514
9
facebook
google plus
3 min
3 มิถุนายน 2562
Step by Step ขั้นตอนเปิดร้านอาหารไทยในสิงคโปร์


ขึ้นชื่อว่าอาหารไทย มีเอกลักษณ์และจุดขายในตัวเอง หลายคนสนใจมองการลงทุนเปิดร้านในต่างประเทศ เอาที่คนนิยมที่สุดก็คงหนีไม่พ้น “สิงคโปร์” ด้วยความที่เป็นเมืองท่องเที่ยว และมีอัตราการเติบโตสูงมาก

ผู้ลงทุนคาดหวังในเรื่องรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำแต่ www.ThaiFranchiseCenter.com เห็นว่าการจะลงทุนเปิดร้านอาหารในสิงคโปร์ไม่ใช่เรื่องที่คิดปุ๊บปั๊บและทำได้เลย โดยเฉพาะหากเรายังไม่รู้กฏเกณฑ์และวิธีการที่ดีพอ เงินลงทุนที่ตั้งใจไว้อาจกลายเป็นเรื่องสูญเปล่าก็ได้ ทั้งนี้เราจึงควรศึกษาแนวทางการเปิดร้านให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อน
 
ร้านอาหารไทยในสิงคโปร์มี 3 รูปแบบคือ

ภาพจาก www.facebook.com/ThaiExpressSG/
  1. ร้านแบบแฟรนไชส์  ยกตัวอย่างเช่น ร้าน Thai Express ของกลุ่ม Minor หรือร้าน Siam Kitchen และ Bangkok Jam ของ S&P หรือร้าน Bali Thai ที่เป็นของกลุ่มนายทุนในสิงคโปร์เอง
  2. ร้านที่เปิดแบบเดี่ยวๆ และนิยมใช้เอกลักษณ์ความเป็นไทยสร้างจุดขาย เช่น ร้านท่านหญิง หรือร้านสบายที่ทั้ง 2 ร้านนี้เจ้าของคือคนสิงคโปร์แต่ใช้กุ๊กที่เป็นคนไทยทั้งหมด
  3. ร้านอาหารไทยสำหรับคนไทย  ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารขนาดกลางและขนาดเล็ก คนไทยในสิงคโปร์ส่วนใหญ่นิยมไปทำงานที่ร้านประเภทนี้ พบได้ในห้างสรรพสินค้าทั่วไป
แนวทางเบื้องต้นการเปิดร้านอาหารไทยในสิงคโปร์
1.ใช้เงินทุนในการเริ่มต้นสูง

ภาพจาก www.facebook.com/ThaiExpressSG/

ส่วนจะสูงแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบของร้านที่ต้องการจะเปิด แม้การจดทะเบียนเปิดร้านอาหารในสิงคโปร์จะไม่ได้มีข้อกำหนดเรื่องสัดส่วนการถือหุ้นของชาวต่างชาติ แต่สิงคโปร์ก็ได้เชื่อว่าเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงติดอันดับโลก ที่สำคัญพนักงานเสิร์ฟส่วนใหญ่ต้องจ้างแรงงานต่างชาติ คนสิงคโปร์ไม่นิยมที่จะทำอาชีพเด็กเสิร์ฟ เพราะต้องยืนนาน บริการลูกค้า ทำงานแต่เช้ายันดึก

รวมถึงการที่รัฐบาลสิงคโปร์เข้มงวดมากในเรื่องคุณสมบัติ “พ่อครัว” ซึ่งมีกฎระเบียบหลายอย่าง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ว่านี้ จึงต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงมาก ยังไม่รวมเรื่องเค่าเช่าพื้นที่ในสิงคโปร์ที่ถือว่าโหดหินส่วนใหญ่มักเรียกเก็บค่าเช่าล่วงหน้า 3-6 เดือน ยังไม่รวมค่าตกแต่งร้าน

ราคาโดยประมาณของร้านอาหารแบบคีออสเล็กๆ ประมาณ 80,000 – 600,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,800,000 – 13,000,000 บาท  ( 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ = 22.96 บาท)และถ้าเป็นร้านอาหารที่ใช้พื้นที่มากกว่านี้ ต้นทุนก็จะยิ่งสูงขึ้น
 
2.ต้องขอใบอนุญาตอย่างถูกต้อง
 
ร้านอาหารหลายแห่งของไทยในสิงคโปร์ที่ไม่ทราบความสำคัญของเรื่องนี้ ทำให้ดำเนินธุรกิจที่ขัดแย้งกับกฏหมาย ซึ่งใครที่คิดจะเปิดร้านอาหารไทยในสิงคโปร์แนะนำให้ศึกษาข้อมูลจาก EnterpriseOne (eresources.nlb.gov.sg) ที่เป็นเว็บไซต์ของรัฐบาลสิงคโปร์ เพื่อดูว่าธุรกิจที่จะดำเนินการต้องขอใบอนุญาตประเภทใด ทั้งนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องในแผนกอาหารจะต้องมีการเข้าอบรม และต้องสอบให้ผ่านคอร์สสุขอนามัยด้านอาหาร (Food Hygiene Course) ก่อนที่จะไปลงทะเบียนกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติต่อไป
 
