บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การบริหารจัดการองค์กร    สร้างความสมดุลของชีวิตกับการทำงาน
4.4K
2
3 นาที
23 มิถุนายน 2560
ตกงานอย่าตกใจ! 10 อาชีพนี้พลิกชีวิตคนตกงานได้

 
อยู่ก็ตกงานเป็นความจริงที่ใครต่อใครก็คงไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้โอกาสเป็นไปได้ก็มีสูง และก็เป็นความจริงอีกเช่นกันว่าพอตกงานแล้วโอกาสหางานใหม่นั้นยากเย็นแสนเข็นทีเดียว อารมณ์ของคนหลังจากตกงานย่อมจะเคว้งคว้างไม่รู้จะเริ่มต้นทำอะไรที่ไหนอย่างไรดี


www.ThaiFranchiseCenter.com มีบทความดีๆที่พร้อมให้ทุกคนได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ตกงานที่เราไม่ควรจะตกใจเพราะถ้ามองดีๆ แล้วยังมีอีกหลายทางที่ให้เราเลือกเดินได้เพียงแต่ขอให้ตั้งใจและมุ่งมั่นการตกงานก็จะไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไปลองมาดู 10 อาชีพที่เราเลือกได้หลังจากตกงานว่ามีอะไรบ้าง
 
1.ขายก๋วยเตี๋ยว 

 
คนที่ขายก๋วยเตี๋ยวทั้งหลายอย่าเพิ่งโมโหถ้าอ่านมาเจอบทความนี้กับ 10 อาชีพที่ควรทำหลังตกงาน ทุกวันนี้เรามีคนทำธุรกิจขายก๋วยเตี๋ยวอยู่จำนวนมาก และก็ไม่ได้แสดงว่าคนเหล่านี้คือคนที่ตกงาน เพียงแต่จะบอกว่านี่คือธุรกิจที่เริ่มต้นได้ง่ายและเร็วที่สุดเพียงแค่มีความตั้งใจในการทำ มีฝีมือในการทำ การเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวแบบง่ายๆ ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว ด้วยอุปกรณ์การทำนั้นไม่ยุ่งยาก

หากไม่มีเงินซื้อหม้อก๋วยเตี๋ยวก็ใช้หม้อใบใหญ่ในครัวทดแทนกันไปก่อน สะสมเงินทุนไว้มากพอแล้วค่อยขยับขยายทีหลัง งบประมาณเบือ้งต้นในอาชีพนี้ลงทุนไม่เกิน 1,000 บาท ก็เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวได้ ขอให้มีฝีมือในการทำ รู้จักการตกแต่งหน้าร้านของตัวเองยิ่งมีพื้นที่หน้าบ้านในย่านชุมชนด้วยแล้วอย่าตกใจกับการตกงานลองมาเป็นพ่อค้าแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวดูบ้าง รายได้ดีไม่ใช่เล่นเหมือนกัน
 
2.ทำเกษตรพลิกชีวิต
 
อย่าว่าแต่คนตกงานมาทำเกษตร บางคนถึงกับลาออกจากงานมาทำเกษตรโดยตรงก็มี ที่เราเคยเห็นตามหน้าข่าวมีทั้งคนที่เคยเป็นวิศวะ เป็นหมอ มีเงินได้หลักแสนเขายังออกมาทำเกษตรกรรมเพราะมองเห็นว่านี่คืออาชีพที่พลิกชีวิตเราได้ยิ่งถ้าเรามีพื้นที่เปล่าๆ ไม่ได้ใช้สอยอะไรด้วยแล้วลองดูว่าเราจะเนรมิตพื้นที่เหล่านั้นทำอะไรได้บ้าง ปลูกเห็ด ปลูกผัก ผลไม้ยืนต้น  เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ เลี้ยงไก่ การทำเกษตรผสมผสาน ฯลฯ

ยังมีอีกมากในแวดวงเกษตรที่ผลผลิตเป็นที่ต้องการในตลาดยิ่งการมีความรู้แบบคนยุคใหม่ลองผสมผสานการใช้เทคโนโลยีร่วมกับการทำเกษตรผลตอบแทนที่ได้รับอาจจะทำให้เราลืมเรื่องการตกงานกันได้เลยทีเดียว
 
