UPDATE
20 มีนาคม 2560   2,379   5 min
เครดิตบูโร! รู้จักให้ดี เพื่อความสบายใจในการขอสินเชื่อ

 
น่าจะเป็นอีกหนึ่งสถาบันที่ใครหลายคนเคยได้ยินและรู้จักกับคำว่าบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินให้กับสถาบันการเงินต่างๆ

แต่เชื่อหรือไม่ว่ามีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเครดิตบูโร หลายต่อหลายครั้งที่ขอสินเชื่อไม่ผ่านก็โทษว่าเป็นความผิดของ เครดิตบูโร ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติเลยแม้แต่น้อย
 

ในฐานะที่ www.ThaiFranchiseCenter.com ก็อยู่ในแวดวงของธุรกิจเช่นกันเราจึงนำข้อมูลความจริงอ้างอิงจากศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินธนาคารแห่งประเทศไทยมาทำให้ทุกคนเข้าใจคำว่าเครดิตบูโรที่ถูกต้องชัดเจนแบบแท้จริง
 
เครดิตบูโร(Credit Bureau) กับระบบการเงินไทย

 
 
ในปี 2545 ได้มีการตรา พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ.2545 โดยมีเหตุผลเพื่อให้การกู้ยืมหรือการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินนั้นได้มีข้อมูลเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและประวัติการชำระหนี้ของลูกค้าอย่างเพียงพอ

ซึ่งการปล่อยสินเชื่อโดยมีข้อมูลไม่ครบถ้วนที่ผ่านมานั้นก่อให้เกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดปัญหาความไม่มั่นคงของสถาบันการเงินนั้นรวมถึงระบบของสถาบันการเงินโดยรวม

นอกจากนี้การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตในขณะนั้นยังไม่มีกฏหมายเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการทำธุรกรรมข้อมูลเครดิต รวมทั้งยังไม่มีกฏหมายคุ้มครองประชาชนผู้เป็นเจ้าของข้อมูลไว้เป็นการเฉพาะ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
 
และในปี 2548 มีการควบรวมกิจการของบริษัทข้อมูลเครดิตทั้ง 2 แห่งและเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือ National Credit Bureau  ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2548 เพื่อให้ข้อมูลเกิดการรวมศูนย์ ไม่เป็นภาระแก่ประชาชนและนิติบุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูลในการตรวจสอบกรณีมีบริษัทข้อมูลเครดิตหลายแห่ง
 
หน้าที่สำคัญของเครดิตบูโร 
 


หลายคนมีความเข้าใจว่าสาเหตุที่สถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อให้เนื่องจากทางเครดิตบูโรขึ้นบัญชีดำหรือที่รู้จักันในนามว่า “Blacklist” แต่ในความเป็นจริงนั้นหน้าที่ของเครดิตบูโรคือการจัดเก็บรักษาและรวบรวมประมวลผลข้อมูลสินเชื่อของลูกค้าจากสถาบันการเงินตามที่สถาบันการเงินหรือบริษัทที่เป็นสมาชิกจัดส่งมาให้เท่านั้น

และเมื่อเราได้ทำการขอกู้เงินจากสถาบันการเงินและไม่ได้รับการอนุมัตินั้นอาจมีสาเหตุมาจากหลายประการเช่น เรามีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่สถาบันการเงินเป็นผู้กำหนด หรือข้อมูลที่ปรากฏในเครดิตบูโรไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินที่ขอกู้ ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากการที่เรามีประวัติการชำระหนี้ไม่ดีหรือมีการผิดชำระหนี้กับสถาบันการเงินอื่นนั่นเอง
 
ด้วยเหตุนี้ทางเครดิตบูโรจึงไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือมีสิทธิ์อำนาจในการอนุมัติหรือเข้าร่วมการตัดสินใจในเรื่องการขอสินเชื่อของลูกค้าแต่อย่างใดซึ่งหากมีใครที่กล่าวอ้างในเรื่องที่เป็นเท็จเหล่านี้สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่ 0-2643-1250
 
หากประวัติเครดิตไม่ดีควรทำอย่างไร

 
1.ติดต่อสถาบันการเงิน
 
การติดต่อกับสถาบันการเงินที่เคยเป็นหนี้นั้นเพื่อชำระหนี้ที่ค้างให้เสร็จสิ้นแต่หากมีหนี้คงค้างจำนวนมากควรเจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้เพื่อขอลดหนี้ หรือปรับโครงสร้างหนี้ต่อไป
 
2.เริ่มการสร้างประวัติสินเชื่อใหม่
 
การสร้างประวัติสินเชื่อใหม่นั้นต้องเริ่มจากการสร้างวินัยที่ดีในการชำระหนี้ให้ตรงเวลา ไม่ผิดนัดชำระหนี้อีก เนื่องจากทุกความเคลื่อนไหวในการชำระหนี้ของเรานั้นจะถูกจัดเก็บเป็นข้อมูลทั้งหมด
 