3.ทำเลต้องอยู่ในเมืองเท่านั้น
 
ภาพจาก www.facebook.com/ThaiExpressSG/

ความที่สิงคโปร์ได้ชื่อว่าเป็นประเทศขนาดเล็กที่มีความเติบโตอย่างรวดเร็ว สังคมเมืองจึงเป็นศูนย์รวมของคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว มากกว่าตามแหล่งที่อยู่ห่างไกลออกไป แต่พื้นที่เหล่านี้ยิ่งทำเลดี ค่าเช่ายิ่งแพง เช่น บนถนนออร์ชาร์ด หรือในห้างสรรพสินค้าสำคัญ

ซึ่งการลงทุนก็ต้องคำนวณในเรื่องนี้ แต่ส่วนใหญ่จะยอมลงทุนเพราะมองเห็นศักยภาพในการซื้อที่ขชัดเจน เช่น ร้าน Bangkok Jam ในตึก Grand Singapura มียอดขายต่อวันเฉลี่ย 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 229,600 บาท (1 ดอลลาร์สิงคโปร์ = 22.96 บาท) หรือตกประมาณเดือนละ 150,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 3,444,000 บาท) ซึ่งในความเป็นจริง

แม้เราจะรู้ว่าสิงคโปร์คือเมืองท่องเที่ยว แต่การจะเปิดร้านอาหารแล้วหวังดึงรายได้จากนักท่องเที่ยวเป็นแนวคิดที่ผิดสิ่งสำคัญคือต้องพยายามดึงรายได้จากคนในท้องถิ่นให้มาทานอาหารเป็นประจำจะสร้างรายได้ที่ดีกว่าพึ่งพานักท่องเที่ยว
 
4.รู้วิธีการนำ “พ่อครัว” คนไทยมาทำงาน

ภาพจาก www.facebook.com/SiamKitchen.sg/
 
ด้วยชื่อว่าร้านอาหารไทยพ่อครัวก็ต้องเป็นคนไทย แต่ใช่ว่าจู่ๆจะพาใครไปเป็นพ่อครัวก็ได้  ในสิงคโปร์เขามีกฎ Employment Act ที่ออกมาเมื่อปี 2555 ที่แบ่งกลุ่มลูกจ้างเป็น 3 กลุ่มตามระดับรายได้คือ
  1. กลุ่มอาชีพ Skill professionals เช่นวิศวกร แพทย์ การศึกษาจบปริญญาตรีขึ้นไป รายได้มากกว่า 3,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ จะได้รับใบอนุญาต E Pass และไม่มีกำหนดโควตา
  2. กลุ่มSemi - Skill professionals เช่นช่างเทคนิค เชฟ ผู้จัดการ ที่จบอนุปริญญาตรีขึ้นไปและมีประสบการณ์ทำงานตามที่กำหนด รายได้มากกว่า 2,200 ดอลลาร์สิงคโปร์ ได้รับใบอนุญาต S Pass และมีโควตาไม่เกินร้อยละ 15 ของพนักงานทั้งหมด และต้องเสียภาษีแรงงานต่างด้าวประมาณ 500 ดอลลาร์สิงโคโปร์ต่อคน
  3.  กลุ่มUnskill professionals เช่นแรงงานทั่วไปไม่กำหนดระดับการศึกษา รายได้น้อยกว่า 2,200 ดอลลาร์สิงคโปร์ 
ซึ่งพ่อครัวจากเมืองไทยจะทำงานในสิงคโปร์ได้มี 2 ทางเลือกคือ E Pass และ S Pass แต่ส่วนใหญ่จะเลือกพ่อครัวในระดับ S Pass ที่มีข้อดีคือราคาจ้างที่น้อยกว่า แม้จะต้องแลกกับความยุ่งยากในการต่อใบอนุญาต หรือเรื่อโควตาที่กำหนด และสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือ “การสับเปลี่ยนกุ๊กไปมาในแต่ละสาขา” ที่สิงคโปร์ถือว่าเรื่องนี้เป็นการขัดต่อกฏหมายหากตรวจพบอาจมีปัญหาตามมาภายหลังได้
 
สรุป 6 ขั้นตอนคร่าวๆในการเปิดร้านอาหารไทยในสิงคโปร์
 
หลังจากทราบแนวทางเบื้องต้น ก็เชื่อว่าหลายคนมองภาพไม่ออกว่าเอาจริงๆ แล้วจะต้องไปเดินเอกสารที่ไหนอย่างไรให้เปิดร้านได้ ลองมาดูสรุปคร่าว ๆให้มองเห็นภาพดังนี้
 
1.เลือกว่าจะลงทุนเองหรือลงทุนร่วมกับผู้ประกอบการท้องถิ่น
 
ภาพจาก www.facebook.com/SiamKitchen.sg/

สิ่งสำคัญคือการไปสำรวจลู่ทางด้วยตัวเอง รวมถึงการรับคำแนะนำจากบริษัทที่ปรึกษา แล้วนำมาประเมินความเป็นไปได้และตัดสินใจว่าจะลงทุนเองทั้งหมดหรือลงทุนร่วมกับผู้ประกอบการท้องถิ่น
 
