บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การตลาด บริหารธุรกิจ    การสร้างแบรนด์ สร้างตราสินค้า
1.9K
9
facebook
3 min
20 ธันวาคม 2559
ที่มาของชื่อ 23 แบรนด์ดังระดับโลกที่หลายคนอาจไม่รู้จัก 

 
โลโก้ “แบรนด์” ที่จะได้เห็นต่อไปนี้ หลายๆ คนคงคุ้นเคยและรู้จักกันเป็นอย่างดี

เพราะกำลังเป็นลูกค้าประจำหรือเคยสมัครสมาชิกเพื่อใช้บริการกันอยู่ แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ล่ะว่าชื่อแบรนด์ทั้งหลายเหล่านั้น จะเกิดจากการผสมคำ จากชื่อจริงบ้าง ชื่อเล่นบ้าง นามสกุลของเจ้าของหรือผู้ก่อตั้ง หรืออาจเป็นชื่อสิ่งของ สถานที่ที่เขาเหล่านั้นมีความผูกพัน 
 
วันนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com จะพาคุณไปดู ตัวอย่างที่มาของชื่อ 23 แบรนด์ดังระดับโลก หลายๆ คนอาจไม่รู้จักมาก่อน ไปดูพร้อมๆ กันว่า แต่ละแบรนด์มีหลักการ มีเคล็ดลับอย่างไร ในการตั้งชื่อแบรนด์ให้ผู้คนเรียกติดปากจนวันนี้ 
1. LEGO

 
ภาพจาก  lego.com

คำว่า LEGO นั้นมีรากศัพท์มาจากคำว่า “LEG GODT” ในภาษาเดนมาร์กซึ่งแปลว่า “การเล่นที่ยอดเยี่ยม” อีกทั้ง LEGO ในภาษาละตินนั้นยังมีความหมายว่า “ต่อเข้าด้วยกัน” อีกด้วย ซึ่งบริษัทผู้ผลิตออกมาบอกว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ เขาไม่ทราบความหมายของคำว่า LEGO ในภาษาละตินมาก่อน
 
2. 3M

 
ภาพจาก goo.gl/PAHKkc

ชื่อเดิมของแบรนด์นี้คือ “Minnesota Mining and Manufacturing” ก่อนจะมาเปลี่ยนเป็น 3M ในช่วงที่บริษัทกำลังโฟกัสการสร้างผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อพัฒนาแบรนด์และขยายตลาด
 
3. 7-11

 
ภาพจาก  facebook.com/7ElevenThailand

จริงๆแล้ว เซเว่น-อีเลฟเว่น เคยมีชื่อเดิมว่า TOTE’M ต่อมาบริษัทออกนโยบายให้ทุกสาขาเปิด-ปิดเป็นเวลา โดยเปิด 7 โมงเช้า และปิด 5 ทุ่ม จึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น 7-11 ไปด้วย เพื่อให้ชื่อติดปากคน ง่ายต่อการเรียก และให้ข้อมูลเวลาเปิดปิดไปในคราวเดียว

สำหรับเมืองไทย 7-11 เข้ามาเมื่อปี 2532 บนถนนพัฒน์พงษ์ จัดจำหน่าย สินค้าอุปโภคบริโภค และการให้บริการต่างๆ และได้เปลี่ยนเวลาเปิดให้บริการตลอด 24 ชม. เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภค
 
4. Amazon.com

 
ภาพจาก goo.gl/DgF7iI

ตอนเริ่มก่อตั้งบริษัทอย่างเป็นทางการ และต้องตั้งชื่อ Jeff Bezos ต้องการให้ชื่อบริษัทของเขาขึ้นต้นด้วยตัวอักษร “A” เขาจึงไปนั่งไล่ดูคำที่ขึ้นต้นด้วย “A” ในดิกชันเนอร์รี่

ก่อนจะตัดสินใจเลือกคำว่า “AMAZON” ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่ามันคือชื่อของแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก และเขาอยากให้บริษัทของเขายิ่งใหญ่เช่นนั้น (ที่ไม่เอาแม่น้ำที่ยาวอันดับ 1 เพราะแม่น้ำไนล์มันขึ้นต้นด้วยตัว “N” ซึ่งผิดคอนเซ็ปต์)
 
5. AUDI
 
 

 
ภาพจาก  audi.com

ก่อนที่ AUGUST HORCH จะมาเป็นเจ้าของแบรนด์รถยนต์ AUDI เขาเคยมีรถยนต์แบรนด์แรกมาก่อน โดยใช้นามสกุลของเขามาตั้งชื่อ “HORCH” แต่ยิ่งทำก็ยิ่งเข้าใกล้คำว่าเจ๊ง เขาเลยตัดใจขายกิจการเอาเงินก้อนขึ้นมา และด้วยนิสัยที่เป็นคนไม่ยอมแพ้ เขาตัดสินใจสร้างแบรนด์รถยนต์ใหม่ขึ้นอีกครั้ง

