บทความทั้งหมด    บทความสร้างอาชีพ    ความรู้ค้าขาย    สูตรอาหารเพื่อการค้า
2.6K
9
facebook
7 min
30 ตุลาคม 2561
แจกฟรี! 20 เมนูตามสั่งอร่อยตามใจ ได้กำไรเยอะ


อาหารตามสั่งจัดเป็นสตรีทฟู้ดที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกมีเมนูมากมายที่ถูกใจทั้งคนไทยและต่างชาติ การเปิดร้านอาหารตามสั่งต้องมีเมนูที่หลากหลาย สั่งอะไรเราก็ต้องทำได้ ซึ่งจะว่าไปแล้วถ้ารวบรวมเมนูตามสั่งที่มีทั้งหมดจริงๆก็ไม่รู้ว่าจะมากแค่ไหน

แต่ www.ThaiFranchiseCenter.com รวบรวมมาเฉพาะ20เมนูสุดฮิตที่ไปร้านไหนก็ต้องมีที่สำคัญเป็นเมนูทำเงินของร้านตามสั่งใครอยากเปิดร้านอาหารตามสั่งตามใจต้องไม่พลาดฝึกทำเมนูเหล่านี้เอาไว้
 
1.ผัดกระเพราหมูสับ

ภาพจาก goo.gl/images/NaMHTK

สำหรับเมนูยอดฮิตหรือบางทีถึงกับบอกว่าเป็นเมนูสิ้นคิดกันเลยทีเดียว นึกอะไรไม่ออกก็ต้องสั่งผัดกระเพราหมูสับไว้ก่อน แต่เสน่ห์ของกระเพราหมูสับคือกลิ่นพริกที่ฉุนร้อนแรง บางร้านถึงกับเรียกว่ากระเพราหมูสับนรกแตก ถ้ากินในวันอากาศร้อนๆ ด้วยแล้ว เหงื่อท่วมตัวแน่นอน

ส่วนผสม
  1. น้ำมันรำข้าว
  2. กระเทียมสับ
  3. พริกแดงตำตามชอบ
  4. หมูบด
  5. น้ำสต็อก 
  6. ซอสหอยนางรม
  7. น้ำปลา
  8. น้ำตาลทราย
  9. ใบกะเพราตามชอบ
วิธีทำ
  1. เทน้ำมันลงในกระทะตามด้วยกระเทียมสับและพริกแดงตำ ผัดจนมีกลิ่นหอม
  2. ตามด้วยหมูบด ผัดให้หมูสุกเทน้ำสต็อกลงไปเล็กน้อย ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม น้ำปลา และน้ำตาลทราย ผัดให้ทุกอย่างเข้ากัน
  3. ปิดไฟแล้วใส่ใบกะเพรา ผัดให้ใบกะเพราสะดุ้งความร้อนเล็กน้อย เสร็จแล้วตักราดข้าวเสิร์ฟคู่กับไข่ดาวได้เลย
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 23 บาท ขาย 30-35 บาท กำไร 7-15 บาท/จาน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

2.ผัดคะน้าหมูกรอบ

ภาพจาก goo.gl/images/mNPydD

สำหรับคนที่ทานผักเก่งๆ อาจจะชอบกับเมนูคะน้าหมูกรอบนี้ จุดเด่นของเมนูก็อยู่ที่หมูกรอบ เทคนิคสำคัญของเมนูนี้คือต้องให้ผักคะน้ากรุบกรอบ และสัดส่วนของหมูกรอบกับคะน้าต้องพอดีกันไม่ใช่สั่งคะน้าหมูกรอบแต่เหมือนได้ผัดผักคะน้าอย่างเดียวมากกว่า

ส่วนผสม
  1. น้ำมันพืช
  2. กระเทียมสับ
  3. พริกตำตามชอบ
  4. คะน้า
  5. หมูกรอบ 
  6. ซอสหอยนางรม
  7. น้ำตาล
  8. เต้าเจี้ยว
  9. น้ำซุป 
วิธีทำ
  1. เทน้ำมันลงกระทะเล็กน้อย ใส่กระเทียมสับลงไปผัด ตามด้วยพริกตำ
  2. ใส่คะน้าและหมูกรอบลงไป ปรงุรสด้วยซอสหอยนางรม น้ำตาล และเต้าเจี้ยว
  3. ผัดจนผักคะน้าสุก เติมน้ำซุปลงไปเล็กน้อยเพื่อให้มีน้ำขลุกขลิก เสร็จแล้วตักใส่จานเสิร์ฟพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 23 บาท ขาย 30-35 บาท กำไร7-15 บาท/จาน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