3.รับจ้างขับรถ Grap และ Uber

 
ภาพจาก goo.gl/yqB5kL

เป็นเรื่องที่เคยได้ยินและก็เคยได้เห็นกันมาว่าการมีรถเป็นของตัวเองก็สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้ไม่ว่าจะเข้าร่วมกับ Grap Taxi , Grap bike , หรือว่า Uber ก็ทำให้เรามีรายได้ในแต่ละเดือนมากพอสมควร แม้จะมีปัญหาเรื่องข้อกฏหมายที่ไม่ชัดเจนนักแต่หลายคนก็ทำธุรกิจนี้กันอยู่ เพียงแต่งานนี้เราอาจต้องเป็นคนที่สู้ชีวิต ทุ่มเทสักหน่อย เพราะการทำงานส่วนใหญ่มักจะเป็นตอนเย็นหรือตอนกลางคืน แต่ถ้าเรามีเวลาว่างทั้งวันเนื่องจากไม่มีงานทำลองสมัครกับแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ที่เห็นมีตั้งโต๊ะเปิดรับสมัครกันตามห้างต่างๆ ลองไปถามรายละเอียดเรื่องข้อตกลง รายได้ วิธีการทำงาน แล้วมาวิเคราะห์ว่าชอบหรือไม่แล้วตัดสินใจกันอีกทีว่าอยากทำหรือไม่อยากทำ
 
4.ออกรถตู้วิ่งรับส่งนักเรียน
 
แม้กระทั่งผู้เขียนเองก็เคยคิดว่าการมีรถตู้1คันมีรายได้ที่ดีกว่าที่คิดแม้ราคารถตู้ในปัจจุบันจะสูงเหยียบล้านบาท ไหนจะค่าภาษีต่อปีที่แพงหูฉี่เอาเรื่องเหมือนกันแต่มาลองคิดๆดูแล้วหากมีรถตู้ 1 คันรายได้ที่ตามมานั้นเกิดได้ทั้งการวิ่งรถรับจ้างที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ต้องการรถตู้เพราะสะดวกสบายกว่า เราอาจฝากชื่อตัวเองในระบบอินเทอร์เนตว่าเป็นคนรับจ้างขับรถตู้ที่เฉลี่ยรายได้ก็ขึ้นอยู่กับระยะทางที่ไปขั้นต่ำก็มี 2,000-3,000 /งาน (ไม่รวมค่าน้ำมัน)

หรือในอีกมุมหนึ่งคือไปเป็นรถตู้รับนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ที่เดี๋ยวนี้เขามีเงินเดือนให้ในกรณีที่เราเข้าร่วมวินกับทางโรงเรียน อย่างบางแห่งมีเงินเดือนสูงถึง 18,000-20,000 บาทแต่นั่นก็คือเขารวมค่าน้ำมันให้เราเรียบร้อยแล้วและเราก็ต้องให้บริการดีๆ กับทางโรงเรียนเป็นการแลกเปลี่ยนกันด้วย
 
5.หาซื้อแฟรนไชส์ที่เหมาะสมกับตัวเอง

 
บางคนอยากจะเป็นนายตัวเอง อยากมีธุรกิจของตัวเองแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นได้อย่างไร ลองหาข้อมูลเรื่องแฟรนไชส์จะพบว่าปัจจุบันมีแฟรนไชส์หลากหลายแบรนด์ให้เลือกราคาก็เลือกได้ตามความเหมาะสมมีตั้งแต่หลักพันต้นๆ ไปจนถึงหลักหมื่น หลักแสน ก็ลองเลือกดูว่าเราชอบสินค้าแบบไหน การตัดสินใจเลือกแฟรนไชส์ก็เหมือนเป็นทางลัดให้เราทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น

แต่ทั้งนี้สิ่งสำคัญคือการขายต้องมีทำเลที่เหมาะสม รวมถึงการเป็นพ่อค้าแม่ค้าก็ต้องให้การทุ่มเท ตั้งใจทำจริง แฟรนไชส์ทุกแบรนด์เขาเซตระบบมาเพื่อคนที่ทำงานจริงๆ คนที่ทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จไม่ใช่ความผิดของแฟรนไชส์แต่คนลงทุนที่ไม่เอาจริงเอาจังก็ประสบความสำเร็จได้ยากเช่นกัน
 