ซึ่งใจก็ยังอยากใช้คำว่า “HORCH” อยู่ แต่ไม่สามารถทำได้เพราะไปซ้ำกับชื่อแบรนด์ที่เขาขายไป เลยไปปรึกษาลูกชายที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัย ได้คำตอบว่า “HORCH” มีความหมายเหมือนคำว่า “AUDI” ในภาษาละตินซึ่งแปลว่า “ฟัง” เขาจึงตั้งชื่อรถแบรนด์ใหม่ของเขาว่า “AUDI”
 
6. Coca-Cola

 
ภาพจาก  goo.gl/O7jA74

มาจากวัตถุดิบของโคคา-โคล่า ที่ใช้ใบ COCA และเมล็ด KOLA มาทำเป็นน้ำหวานอัดลม โดยปรับเปลี่ยนตัว “K” เป็นตัว “C” เพื่อโลโก้ที่ดูสวยงามยิ่งขึ้น
 
7. ebay

 
ภาพจาก  facebook.com/eBay


อันที่จริงบริษัทต้องการจะตั้งชื่อเว็บไซต์ ebay ว่า echobay.com ตามชื่อบริษัท “Echo Bay Techonology Group” แต่โดเมนเนมนั้น ดันถูกใช้ไปแล้ว ชื่อจึงถูกย่อให้สั้นเหลือเป็นคำว่า ebay.com
 
8. IKEA

 
ภาพจาก  goo.gl/YfhShw

เริ่มไปทีละตัวอักษรเลย  I และ K มาจากชื่อนามสกุลของผู้ก่อตั้ง “Ingvar Kamprad “และ E มาจาก Elmtaryd (เอล์มตารี้ด) เป็นชื่อฟาร์มของเขา ส่วน A มาจาก Agunnaryd (ออนอุนนารี้ด) เป็นบ้านเกิดของ Ingvar อยู่ทางตอนใต้ของสวีเดน
 
9. NIKE


 
ภาพจาก  nike.com

“ไนกี้” เป็นชื่อของเทพปกรณัมกรีก เทพไนกี้ เป็นเทพที่เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ส่วนโลโก้แบรนด์ที่เป็นเครื่องหมายถูกนั้นแท้จริงๆแล้วเป็นสัญลักษณ์แทนปีกของ “เทพไนกี้” นั่นเอง
 
10. NINTENDO

 
ภาพจาก  goo.gl/leRLX5

ออกเสียงว่า NINTENDOU (任天堂) ในภาษาญี่ปุ่น โดยคำว่า “NIN” มีความหมายว่า มอบความไว้วางใจ (entrusted) ส่วนคำว่า “TEN-DOU” แปลว่า สวรรค์ ความหมายโดยรวมของคำว่า “NINTENDO” แปลว่า “ปล่อยให้เรื่องของโชคเป็นไปตามสวรรค์กำหนด”
 
11. NOKIA

 
ภาพจาก  nokia.com

ก่อนจะมาผลิตโทรศัพท์มือถือ NOKIA เริ่มธุรกิจจากโรงงานผลิตกระดาษ (ประมาณ 140 ปีมาแล้ว) ก่อนจะพัฒนามาผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องอุปโภคบริโภค และปิดท้ายด้วยการผลิตโทรศัพท์มือถือ ส่วนที่มาของชื่อนั้นไม่มีอะไรซับซ้อน ‘บริษัทโนเกีย’ ถูกก่อตั้งขึ้นที่ริมแม่น้ำโนเกีย แม่น้ำสายใหญ่ในประเทศฟินแลนด์

12. skype


 
ภาพจาก  goo.gl/GqHPYD

มาจากคำย่อ SKY- PEER-TO-PEER ความหมายมันคือ การติดต่อกับเพื่อนผ่านสัญญาณในอากาศ (หรือในฟ้านั่นแหละ)

13. STARBUCKS

 
ภาพจาก  facebook.com/Starbucks

ชื่อสตาร์บัคส์ได้แรงบันดาลใจมาจากคาแรคเตอร์ตัวละครในนิยายเรื่อง MOBY-DICK

14. KFC

 
ภาพจาก  goo.gl/bYraX0

มั่นใจได้เลยว่า ไม่มีใครไม่รู้จักไก่ทอดแบรนด์นี้ นับว่าเป็นไก่ทอดที่มีความอร่อยมากของใครหลายคนเลยก็ว่าได้ ซึ่งชื่อเต็มๆ ของ KFC นี้ก็มาจาก “Kentucky Fried Chicken” หรือเรียกง่ายๆ ว่าไก่ทอดเคนตักกี้