3.หมูทอดกระเทียม

ภาพจาก goo.gl/images/Z75NjS

มื้อกลางวันสุดฟินแบบคนไม่ชอบทานเผ็ด หมูทอดกระเทียมเป็นสุดยอดอาหารตามสั่งที่กินได้ไม่มีเบื่อ บางร้านทำอร่อยๆ หมูทอดกระเทียมเยิ้มๆ เสิร์ฟคู่กับไข่ดาวกึ่งสุกกึ่งดิบ รสชาติผสานเข้ากันได้เป็นอย่างดี บางทีอร่อยมากจานเดียวไม่พองานนี้ต้องขอเบิ้ล

ส่วนผสม
  1. หมูหั่นเป็นชิ้น
  2. ซอสหอยนางรม
  3. ซีอิ๊วขาว
  4. เกลือ
  5. ผงปรุงรส
  6. น้ำตาล 
  7. พริกไทย
  8. รากผักชี
  9. กระเทียมสับ 
วิธีทำ
  1. หมักหมูด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว เกลือ ผงปรุงรส และน้ำตาล คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  2. ใส่พริกไทยและรากผักชีบด หมักทิ้งไว้จนเครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อซี่โครงหมู
  3. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันให้ท่วม รอให้น้ำมันเดือดแล้วนำกระเทียมลงไปทอด ทอดจนเหลืองกรอบ แล้วตักขึ้นมาพักไว้
  4. นำหมูที่หมักไว้ลงไปทอด ทอดให้สุก หากชอบแห้งๆ ก็ทอดให้นานขึ้นโดยใช้ไฟอ่อนถึงปานกลาง เสร็จแล้วก็นำขึ้นใส่จาน โรยด้วยกระเทียมเจียว
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 25 บาท ขาย 30-35 บาท กำไร 5-15 บาท/จาน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

4.ข้าวผัดหมู

ภาพจาก goo.gl/images/5TfA2I

ข้าวผัดหมูอร่อยที่สุดคือทานตอนปรุงสุกใหม่ๆ บางทีมีไข่ดาวโป๊ะหน้ามาด้วย ก่อนจะรับประทานก็บีบมะนาว และโรยพริกไทยลงไปสักหน่อย เวลาเอาช้อนตักลงไปจะเห็นควันอุ่นๆ พุ่งขึ้นมา เรียกน้ำย่อยให้ทำงานได้อย่างดี ถือเป็นเมนูที่ฮิตติดปากคนไทยมากที่สุดเช่นกัน
 
 
ส่วนผสม
  1. น้ำมันพืช
  2. กระเทียมสับ
  3. หมูหมัก
  4. ข้าวสวย
  5. น้ำตาลทราย
  6. ซีอิ๊วขาว
  7. ซีอิ๊วดำ
  8. หอมหัวใหญ่
  9. คะน้า
  10. มะเขือเทศ
  11. พริกไทยป่น
วิธีทำ
  1. ใส่น้ำมันพืชลงไปในกระทะตามด้วยกระเทียมสับและหมูหมัก ผัดจนหมูสุก
  2. ใส่ข้าวสวยลงไปปรุงรสด้วยน้ำตาลซีอิ๊วขาวซีอิ๊วดำ ผัดจนเครื่องปรุงเข้ากันกับข้าว
  3. ใส่ผักตามลง หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ คะน้า ผัดอีกครั้งให้ผักสุก เสร็จแล้วตักใส่จานเสิร์ฟโรยด้วยพริกไทยป่น
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 20 บาท ขาย 30 บาท กำไร 10 บาท/จาน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

5.ข้าวไข่เจียวหมูสับ

ภาพจาก goo.gl/images/DXKQsn

ถ้าไม่รู้จะสั่งเมนูไหนอะไรดี ข้าวไข่เจียวหมูสับ เป็นตัวเลือกที่ง่ายที่สุด ความอร่อยของไข่เจียวคือได้ทานตอนปรุงเสร็จใหม่ๆ เสิร์ฟคู่กับข้าวสวย มาพร้อมกับซอสมะเขือเทศ ถือเป็นเมนูเบาๆ แต่ความอร่อยนั้น 5 ดาวทีเดียว

