UPDATE
13K
4
twitter
google plus
2 min
30 เมษายน 2555
ความอยู่รอดของข้าวไทยภายใต้ AEC ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน


 
ข้าว เป็นพืชอาหารหลักที่สำคัญต่อการดำเนินชีวิตของคนไทย และเป็นแหล่งรายได้หลักของชาวนาไทย กว่า 3.7 ล้านครัวเรือน จากจานวนครัวเรือนเกษตรทั้งสิ้น 5.6 ล้านครัวเรือน หรือร้อยละ 66.0 ของครัวเรือนเกษตรทั้งหมดของไทย อีกทั้งยังสร้างอาชีพให้แรงงานในภาคเกษตรได้กว่า 4 ล้านครัวเรือน
 
ปัจจุบันประเทศไทยสามารถเพาะปลูกข้าวได้ 31. 3 ล้านตันข้าวเปลือก ในปี 2552 2 ซึ่งคิดเป็นปริมาณผลผลิต ข้าวนาปี 401 กิโลกรัมต่อไร่ และข้าวนาปรัง3 687 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากนั้นข้าวเปลือกที่ผลิตได้จะถูกส่งไปยังตลาดกลางข้าวเปลือกหรือขายให้แก่ผู้รวบรวมข้าวในพื้นที่และพ่อค้าเร่จากพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อส่งต่อไปยังโรงสีข้าว ซึ่งผลผลิตข้าวสารของไทยในปี 255 2 พบว่ามีปริมาณ 19. 9 ล้านตัน ข้าวสารแบ่งเป็นการใช้ภายในประเทศ ในปี 2552 เท่ากับ 11.3 ล้านตันข้าวสาร และ การส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าต่างๆ เช่น ไนจีเรีย สหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ มาเลเซีย และฮ่องกง เป็นต้น ในปี2552 เท่ากับ 8.6 ล้านตันข้าวสาร มูลค่า 170,000 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากที่เคยส่งออกได้203,219 ล้านบาทในปี 2551 คิดเป็นอัตรามูลค่าการส่งออกที่ลดลงในปี 2551-2552 เท่ากับร้อยละ 16.4 และหากพิจารณาสัดส่วนของมูลค่าการส่งออกข้าวของไทยในปี 25524 พบว่ามีสัดส่วนการส่งออกร้อยละ 30.8 ของมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตร และคิดเป็นร้อยละ 3.3 ของมูลค่าการส่งออกรวมทั้งหมด จึงถือได้ว่าข้าวเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญมากของไทย
 
 
 
นอกจากข้าวจะเป็นพืชหลักที่สำคัญของประเทศไทยแล้ว ข้าวยังเป็นพืชหลักของประเทศเพื่อนบ้านของไทยในอาเซียน และประเทศนอกอาเซียนอีกด้วย โดยประเทศในอาเซียนที่มีการผลิตข้าวได้ดี คือ พม่า เวียดนาม ลาว และกัมพูชา สาหรับประเทศนอกอาเซียนที่ผลิตข้าวได้ดี ได้แก่ อินเดีย และจีน เป็นต้น โดยในปัจจุบันประเทศเวียดนามได้ถูกกล่าวถึงว่าเป็นประเทศที่สามารถผลิตข้าวได้ปริมาณมากและมีตลาดส่งออกหลักเช่นเดียวกับไทย ซึ่งอาจจะกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญของไทยในตลาดโลก ดังเห็นได้จากในปีเพาะปลูก 2551/52 เวียดนามสามารถผลิตข้าวสารได้ทั้งสิ้น 23.7 ล้านตัน (ตารางที่ 1 .1) ในขณะที่ไทยสามารถผลิตข้าวสารได้เพียง 19.4 ล้านตัน พม่าสามารถผลิตได้ 10.1 ล้านตัน กัมพูชาผลิตได้ 4.5 ล้านตัน และลาวผลิตได้ 1.8 ล้านตัน ส่วนประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์สามารถผลิตข้าวได้แต่ยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ
 
เมื่อพิจารณาผลผลิตต่อไร่ของไทยเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว จะเห็นว่าเวียดนามมีผลผลิตต่อไร่สูงถึง 782.4 กิโลกรัมในขณะที่ไทยผลิตได้ 440.0 กิโลกรัมต่อไร่ พม่าผลิตได้ 417.6 กิโลกรัมต่อไร่ และลาวผลิตได้564.8 กิโลกรัมต่อไร่สาหรับนโยบาย ของสินค้าข้าว ของภาครัฐ บาลไทยและ ประเทศผู้ส่งออกข้าวที่ส่งเสริมและสนับสนุนภาคการผลิต และการค้า ข้าวของตนเองนั้นก็มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เช่นปัจจุบันไทยดำเนินนโยบายประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว และไม่ให้เกษตรกรต้องขาดทุน