6.ใช้ความสามารถที่มีรับงานอิสระ
 
คนเราถ้ามีความสามารถไม่ต้องกลัวว่าจะอดตาย ขอให้ใช้ความสามารถนั้นอย่างสร้างสรรค์ก็แปรเปลี่ยนเป็นรายได้ที่ดีให้กับเราได้เช่นกัน บางคนมีพรสวรรค์ด้านการเขียน ก็อาจจะไปรับจ้างเป็นนักเขียนอิสระให้กับเวบไซต์ต่างๆ หรือลองเขียนแนวนิยายส่งให้ทางสำนักพิมพ์พิจารณาดีไม่ดีเราอาจจะพบเส้นทางของตัวเองแบบใหม่หลังถูกไล่ออกจากงานก็ได้ หรือบางคนมีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ทั้งการลงโปรแกรมซ่อมเครื่อง ก็อาจประกาศตัวเองเป็นคนซ่อมคอมพิวเตอร์รับงานในราคาไม่แพง

รับรองว่าต้องมีลูกค้าแน่ๆ หรือถ้ามีความสามารถด้านโปรแกรมเมอร์ กราฟฟิคดีไซน์ พวกนี้รับงานอิสระได้เงินที่ดีกว่างานประจำด้วยซ้ำไป ขอเพียงเรารู้ว่าเราชอบอะไรและทำอะไรได้ดีก็จงใช้ความสามารถนั้น ๆทำต่อไปแล้วเราจะได้ดีกว่าที่คิดแน่นอน 

7.หารายได้จากธุรกิจออนไลน์

 
เรื่องนี้น่าจะเป็นคำตอบแรกที่หลายคนคิดว่าออกจากงานแล้วจะต้องกระโดดเข้าหาธุรกิจออนไลน์ก่อนเป็นอันดับแรก ในสมัยก่อนการทำธุรกิจออนไลน์อาจจะเฟื่องฟูถึงขนาดที่คนทำในยุคแรกๆ รวยเป็นเศรษฐีกันไปเรียบร้อยแต่พอมาในระยะหลังพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เกิดขึ้นเยอะมาก สัดส่วนการซื้อการขายก็ย่อมถูกแชร์มากไปด้วยเช่นกัน

หลายคนที่เลือกทำธุรกิจออนไลน์แล้วก็ไม่มีรายได้เป็นชิ้นเป็นอัน สิ่งสำคัญหากคิดจะเดินทางนี้คือต้องรู้จักเลือกรูปแบบการทำธุรกิจ ทางที่ดีควรเข้ารับการอบรมการทำธุรกิจเพื่อให้มีแนวทางที่ถูกต้องในการทำ

ไม่ใช่นึกจะทำก็ทำแล้วมั่นใจว่าจะขายได้ดีมีกำไรมากมายซึ่งยุคนี้ไม่ใช่อย่างนั้นแน่ ธุรกิจออนไลน์ยังเป็นตลาดที่เปิดกว้างแต่คนที่เข้ามาก็ต้องมีหลักการที่จะเข้าถึงหากเข้าใจและทำได้อย่างแบบแผนที่ถูกต้องก็มียังสิทธิ์พลิกชีวิตรวยได้ด้วยธุรกิจนี้เช่นกัน 

8.เปลี่ยนหน้าบ้านให้เป็นรายได้
 
ตรงนี้อาจจะสงวนไว้สำหรับคนที่มีหน้าบ้านเป็นของตัวเอง หรือถ้าใครเช่าห้องพัก หรืออะพาร์ทเม้นอยู่ก็ลองดูพื้นที่ใต้คอนโดว่าพอจะว่างให้เริ่มการทำธุรกิจได้หรือเปล่า การเปลี่ยนพื้นที่หน้าบ้านให้เป็นรายได้มีอยู่หลากหลายรูปแบบเช่น การเปิดร้านอาหารตามสั่ง เปิดร้านเครื่องดื่ม  ขายส้มตำ ขายหมูทอด หมูปิ้ง  ฯลฯ

รวมถึงการลงทุนกับรูปแบบบริการเช่นตู้หยอดเหรียญ เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ เป็นต้น  สิ่งเหล่านี้เราสามารถใช้พื้นที่หน้าบ้านให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุดเพียงแต่ทำเลนั้นต้องดีจริง ถ้าอยู่ในแหล่งชุมชนคนพลุกพล่านแล้วยิ่งได้เปรียบ บางทีเราอาจค้นพบว่าบ้านของเรานี่แหละคือออฟฟิศที่ดีที่สุดในโลกทีเดียว
 