ส่วนผสม
  1. ไข่ไก่
  2. หมูบด
  3. แครอทหั่นเต๋า ตามชอบ
  4. ต้นหอมซอย 1 ต้น
  5. พริกแดง ตามชอบ
  6. น้ำมันพืช
วิธีทำ
  1. ตอกไข่ใส่ถ้วยตีไข่ให้แตก ปรุงรสด้วยน้ำปลา ต้นหอมซอย  พริกแดง  พริกไทย  ใส่หมูบดลงไป ผสมให้เข้ากัน
  2. ตั้งกระทะให้ร้อนได้ที่ ใส่ไข่ที่เตรียมไว้ลงไป ทอดให้สุกเหลืองน่ารับประทาน เสิฟร์พร้อมข้าวสวยร้อนๆ
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 10 บาท ขาย 20-25 บาท กำไร 10-15 บาท/จาน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

6.ราดหน้า

ภาพจาก goo.gl/images/E47g3W

วิธีการทำอาจจะยุ่งยากสักหน่อยและใช้เวลาพอสมควรแต่ก็คุ้มค่ากับเมนูที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการมีทั้งผัก ทั้งเนื้อในเมนูเดียวและยังมีน้ำซุปแบบข้นๆให้รับประทานได้อย่างคล่องคอ บางร้านที่มีสูตรราดหน้าเฉพาะตัวลูกค้าจะติดใจมาก

ส่วนผสม
  1. ซอสหอยนางรม
  2. ซอสปรุงรส
  3. ซีอิ๊วขาว
  4. น้ำมันงา
  5. น้ำตาลทราย
  6. แป้งมันสำปะหลังละลายน้ำ
  7. พริกไทยป่น
  8. น้ำเปล่า
  9. เนื้อหมู
  10. ไข่ขาว
  11. น้ำมันรำข้าว
  12. กระเทียมสับ
  13. เต้าเจี้ยว
  14. คะน้า
วิธีทำ
  1. หมักหมูก่อน ด้วย ซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว น้ำมันงา น้ำตาลทราย แป้งมันสำปะหลัง พริกไทยป่น น้ำเปล่า และ ไข่ขาว หมักทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง
  2. ผัดเส้นใหญ่กับซีอิ๊วดำใส่จานเตรียมไว้
  3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันรำข้าวลงไปผัดกับกระเทียมสับและเต้าเจี้ยวจนหอม เสร็จแล้วก็ใส่เนื้อหมูที่หมักลงไปผัดให้พอสุก
  4. เติมน้ำเปล่าแล้วปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส และ น้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน
  5. ใส่คะน้าตามลงไป เพิ่มความเหนียวด้วยแป้งมันละลายน้ำ ใส่แป้งและคนอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อน
  6. ตักน้ำราดหน้าราดลงบนเส้นใหญ่ที่ผัดเตรียมไว้
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 25 บาท ขาย 30-35 บาท กำไร 5-10 บาท/จาน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

7.ผัดผักรวมมิตร

ภาพจาก goo.gl/images/AwQB5s

สำหรับคนรักสุขภาพหรือสาวๆที่ต้องการลดน้ำหนักเมนูผัดผักรวมมิตรก็น่าสนใจไม่น้อย หลักๆก็จะมีแครอท ถั่วลันเตา เห็ดฟาง กะหล่ำปลี ฯลฯ  บางร้านให้ผักปลอดสารพิษที่ปลูกเองก็จะลดต้นทุนเมนูนี้ได้อีกมากด้วย

ส่วนผสม
  1. น้ำมันพืช
  2. กระเทียมสับ
  3. กุ้งขาว
  4. ถั่วลันเตา
  5. แครอท 
  6. เห็ดหอม+เห็ดฟาง
  7. ซอสหอยนางรม
  8. ซอสปรุงรส
  9. น้ำซุป 
วิธีทำ
  1. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชลงไป และรอให้น้ำมันร้อนเล็กน้อย จากนั้นก็ใส่กระเทียมลงไปผัดให้สุก
  2. ใส่กุ้งขาวลงไป ตามด้วยถั่วลันเตา แครอท และเห็ดหอม ผัดจนผักสุก
  3. ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส ผัดจนเครื่องปรุงเข้าเนื้อ
  4. หากน้ำแห้งเกินไปให้เติมน้ำซุปลงไปเล็กน้อย ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง เสร็จแล้วก็ตักใส่จานเสิร์ฟ
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 25 บาท ขาย 35 บาท กำไร 10 บาท/จาน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

8.กุ้งผัดพริกเผา

ภาพจาก goo.gl/images/97dk1E

เอาใจสายซีฟู้ดด้วยเมนูกุ้งผัดพริกเผา ยิ่งกุ้งตัวโตมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้คนกินรู้สึกฟินกับเมนูนี้ได้มากเท่านั้น รสชาติเผ็ดนิดๆ หวานหน่อยๆจากพริกเผา ถือเป็นเมนูตามสั่งที่มีสีสันและความน่าสนใจอย่างมาก
 