รวมทั้งลดภาระค่าใช้จ่ายรัฐบาลในการแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่า และไม่อนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาซื้อหรือเช่าที่ดินเพื่อทำนา ทั้งในรูปแบบส่วนบุคคลหรือนิติบุคคล ในขณะที่ประเทศเวียดนาม กัมพูชา พม่า และลาว ไม่มีนโยบายด้านราคา แต่มีมาตรการส่งเสริมให้ต่างชาติเข้ามาเช่าพื้นที่ทำนาในประเทศของตน อีกทั้งเวียดนามยังมีการดำเนินนโยบายด้านการผลิต อาทิ การรักษาพื้นที่เพาะปลูกข้าวให้อยู่ที่ 3.8ล้านเฮคแตร์ การหาวิธีลดต้นทุนการผลิตเพื่อให้ผลกาไรสูงขึ้น 2.5 เท่าและเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกร ส่วนนโนบายด้านการตลาดของเวียดนาม อาทิ กำหนดให้การส่งออกข้าวต้องมีการออกใบอนุญาตส่งออก โครงการสร้างเสถียรภาพตลาดข้าวในประเทศ5 เป็นต้น
 
 
 
จากข้อตกลงของการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ( ASEAN Economic Community: AEC) ที่กำหนดให้ในปี 2553 ประเทศในอาเซียนเดิม คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และบรูไน ต้องลดภาษีสินค้าเป็นศูนย์ และกำหนดให้ในปี 2558ประเทศในกลุ่ม CLMV ประกอบด้วย เวียดนาม พม่า กัมพูชา และลาว ต้องลดภาษีสินค้าเป็นศูนย์ ย่อมส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตรของไทยทั้งด้านบวกและด้านลบ ซึ่งอาจก่อให้เกิดทั้งอุปสรรคและโอกาสให้กับประเทศไทย ประเด็นนี้ถือว่าเป็นความท้าทำยอย่างหนึ่งของประเทศไทย ว่าจะสามารถฉกฉวยโอกาสได้มากน้อยเพียงใด ในขณะเดียวกันก็ควรมีมาตรการรองรับ
 
การเปิดเสรีในครั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบด้านลบที่มีต่อชาวนา โรงสีข้าว ผู้ส่งออกข้าว และอุตสาหกรรมต้นน้าของการปลูกข้าวของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
อ้างอิงจาก    ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
Top Share on Facebook
Youtuber เกาหลีหัวใจไทย “คิวเท ซิม” ดังได้เพร...
บทความ SMEs | การเริ่มต้นธุรกิจใหม่
เจาะลึก! แฟรนไชส์ “ชาตรามือ” กลับมาปังข้ามศตว...
บทความ SMEs | กลยุทธ์สร้างการเติบโตทางธุรกิจ
ส่อง 15 ธุรกิจทำแล้วรวย ตามเทรนด์ปี 2561 ...
บทความ SMEs | การเริ่มต้นธุรกิจใหม่
รวม 90 ธุรกิจลงทุนต่ำ ทำเงินได้จริง!...
บทความ SMEs | การเริ่มต้นธุรกิจใหม่
มีเงินเหลือ 1,000 ทำอะไรได้บ้าง!...
บทความ SMEs | การเริ่มต้นธุรกิจใหม่
Top 10 Popular Articles
140,503 ครั้ง
น้ำผัก-น้ำผลไม้ คั้นขายสด ๆ ลูกค้าชอบ...
บทความ SMEs | กลยุทธ์สร้างการเติบโตทางธุรกิจ
126,345 ครั้ง
กลยุทธ์การส่งเสริมการขาย...
บทความ SMEs | กลยุทธ์สร้างการเติบโตทางธุรกิจ
90,355 ครั้ง
วิธีการขั้นพื้นฐานในการตั้งราคา...
บทความ SMEs | กลยุทธ์สร้างการเติบโตทางธุรกิจ
60,339 ครั้ง
มาเปลี่ยนร้านค้าให้กลายเป็น Poke stop กันดีกว...
บทความ SMEs | กลยุทธ์สร้างการเติบโตทางธุรกิจ
38,388 ครั้ง
จัดโปรโมชั่นอย่างไรให้ได้ผล!!...
บทความ SMEs | กลยุทธ์สร้างการเติบโตทางธุรกิจ
Top Comment on Facebook
38 Comment
Youtuber เกาหลีหัวใจไทย “คิวเท ซิม” ดังได้เพร...
บทความ SMEs | การเริ่มต้นธุรกิจใหม่
12 Comment
เหลือเชื่อ! Kerry Express แตะรายได้ 3 พันล้าน...
บทความ SMEs | กลยุทธ์สร้างการเติบโตทางธุรกิจ
2 Comment
สร้างแบรนด์สบู่ ให้ประสบความสำเร็จ...
บทความ SMEs | การเริ่มต้นธุรกิจใหม่
2 Comment
เจาะลึก! แฟรนไชส์ “ชาตรามือ” กลับมาปังข้ามศตว...
บทความ SMEs | กลยุทธ์สร้างการเติบโตทางธุรกิจ
1 Comment
ส่อง 15 ธุรกิจทำแล้วรวย ตามเทรนด์ปี 2561 ...
บทความ SMEs | การเริ่มต้นธุรกิจใหม่
Articles Type
บทความ SMEs 1,464 
บทความแฟรนไชส์ 786 
บทความค้าขาย 590 
บทความสร้างอาชีพ 180 
Top 10
บทความมาใหม่
บทความยอดนิยม
Popular Articles Read more
Youtuber เกาหลีหัวใจไทย “คิวเท ซิม” ดังได้เพราะค..
25,025
ส่อง 15 ธุรกิจทำแล้วรวย ตามเทรนด์ปี 2561
5,471
รวม 90 ธุรกิจลงทุนต่ำ ทำเงินได้จริง!
5,280
New Articles
บทความอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2018 All Right Reserved.