2.การยื่นเอกสาร
 
ภาพจาก  www.facebook.com/balithaisingapore/

ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารเสนอโครงการ (Proposal) เพื่อขออนุมัติดำเนินธุรกิจและขอจดทะเบียนชื่อกิจการกับ ACRA (Accounting and Corporate Regulatory Authority) ซึ่ง ACRA ใช้เวลาพิจารณาประมาณ 14-60 วัน โดยผู้ประกอบการจะจัดตั้งบริษัทสามารถมอบอำนาจให้สำนักงานทนายความในสิงคโปร์เป็นตัวแทนในการจดทะเบียนบริษัท
และเมื่อได้รับอนุญาตจดทะเบียนชื่อกิจการแล้ว มีเวลา 2 เดือนในการยื่นขอจดทะเบียนบริษัทกับ ACRA
 
3.มีการส่งเรื่องไปยังกระทรวงแรงงานและกระทรวงการสิ่งแวดล้อม
 
ภาพจาก  www.facebook.com/balithaisingapore/

เมื่อ ACRA อนุมัติจดทะเบียนกิจการแล้ว จะทำการส่งแบบฟอร์มการยื่นขอจดทะเบียนไปยังกระทรวงสิ่งแวดล้อม เพื่อขออนุญาตประกอบธุรกิจ พร้อมกับส่งแบบฟอร์มไปที่กระทรวงแรงงานเพื่อขออนุญาตนำแรงงานไทยเข้ามาทำงานในสิงคโปร์
 
ทั้งนี้หากมีการนำเข้าหรือส่งออกสินค้า ก็จะต้องขอใบอนุญาตนำเข้าส่งออกจาก International Enterprise Singapore และภายหลังจากได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานต่างๆเหล่านี้ บริษัทจึงจะสามารถเปิดดำเนินกิจการได้
 
เราจะเห็นได้ว่าขั้นตอนต่างๆ ของการขออนุญาตนั้นไม่ใช่เรื่องที่ใครๆ คิดจะทำก็ทำได้ หากคิดจะเปิดร้านอาหารไทยในสิงคโปร์ เราต้องมีการศึกษาและลู่ทางหรือยิ่งมีคนรู้จักในสิงคโปร์ก็จะช่วยทำให้ธุรกิจง่ายขึ้น หลายคนเลือกลงทุนร่วมกับนักธุรกิจท้องถิ่นก็เพราะการเดินเรื่องและเอกสารจะราบรื่นง่ายกว่า แม้ดูภาพรวมรายได้จะค่อนข้างน่าพอใจแต่ก็มีหลายเรื่องที่ต้องรู้และทำความเข้าใจไว้ไม่เช่นนั้นอาจเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าสมกับที่ตั้งใจไว้ก็ได้
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: 
@thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่  www.thaifranchisecenter.com/document/index.php
 
Top 10 Popular Articles
282,161
เลือกเลย! 9 แฟรนไชส์ลงทุนต่ำ (ไม่ถึง 5,000 บา...
บทความแฟรนไชส์ | โอกาสทางธุรกิจ
163,654
น้ำผัก-น้ำผลไม้ คั้นขายสด ๆ ลูกค้าชอบ...
บทความ SMEs | กลยุทธ์สร้างการเติบโตทางธุรกิจ
156,770
สร้างธุรกิจแฟรนไชส์ต้องรู้อะไรบ้าง...
บทความแฟรนไชส์ | การเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์
145,848
สำรวจ 22 แฟรนไชส์ไทยมาแรง 2561...
บทความแฟรนไชส์ | โอกาสทางธุรกิจ
139,504
กลยุทธ์การส่งเสริมการขาย 4.0 SMEsไทย ปรับใช้ไ...
บทความ SMEs | กลยุทธ์สร้างการเติบโตทางธุรกิจ
Articles Type
บทความ SMEs 2,156 
บทความแฟรนไชส์ 1,199 
บทความค้าขาย 709 
บทความสร้างอาชีพ 243 
Top 10
บทความมาใหม่
บทความยอดนิยม
บทความสร้างอาชีพยอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
เปิดสูตรคิดต้นทุน “ร้านเบเกอรี่” ตั้งราคาแค่ไหน ..
1,986
เปิดสูตรคิดต้นทุน “ร้านก๋วยเตี๋ยว” ตั้งราคาแค่ไห..
1,437
เปิดสูตรคิดต้นทุน “Coffee shop” ตั้งราคาแค่ไหน ไ..
1,284
เปิดสูตรคิดต้นทุน “ร้านสเต๊ก” ตั้งราคาแค่ไหน ไม่..
1,246
เปิดสูตรคิดต้นทุน “ร้านผัดไท” ตั้งราคาแค่ไหน ไม่..
1,141
เลี้ยงปูนา รายได้ครึ่งแสน
1,128
บทความสร้างอาชีพมาใหม่
บทความอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2019 All Right Reserved.