ส่วนผสม
  1. น้ำมันพืช
  2. กระเทียมสับ
  3. มันกุ้ง
  4. ไข่แดงเค็ม
  5. น้ำพริกเผา
  6. ซอสหอยนางรม
  7. ซีอิ๊วขาว
  8. น้ำปลา
  9. น้ำตาลทราย
  10. น้ำเปล่า
  11. กุ้งขาวใหญ่
  12. ต้นหอม
  13. พริกชี้ฟ้าแดง 
วิธีทำ
  1. เทน้ำมันพืชลงไปในกระทะ ตามด้วยมันกุ้ง และไข่แดงเค็ม ผัดให้พอสุกแล้วตามด้วยน้ำพริกเผา
  2. ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำปลา และน้ำตาลทราย หากแห้งไปให้เติมน้ำเปล่าเล็กน้อย
  3. ใส่กุ้งลงไปผัดให้สุก จากนั้นก็ใส่ต้นหอมซอยและพริกชี้ฟ้าแดง เสร็จแล้วก็ตักใส่จานเสิร์ฟ
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 30 บาท ขาย 40 บาท กำไร 10 บาท/จาน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

9.กระเพราไข่เยี่ยวม้า

ภาพจาก goo.gl/images/Du8Ckk

บางคนเบื่อความซ้ำซากจำเจกับเมนูเดิมๆ กระเพราไข่เยี่ยวม้าก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ วิธีการก็เหมือนการผัดกระเพราทั่วไปแต่เสน่ห์คือมีไข่เยี่ยวม้าที่ทำให้ความอร่อยของกระเพราจานนี้เพิ่มมากขึ้นและเป็นเมนูที่อัพราคาได้มากกว่ากระเพราทั่วไปอีกด้วย

ส่วนผสม
  1. ไข่เยี่ยวม้า
  2. กุ้งสับ
  3. พริกชี้ฟ้าเหลืองและแดงหยาบ
  4. กระเทียมสับละเอียด 
  5. พริกชี้ฟ้าเขียวเหลืองและแดงหั่นแฉลบ
  6. ใบกระเพรา
  7. น้ำปลา
  8. น้ำมันหอย 
  9. น้ำตาลทราย
  10. น้ำมันพืช
  11. ใบกระเพราทอดกรอบสำหรับโรยหน้า
วิธีทำ
  1. ปอกเปลือกไข่เยี่ยวม้าและผ่าฟองละ 4 ชิ้นนำไปทอดในน้ำมันร้อนด้วยไฟกลางจนเหลืองกรอบตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
  2. ผัดพริกชี้ฟ้าบดและกระเทียมกับน้ำมันด้วยไฟกลางจนมีกลิ่นหอม
  3. ใส่กุ้งสับลงผัดจนสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมันหอย และน้ำตาลทราย
  4. ใส่ไข่เยี่ยวม้าที่ทอดไว้ พริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบ และใบกระเพราลงคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จาน โรยใบกะเพราทอดกรอบ
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 30 บาท ขาย 40 บาท กำไร 10 บาท/จาน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

10.ผัดคะน้าปลาเค็ม

ภาพจาก goo.gl/images/g21zF8

เมนูบ้านๆ ที่ตอนเด็กเราอาจเคยกินจากฝีมือของแม่เรามาบ้าง จุดเด่นคือความง่ายและไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก ได้รสชาติของผักผสมกับน้ำมันหอยตัดกับรสเค็มจากปลา เป็นอาหารตามสั่งที่รับประทานได้เรื่อยๆ แก้เบื่อกับเมนูจำเจได้เป็นอย่างดี

ส่วนผสม
  1. ปลาอินทรีเค็ม
  2. กระเทียมสับ
  3. น้ำตาลทราย
  4. น้ำมันพืช
  5. น้ำสะอาด
วิธีทำ
  1. ล้างคะน้าให้สะอาด หั่นเป็นท่อนๆใส่จานพักไว้
  2. ตั้งกระทะเจียวกระเทียมกับน้ำมันจนหอมตักกระเทียมขึ้นพักไว้
  3. ใส่ปลาเค็มลงไปทอดจนเหลืองใช้ตะหลิวบี้ให้ปลาเค็มแตกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้ว เทผักคะน้าลงไปผัดจนสุก ปรุงรสตามชอบใจ ตักเสิร์ฟได้เลย
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 20 บาท ขาย 30 บาท กำไร 10 บาท/จาน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