9.ลองหาลูกค้าแล้วทำธุรกิจขายส่ง

 
การซื้อมาขายไปก็เป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่น่าสนใจและทำเงินเป็นกอบเป็นกำ ลองสำรวจดูว่าในพื้นที่ที่เราอยู่นั้นมีสินค้าอะไรน่าสนใจบ้าง เช่นมีร้านเสื้อผ้า มีร้านอาหาร เราก็ลองไปติดต่อกับซัพพลายเออร์ในการสั่งสินค้าประเภทวัตถุดิบหรือสินค้าสำเร็จแล้วลองออกมาหาตลาดข้างนอกเพื่อกินส่วนต่างของการขาย ดีไม่ดีเราอาจจะกลายเป็นเศรษฐีการขายส่งอาหารแช่แข็ง , เป็นเศรษฐีกับการขายเสื้อผ้าราคาส่ง หรือเป็นเศรษฐกับการขายรองเท้าราคาส่ง

ทุกอย่างอยู่ที่วิธีการและความตั้งใจในการทำ และการรู้จักบริหารจัดการตลาดที่ดีถ้าเราคิดว่าหนทางน่าสนใจในอินเทอร์เนตเป็นแหล่งข้อมูลอย่างดีที่ทำให้เราเห็นรูปแบบการทำงานที่ชัดเจนรวมถึงยังเป็นแหล่งตลาดที่ดีให้กับเราได้อีกด้วย 

10.ใช้เวลาว่างนี้อัพสกิลตัวเองแล้วหางานใหม่ที่ดีกว่า
 
ข้อนี้อาจไม่ใช่อาชีพที่ทำได้ทันทีหลังตกงาน แต่จะดีกว่าแน่ๆ หากหลังจากตกงานแล้วเรามาเพิ่มสกิลให้ตัวเองกันสักหน่อยโดยเฉพาะเด็กอายุน้อยๆ ตั้งแต่ 25-35 ปี ยังสามารถเริ่มต้นงานใหม่ๆได้อีกพอสมควรแต่ทันทีที่ตกงานเราต้องอัพเกรดตัวเองขึ้นมาโดยเพิ่มเติมความรู้ในหลายด้านที่เราสนใจไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ ภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ภาษาหากเราอัพเกรดตัวเองให้พูดภาษาอังกฤษได้ รับรองได้ว่าการสมัครงานในครั้งต่อไปจะเป็นเรื่องที่ง่ายและรายได้จะดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน
 
จะเห็นได้ว่าเหตุไม่คาดคิดอย่างเช่นการตกงานอาจเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายแต่ถ้าเรารู้จักตั้งสติและคิดให้รอบคอบมองดูรอบด้านให้ชัดเจนไม่เอาอารมณ์มานำเหตุผลก็จะค้นพบเส้นทางที่หลากหลายอยู่ที่เราจะเลือกเดินทางไหน บางทีการตกงานอาจไม่ใช่จุดที่แย่ที่สุดแต่เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตที่ทำให้เราก้าวขึ้นมาสูงกว่าเดิมก็เป็นได้
 
สำหรับท่านใดที่ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจเรามีรวบรวมบทความมากมายไว้ให้ทุกท่านพิจารณากันตามความเหมาะสม ดูรายละเอียด goo.gl/Io5k2S
 
เราเคยได้ยินหลายคนพูดว่า “ลงทุนไม่ถูกที่  ทำนานกี่ปีก็ไม่รวย”  เกิดคำถามที่น่าสงสัยว่า “เราต้องลงทุนกับอะไร?” หรือ “ควรทำอาชีพอะไร?”  ถึงจะถูกที่ ถูกเวลา ใช้เวลาสร้างรายได้รวยไว แบบใช้เวลาไม่นาน พูดถึงตรงนี้ ก็มีข้อโต้แย้งอีกว่า ปัจจัยแวดล..
9months ago   2,509  10 นาที
คำว่า “ยุคนี้” คือยุคที่เราเพิ่งผ่านพ้นการแพร่ระบาดของCOVID 19 กันมาหมาดๆ และหลายอย่างเราแค่ “เบาใจ” แต่ก็ยัง “วางใจ” ไม่ได้ หลายธุรกิจที่ไม่เคยคิดว่าจะลำบากก็กลายเป็นลำบากไม่ว่าจะการบิน การท่องเที่ยว  โรงแรมที่พักต่างๆ  ช่วงก่อนที่จะมีการแพร่ร..
10months ago   3,103  11 นาที