรื่องรถที่จะติด


เอกสารเมื่อสถานที่ได้วันจัดงานเรียบร้อย เรื่องต่อไป คือ เรื่อง Content ที่จะนำเสนอเพื่อจัดทำเอกสารสิ่งที่สำคัญเราจะต้องมี Agenda ของงานทั้งหมด ตั้งแต่ลงทะเบียนจน ถึงเวลาปิดการอบรมสัมมนา ในแต่ละช่วงเราต้องจัดสรรให้กระชับ เริ่มต้นช่วงเวลาหลังจากลงทะเบียนที่ผู้เข้าร่วมงาน แจกเอกสาร ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกและสร้างช่วงแรกที่จะได้รู้จักกันก่อน เรียกว่า Next Working  เสมือนการละลายพฤติกรรมไปในตัวเป็นการรู้จักกันเอง

จนถึงเวลาเปิดงานที่จะต้องเลือกประธานในการเปิดงานที่มีประสบการณ์ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในการเริ่มต้นของงาน ตัวพิธีกรเองก็สำคัญมาก ที่จะต้องคอยสร้างคิวงานในแต่ละช่วงให้น่าติดตาม การควบคุมเสียง ควบคุมแสง ควบคุมวีดีโอ ต้องประสานกันอย่างลงตัว

ต้องออกตัวก่อนนะครับ ว่างานที่เราจัด คือ การเปิดตัวของอาจารย์อ๊อด ที่ตั้งธงจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบน้ำครบวงจร การให้ความรู้จะออกแนววิชาการ พร้อมมีผลงานรับรองจากประสบการณ์ทำงานระดับประเทศมาใช้ประกอบในการบรรยาย เพื่อกระตุ้นให้เกิดความเชื่อมั่นว่าไม่ได้มั่ว และเน้นความรู้เต็มๆ ที่ไม่เคยมีใครสอนมากก่อน การคัดเลือกตัวของวิทยากรหรืออาจารย์ที่จะมาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ก็สำคัญ เช่นกัน

งานนี้เรามีวิทยากรร่วมถึง 3 ท่านที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์แบบจัดเต็ม เรียกว่า คุ้มค่าลงทะเบียนอย่างแน่นอน เพราะเราเชื่อว่าผู้ที่มาอบรมจะต้องได้สิ่งดีๆกลับไปอย่างแน่นอน แม้จะได้ไม่หมด ก็ต้องได้กลับไปบ้าน อย่างประทับใจทั้งตัวคนมาสัมมนาและคนจัดงานด้วยเช่นกัน


การสร้างคุณค่าให้กับงานจึงทำให้เรามาต่อถึงวันนี้และเราเองก็ได้จัดมาต่อเนื่อง จนวันหนึ่งต้องบอกว่าอิ่มกับงานการเป็นผู้จัดงานที่ต้องคำนึงถึงงบประมาณต่างๆก็สำคัญ แม้เราจะรัก แต่ทำแล้วต้องได้ผลลัพธ์ร่วมกัน

สำคัญที่สุด คือ ต้องไม่ขาดทุนในการจัดกิจกรรมทางการตลาด คุณภาพของงานอย่าให้ตกกว่ามาตรฐาน ยิ่งทำมากเราเองก็ต้องเรียนมากขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะการเป็นอาจารย์หรือวิทยากรเอง ต่างต้องมีความรู้ใหม่ๆมานำเสนอ ไม่ใช่อ่านจาก Google มาสอนมันอาจจะทำได้ในครั้งแรกๆ ครั้งต่อไปเขาคงไม่มาอย่างแน่นอน

ประสบการณ์ของผู้เขียนเองก็เริ้มต้นจากการไปเรียนพูด เพื่อมาเป็นวิทยากรที่ดีในยุคเริ่มต้น ไปอบรมกับหลายๆคอร์สเพื่อให้เห็นกระบวนการของคนอื่นๆและนำมาปรับให้เหมาะกับงานอบรมสัมมนาของเรา สำคัญที่กลุ่มเป้าหมายมากที่สุดเขาจะได้อะไรกลับไป และหลายครั้งที่เราไปอบรมกับวิทยากรหลายที่ คือ ขายของเก่า ไม่ได้เตรียมงาน เราเองรู้สึกไม่ดีเลยและเราเองก็จะไม่ทำคอร์ส เช่นนี้  นั้นการทำงานอะไรก็ตามต่างต้องมีจุดขาย ต้องมีคุณค่าและตรงกับกลุ่มที่สนใจด้วย
 
ขอยกตัวอย่างอีก  1 หลักสูตรที่ต้องบอกว่าเหมาะสำหรับ :  เจ้าของธุรกิจ,  คนที่อยากทำธุรกิจตัวเองให้เป็นแฟรนไชส์

เนื้อหา Content หรือ กำหนดการ : Agenda
  • 09.30 - 10.00 น. ลงทะเบียน
  • 10.00 - 12.00 น. บรรยายหัวข้อ “การสร้างธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์ (เริ่มต้น)”
  • 12.00 - 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
  • 13.00 - 14.45 น. บรรยายหัวข้อ “โครงสร้างการบริหารธุรกิจแบบแฟรนไชส์”
  • 14.45 - 15.00 น. รับประทานอาหารว่าง
  • 15.00 - 16.00 น. ถาม+ตอบ
สิ่งที่ผู้สัมมนาอยากจะได้ หัวใจ “ การทำธุรกิจระบบงานสาขาและแฟรนไชส์โครงสร้างการทำงานของระบบแฟรนไชส์ “

สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ 
  • เอกสารประกอบการเรียน
  • รับฟรี! ตัวอย่างสัญญาธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise Agreement) และแบบฟอร์ม การเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise Form)

พิเศษ! ทุกท่านที่ผ่านหลักสูตร 

ได้รับสิทธิ์เข้าร่วม LINE กลุ่มปิด เพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิได้รับคำแนะนำปรึกษาด้านการตลาดแฟรนไชส์ เพื่อปิดการขายแฟรนไชส์ ฟรี!

สนใจก็ติดต่อสอบถามได้ที่  https://www.thaifranchisecenter.com/seminar/show.php?etID=12678

นี้ คือ ตัวอย่างที่ทางผู้เขียนเอง ได้ทดลองทำและเรียนรู้ปรับวิธีการมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา จึงอยากจะนำมาบอกเหล่าเพื่อเป็นแนวสำหรับคนที่จะเริ่มต้นทำงานสัมมนา ที่เป็นตัวตนของตัวเอง สร้างคุณภาพมากกว่าจำนวนคนหรือจำนวนเงินที่จะได้รับ ความสุขของคนสอน คือ คนมาอบรมได้ประโยชน์และนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับธุรกิจของตัวเองต่อไป


 
อาจารย์อ๊อด น้ำดี