11.ถั่วฝักยาวผัดพริกแกง

ภาพจาก goo.gl/images/zu7SoG

นอกจากเป็นอาหารตามสั่งยอดฮิตเชื่อว่าใครที่ทำกับข้าวกินเองก็ต้องเคยทำเมนูถั่วผัดพริกแกง แล้วแต่ว่าชอบหมูมากหรือหมูน้อยๆ บางทีก็ดูเหมือนผัดพริกแกงถั่วฝักยาวล้วนๆ เป็นเมนูตามสั่งยอดฮิตที่ติดปากคนไทยเช่นกัน

ส่วนผสม
  1. ถั่วฝักยาวหั่นเป็นท่อนสั้น
  2. น้ำมันพืช
  3. น้ำพริกแกงเผ็ด
  4. น้ำปลา
  5. น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลทราย
  6. เนื้อหมู ตามชอบ
  7. ใบมะกรูดซอย
  8. พริกชี้ฟ้าแดง 
วิธีทำ
  1. ลวกถั่วฝักยาวในน้ำเดือด ตักขึ้นใส่ลงแช่ในน้ำเย็น ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
  2. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟปานกลางพอร้อน ใส่น้ำพริกแกงลงผัดจนหอม ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ จากนั้นใส่หมูลงผัดจนสุก ใส่ถั่วฝักยาว และใบมะกรูดลงผัดสักครู่ ยกลงจากเตา ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 25 บาท ขาย 30-35 บาท กำไร 5-10 บาท/จาน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

12.ผัดผักบุ้งไฟแดง

ภาพจาก goo.gl/images/4kfqD3

อาจไม่เหมือนเป็นเมนูตามสั่งประเภทอาหารจานเดียวสักเท่าไหร่เพราะผัดผักบุ้งไฟแดงน่าจะเหมาะทานคู่กับข้าวต้มกุ๊ยมากกว่า แต่ว่าก็มีบางส่วนที่สั่งเป็นกับข้าวทานคู่กับข้าวสวย อร่อยไปอีกแบบ

ส่วนผสม
  1. ผักบุ้งจีน
  2. กระเทียม
  3. พริกขี้หนูบุบ
  4. น้ำมันหอย
  5. เต้าเจี้ยวดำ
  6. น้ำมันพืช 
วิธีทำ
  1. นำผักบุ้งล้างน้ำแล้วเด็ดเป็นท่อนๆ ไม่ต้องยาวมาก ใส่กระชอนทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำดี 
  2. นำผักบุ้งใส่จาน แล้วนำกระเทียม พริก พร้อมด้วยเครื่องปรุงต่างๆ ใส่ลงไปจานผักบุ้งเลย
  3. ตั้งกระทะใช้ไฟแรง ใส่น้ำมันพืชลงไป รอจนน้ำมันร้อนมาก 
  4. เทผักบุ้งและเครื่องปรุงต่างๆ ลงไปค่ะ ผัดให้ผักบุ้งพอสลด เติมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย แล้วตักขึ้นทันที
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 15 บาท ขาย 25 บาท กำไร 10 บาท/จาน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

13.ผัดกระเพราหมูกรอบ

ภาพจาก goo.gl/images/MLNM0v

นอกจากกระเพราหมูสับก็มีกระเพราหมูกรอบที่เป็นคู่แข่งในความเป็นเมนูยอดฮิตติดปาก เสน่ห์ของกระเพราหมูกรอบคือความกรุบกรอบของหนังหมู ที่บางทีเหนียวติดฟันกันเลยทีเดียว ที่สำคัญเมนูนี้อัพราคาได้แพงกว่ากระเพราทั่วไปด้วย

ส่วนผสม
  1. หมูกรอบ
  2. ถั่วผักยาว
  3. ใบกะเพรา
  4. น้ำปลา
  5. น้ำตาลทราย
  6. น้ำมันหอย
  7. พริกขี้หนูตามชอบ
  8. กระเทียม
  9. น้ำซุป
วิธีทำ
  1. เริ่มด้วยการตำพริกกับกระเทียมกันก่อน พริกใส่มากหรือน้อยตามชอบ
  2. หั่นหมูกรอบและถั่วฝักยาวเป็นชิ้นตามชอบ
  3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืช ผัดพริกกับกระเทียมที่ตำไว้ให้มีกลิ่นหอม
  4. นำหมูกรอบใส่ลงไปคลุกเคล้าผัดให้เข้ากัน
  5. เติมน้ำซุปลงไปเล็กน้อยใส่ถั่วฝักยาวตามไป ผัดให้ถั่วพอสุก และปรุงรสตามชอบด้วยน้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำมันหอย
  6. ตบท้ายด้วยการใส่ใบกระเพราลงไปแล้วตักขึ้นใส่จานเสิร์ฟได้เลย
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 25 บาท ขาย 35 บาท กำไร 10 บาท/จาน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