5 เหตุผลทำไมเราต้องไปตรวจเครดิตบูโร



รายงานของเครดิตบูโรนั้นถือเป็นความลับเฉพาะที่คนอื่นซึ่งไม่เกี่ยวข้องไม่อาจล่วงรู้ข้อมูลได้และเพื่อให้เกิดความมั่นใจก่อนการขอสินเชื่อหรือขออมุมัติเงินในการกู้ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือทำธุรกิจควรขอตรวจเครดิตบูโรซึ่งก็มีเหตุผลสำคัญ5ประการที่ควรรู้
  1. ถือเป็นการเตรียมตัวก่อนไปขอสินเชื่อกับทางธนาคารดังคำว่ารู้เราก่อนไปหาเขาก็จะทำให้เราดำเนินการในเรื่องการขอสินเชื่อได้อย่างสบายใจขึ้น
  2. ถือเป็นการตรวจและป้องกันตัวเองไม่ให้มีหนี้งอกหรือหนี้ที่ไม่ใช่ของเราด้วย
  3. เป็นการสร้างความมั่นใจว่าเรามีประวัติค้างชำระหรือไม่ ซึ่งถ้าข้อมูลไม่ถูกต้องเราสามารถขอแก้ไขได้ทันท่วงที
  4. เป็นการเช็คสถานะตัวเองว่าเมื่อชำระหนี้ที่ค้างหมดไปแล้ว มีสถานการณ์ปิดบัญชียอดหนี้เป็นศูนย์เรียบร้อย
  5. เป็นการยืนยันข้อมูลส่วนบุคคล เช่นชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ให้ถูกต้องครบถ้วนอีกครั้ง
ไขข้อข้องใจทำไมขอสินเชื่อไม่ผ่าน


เราอาจเคยเจอเหตุการณ์เหล่านี้กันมาบ้างสำหรับบางคนที่บอกว่าให้ข้อมูลไปครบถ้วนแล้ว ประวัติหนี้เสียก็ไม่มี แต่ทั้งนี้การขออนุมัติสินเชื่อที่ไม่ผ่านนั้นอาจมีเหตุผลมาจากหลายประการ

เช่น นโยบายการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบการแต่ละแห่งที่ไม่เหมือนกัน  หรือภาระหนี้ที่มีอยู่และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ขอสินเชื่อ รวมถึงหลักประกันความเสี่ยงของผู้ขอสินเชื่อก็มีส่วนสำคัญ แม้กระทั่งประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมาหรือโอกาสในการผิดนัดชำระหนี้มากหรือน้อยก็เป็นเหตุผลประกอบการตัดสินใจของสถาบันการเงินได้เช่นกัน
 
แต่ทั้งนี้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้สถาบันการเงินนั้นต้องชี้แจงเหตุผลที่ไม่ปล่อยสินเชื่อให้ผู้ขอสินเชื่อทราบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรและต้องจัดส่งลงทะเบียนไปให้ผู้ขอสินเชื่อได้รับทราบด้วย
 
และสำหรับใครที่แก้ปัญหาแบล็คลิสต์เป็นที่เรียบร้อยและอยากเริ่มต้นการลงทุนสร้างกำไรให้แบบไม่ต้องมีหนี้สินกันอีกขอแนะนำการทำธุรกิจในย่านทำเลทองที่เรามีให้เลือกทำธุรกิจได้ตามความเหมาะสม

ดูรายละเอียด goo.gl/MoX2vF
 
Top 10 Popular Articles
12,341 ครั้ง
คุณรู้จัก เช็ค ดีพอหรือไม่?...
บทความ SMEs | การเงิน บัญชี ภาษี
10,012 ครั้ง
ทางออก SME กับปัญหาหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ไม่เ...
บทความ SMEs | การเงิน บัญชี ภาษี
8,547 ครั้ง
เทคนิคการกู้เงินของ SMEs...
บทความ SMEs | การเงิน บัญชี ภาษี
5,788 ครั้ง
5 วิธีคุมกระแสเงินสด ทำยังไง?...
บทความ SMEs | การเงิน บัญชี ภาษี
5,687 ครั้ง
มีเงิน 10,000 เอาไปทำอะไรได้บ้าง ...
บทความ SMEs | การเงิน บัญชี ภาษี
Articles Type
บทความ SMEs 1,334 
บทความแฟรนไชส์ 736 
บทความค้าขาย 553 
บทความสร้างอาชีพ 172 
Top 10
บทความมาใหม่
บทความยอดนิยม
Popular Articles Read more
ก้าวคนละก้าว ช่วยพี่ตูนคนละมือ คนไทยได้อะไร?
6,875
รวม 10 Passive Income ทำเงินได้ทันที!
4,654
ดังโดนก๊อป! Cafe’ Amazon (ไทย) vs Café Amazing (..
3,499
New Articles
บทความอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Fax. 02-1019188 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2017 All Right Reserved.