14.ข้าวผัดปลากระป๋อง

ภาพจาก goo.gl/images/jFYc2o

จะเรียกว่าเป็นเมนู DIY ก็ได้เป็นการผสมผสานระหว่างข้าวผัดและปลากระป๋องที่หลายคนเบื่อความจำเจและลองเอาปลากระป๋องมาเป็นวัตถุดิบดูบ้าง สิ่งสำคัญคือต้องผัดให้แห้อย่าให้ข้าวแฉะ เมนูนี้จะอร่อยยิ่งขึ้น

 
ส่วนผสม
  1. ข้าวสวย
  2. ปลากระป๋อง
  3. น้ำซอสในปลากระป๋อง
  4. น้ำมัน
  5. กระเทียมทุบ
  6. หอมแดงปอกเป็นแว่น
  7. พริกขี้หนูสวน
  8. เกลือ
  9. น้ำตาล
  10. ต้นหอมซอย/ผักชี
วิธีทำ
  1. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน โดยใช้ไฟปานกลาง จากนั้นใส่กระเทียมและพริกขี้หนูสวน ผัดจนกระเทียมสุก มีสีเหลืองสวย ตามด้วยการใส่หอมแดงลงไปผัดให้พออ่อนตัว 
  2. ใส่ข้าวสวยลงไปผัดคลุกให้เข้ากันจากนั้นใส่ปลากระป๋อง และน้ำปลากระป๋องลงไป ใช้ตะหลิว ยีปลากระป๋องให้แตกออกจากกัน เป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ จากนั้นเติมเกลือ และน้ำตาล ผัดให้เข้ากัน 
  3. ใส่ต้นหอมซอยลงไปผัดจนเข้ากันดีจัดเสิร์ฟได้ทันที
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 25 บาท ขาย 30 บาท กำไร 5 บาท/จาน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

15.มาม่าผัดขี้เมา

ภาพจาก goo.gl/images/N7T7p9

เด็กเส้นทั้งหลายต้องชอบเมนูนี้ บางคนนอกจากสั่งกินตามร้านแล้ว ตอนเย็นกลับไปบ้านก็ยังทำกินเองที่บ้านอีก จุดเด่นคือทำง่ายไม่ต้องเรื่องมาก ตั้งกระทะ ลวกเส้นมาม่า ใส่หมู ใส่ผัก ใส่เครื่องปรุง ทานตอนร้อนๆ อร่อยเว่อร์

ส่วนผสม
  1. มาม่า
  2. พริก
  3. กระเทียม
  4. น้ำตาล
  5. ซอสปรุงรส
  6. ใบกระเพรา
  7. น้ำมันหอย
  8. คะน้า
  9. ข้าวโพดอ่อน 
วิธีทำ
  1. ต้มมาม่าในน้ำร้อนให้เส้นสุก เทน้ำทิ้งแล้วพักเส้นไว้
  2. ตีพริกและกระเทียมพอแหลก หั่นผัก จากนั้นตั้งกระทะรอจนน้ำมันร้อน ใส่พริก และกระเทียมที่เตรียมไว้ผัดให้มีกลิ่นหอม ใส่หมูลงไปตามด้วยผัก ผัดให้เข้ากัน
  3. ใส่เส้นมาม่าลงไปผัดให้เข้ากัน ปรุงรสตามต้องการ อาจใส่เครื่องมาม่าลงไปด้วยเพื่อเพิ่มรสชาติให้เข้มข้นมากขึ้น ก่อนปิดเตาแก๊สใส่ใบกระเพราลงไปปิดท้ายแล้วยกขึ้นจากเตาตักออกได้ทันที
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 25 บาท ขาย 35 บาท กำไร 10 บาท/จาน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

16.ข้าวผัดแหนม

ภาพจาก goo.gl/images/JP9kbT

สำหรับคนที่เบื่อข้าวผัดกุ้ง ข้าวผัดไข่ ก็เลยเลือกใช้แหนมเป็นวัตถุดิบดูบ้าง เสน่ห์ของข้าวผัดแหนมคือรสเปรี้ยวเล็กน้อยที่ทำให้รสชาติดูน่าสนใจ บางทีมีไข่ดาวเสิร์ฟพร้อมกัน ก็อร่อยชนิดที่อยากกินซ้ำๆในวันต่อไปด้วย

ส่วนผสม
  1. กระเทียมสับ
  2. แหนมหั่นเต๋า
  3. ข้าวสวย
  4. แครอทซอยเป็นเส้น
  5. คะน้า หั่นชิ้นบาง
  6. ซอสหอยนางรม
  7. ซอสปรุงรส
  8. น้ำตาลทราย
  9. ไข่ไก่
  10. พริกไทยป่น 
วิธีทำ
  1. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ตั้งไฟพอร้อน ใส่ไข่ไก่ยีในกระทะพอสุก นำกระเทียมลงผัดจนหอม ใส่แหนมลงผัดให้เข้ากัน
  2. ใส่ข้าวสวยลงผัด ตามด้วยแครอท และคะน้า ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย และพริกไทยป่น ผัดจนเข้ากันดี ตักใส่จานเสิร์ฟ
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 20 บาท ขาย 30 บาท กำไร 10 บาท/จาน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

17.แกงจืดเต้าหู้หมูสับ

ภาพจาก goo.gl/images/zdx4gj

บางคนไม่อยากทานอาหารรสจัด แกงจืดเต้าหู้หมูสับช่วยท่านได้  แม้จะเป็นอาหารที่ดูจืดชืดไปสักหน่อยแต่ถ้าทำน้ำซุปดีๆ ได้ทานตอนร้อนๆ คู่กับข้าวสวยร้อนๆ ก็เป็นความสุขของการรับประทานในอีกรูปแบบหนึ่ง

ส่วนผสม
  1. ผักกาดขาว
  2. หมูสับ
  3. เต้าหู้ไข่
  4. รากผักชี
  5. กระเทียม
  6. พริกไทยเม็ด
  7. หอมแดงทุบ
  8. ซุปก้อน
  9. ซีอิ้วขาว
  10. ซอสปรุงรส
  11. เกลือป่น 
วิธีทำ
  1. โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทยให้ละเอีดย นำเนื้อหมูสับลงไปโขลกเบาๆ รวมกัน
  2. ตักเนื้อหมูออกพักไว้ ใส่ซีอิ๊วขาวลงไป นวดผสมกับเนื้อหมูให้เข้ากันหมักทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที
  3. ล้างผักกาดให้สะอาดแล้วตัดเป็นท่อนๆ
  4. นำหม้อใส่น้ำยกตั้งไฟ พอน้ำเดือดใส่หอมแดงทุบ เกลือป่น และซุปก้อน พอเดือดอีกครั้งใส่เนื้อหมูที่ปั้นไว้ สังเกตพอเนื้อหมูเกือบสุก ใส่ผักกาดขาวตามลงไป
  5. ใส่เต้าหู้ไข่ลงไป ปรุงรสด้วยซีอิ๊ว และซอสปรุงรสตามชอบ พอสุกปิดไฟตักใส่ถ้วยเสิร์ฟได้
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อถ้วยประมาณ 15 บาท ขาย 20-25 บาท กำไร 5-10 บาท/ถ้วย

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

18.เต้าหู้ทรงเครื่อง

ภาพจาก goo.gl/images/EFAobL

เต้าหู้ทรงเครื่องอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการนอกจากโปรตีนจากเต้าหู้ ก็ยังได้สารอาหารจากเนื้อสัตว์ที่ผสมในเมนูนี้ และเป็นเมนูที่ทานได้คล่องคอ เหมาะสำหรับน้องๆหนูในวัยเรียนทั้งหลายด้วย

ส่วนผสม
  1. เต้าหู้ไข่
  2. หมูสับ
  3. แครอทหั่นเต๋า
  4. ข้าวโพดอ่อน
  5. กระเทียมสับ
  6. น้ำมันหอย
  7. ซอสปรุงรส
  8. น้ำตาล
  9. น้ำเปล่า
  10. แป้งข้าวโพด
  11. พริกไทยป่น
  12. ผักชีซอย
  13. น้ำมัน   
วิธีทำ             
  1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันตั้งไฟให้ร้อน นำเต้าหู้ไข่ลงไปทอดจนสีเหลืองสวย แล้วเอาขึ้นใส่จานพักไว้ 
  2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันสำหรับผัด รอจนน้ำมันร้อน ใส่กระเทียมสับลงไปผัดให้เหลือง ตามด้วย แครอท ข้าวโพดอ่อน และหมูสับ ผัดทั้งหมดจนสุก 
  3. ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย เติมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย ปล่อยให้เดือด แล้วนำแป้งละลายน้ำ ใส่ลงไป รีบคนให้เข้ากัน เช็คว่าน้ำราดมีลักษณะเหนียวข้นคล้าย ๆ น้ำราดหน้า จากนั้นปิดไฟแก๊สทันที
  4. จัดเสิร์ฟด้วยการวางเต้าหู้ทอดเหลืองในจานราดด้วยน้ำซอสที่ปรุงเสร็จ โรยพริกไทยและผักชี เป็นอันเสร็จ
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 25 บาท ขาย 35 บาท กำไร 10 บาท/จาน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

19.ผัดซีอิ๊ว

ภาพจาก goo.gl/images/qETNVg

อยู่คู่กับราดหน้าก็คือผัดซีอิ๊ว บางคนไม่ชอบทานอะไรเป็นน้ำๆก็จะเลือกผัดซีอิ๊วที่แห้งแต่อร่อย การได้ทานตอนร้อนๆ ใส่พริกไทย พริกป่นลงไปจะทำให้รสชาติดูอร่อยยิ่งขึ้น บางคนถึงกับยกให้เมนูนี้เป็นอาหารจานหลักของตัวเองเลยทีเดียว

ส่วนผสม
  1. ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่
  2. ผักคะน้า
  3. ไข่ไก่
  4. กระเทียมสับ
  5. น้ำมันพืชเล็กน้อย
  6. เนื้อหมู
วิธีทำ
  1. เตรียมวัตถุดิบต่างๆ เช่น สับกระเทียม หั่นหมู คะน้าปลอกเปลือกบริเวณโคนแล้วหั่นแฉลบๆ เฉียงๆ
  2. ตั้งกระทะใช้ไฟกลางๆ ใส่น้ำมันลงไป พอน้ำมันร้อนใส่กระเทียม พอกระเทียมเริ่มมีสีเหลืองใส่เนื้อหมูลงไปผัดให้สุก
  3. ใส่เส้น และผักลงไปผัดปรุงรสด้วยซีอิ๊ว น้ำปลา น้ำตาลในตอนนี้ 
  4. ตอกไข่ลงไป เกลี่่ยๆให้แตกคลุกเคล้ากับเส้นผักและหมูในกระทะ ผัดต่อไปจนสุกได้ที่ ตักเสิร์ฟได้เลย
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 25 บาท ขาย 30-35 บาท กำไร 5-10 บาท/จาน
 
*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 

20.หมูผัดพริกหยวก

ภาพจาก goo.gl/images/W8XNAo

เป็นได้ทั้งกับข้าวและอาหารจานเดียวสำหรับหมูผัดพริกหยวก ด้วยเสน่ห์ของพริกหยวกที่รสไม่เผ็ดจัด ผสมกับเนื้อสัตว์อย่างหมู กุ้ง ผัดแบบน้ำขลุกขลิก เวลาคลุกข้าวกินจะรู้สึกฟินไม่น้อยเช่นกัน

ส่วนผสม
  1. พริกหยวกหั่นแฉลบหรือหั่นแว่น
  2. หอมใหญ่หั่นเป็นแว่น
  3. กระเทียมสับ
  4. เนื้อหมูหั่นชิ้น
  5. น้ำตาลทราย
  6. ซีอิ๊วขาว
  7. ซอสปรุงรส
  8. น้ำมันหอย
วิธีทำ
  1. พริกหยวกล้างแล้วหั่นแฉลบๆ บางๆ ไว้ เนื้อหมูล้างแล้วหั่นเป็นชิ้นบางๆ ไว้ กระเทียมแกะเปลือกสับหยาบๆ ไว้
  2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงในกระทะ พอร้อนใส่กระเทียมลงมาผัดจนหอม ใส่เนื้อหมูลงมาผัดจนสุก เติมน้ำเปล่าลงมาเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้แห้งเกินไป
  3. ปรุงรสด้วย น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำมันหอย ผัดให้เข้ากัน 
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนต่อจานประมาณ 25 บาท ขาย 30-35 บาท กำไร 5-10 บาท/จาน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
 
พร้อมกันนี้ผู้ที่สนใจต้องการสูตรอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ เอาไว้เริ่มต้นลงทุนหรือต่อยอดการทำธุรกิจที่มีอยู่เดิม         
  
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise 


และในส่วนข้อมูลข่าวสาร หากต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจเรามีรวบรวมบทความมากมาย ติดตามได้ที่ goo.gl/Io5k2S