15. M & M’s

 
ภาพจาก  goo.gl/3JqxXk

ยี่ห้อนี้ก็เป็นที่นิยมเหมือนกัน เพราะเป็นยี่ห้อของขนมช็อคโกแลตเคลือบคาราเมลสุดอร่อยนั่นเอง เจ้า m&m’s นี่ก็ย่อมาจาก “Mars&Murrey” เป็นชื่อเจ้าของกิจการทั้งสองคนที่มารวมตัวกันทำขนมนี้ออกมา
 
16. BMW

 
ภาพจาก  goo.gl/JUUvKD

ยี่ห้อรถสุดหรูอันนี้ ไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอนกับ BMW นี้มีชื่อย่อมาจาก “Bayerische Motoren Werke” เป็นภาษาเยอรมัน ซึ่งหากแปลเป็นไทยก็แปลว่า “รถของชาวบาวาเรี่ยน” นั้นเอง
 
17. YAHOO

 
ภาพจาก  yahoo.tumblr.com

หลายๆ คนคงคิดว่า YAHOO! นี่ใช่ตัวย่อหรอ นึกว่าชื่อเต็มๆซะอีก แต่มันย่อมาจากคำว่า “Yet Another Hierarchical Officious Oracle” มีความหมายว่า “เครื่องมือพยากรณ์สำหรับพนักงานออฟฟิศด้วยฐานข้อมูลด้วยลำดับขั้นอีกอันหนึ่ง”

18. DHL


 
ภาพจาก  goo.gl/eZdGLr

เป็นยี่ห้อของบริษัทจัดส่งสินค้าระดับโลก ที่มีผู้ก่อตั้งสามคนได้แก่ Adrian Dalsey, Larry Hillblom, และ Robert Lynn จนมาเป็นชื่อ “Dalsey Hillblom Lynn” หรือที่เราเรียกว่า DHL นั้นเอง
 
19. S&P


 
ภาพจาก  facebook.com/snpfood

กลับมาที่แบรนด์อาหารกันอีกครั้งกับร้านอาหารและเบเกอรรี่ชื่อดัง ซึ่งชื่อนี้ก็มาจากผู้ก่อตั้งทั้งสองคือ คุณสุริยงค์ ไรวา(บิดา) และ คุณภัทรา ไรวา(ลูก) สองคนรวมกันเลยกลายเป็น S&P มาจนถึงทุกวันนี้
 
20. IBM

 
ภาพจาก  goo.gl/6T8eGu

บริษัททางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศขนาดใหญ่ ที่หลายๆ คนคงเคยเห็น ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ชื่อเต็มๆ ก็คือ “International Business Machines” 
 
21. Microsoft

 
ภาพจาก  microsoft.com

บริษัทที่ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก ผู้ก่อตั้งทุกคนคงรู้จักอย่างแน่นอนนั้นคือ Bill Gates ซึ่งจริงๆ แล้วมันมีชื่อเต็มของมันอยู่นั้นคือ “Microcomputer Software” 
 
22. Intel

 
ภาพจาก goo.gl/AOxq3w

บริษัทที่ผลิตชิพสารกึ่งตัวนำที่ใหญ่ที่สุดในโลก หลายๆ คนต้องรู้จักอย่างแน่นอน อย่างน้อยต้องเคยเห็นสัญลักษณ์นี้ตามเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณบ้างแหล่ะ ชื่อเต็มๆ ของเจ้ายี่ห้อนี้คือ “Integrated Electronics Corporation”
 
23. Adidas

 
ภาพจาก goo.gl/S7z4q7

ชื่อนี้ถูกนำมาจากผู้ก่อตั้งที่ชื่อ Adolf (ADI) Dassler โดยที่ 3 ตัวแรกคือ adi มาจากชื่อเล่น รวมกับ das ที่มาจากตัวอักษรแรกของนามสกุลของนาย Adolf

ได้เห็นแล้วว่า ที่มาที่ไปของการตั้งชื่อแบรนด์สินค้าระดับโลก เกิดขึ้นมาได้อย่างไร หลายๆ แบรนด์ก็มาจากชื่อของผู้ก่อตั้งบริษัท หลายๆ แบรนด์ก็มาจากชื่อย่อ และอีกหลายแบรนด์ก็มาจากสถานที่สำคัญๆ ที่อยู่รอบๆ ตัว ซึ่งทุกแบรนด์สินค้าล้วนแต่มีที่มาที่ไปด้วยกันทั้งนั้น

ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ จะตั้งชื่อขึ้นมาลอยๆ โดยไม่มีความหมายใดๆ เพราะชื่อแบรนด์เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำในตัวสินค้าและบริการได้เป็นอย่างดี  
 
สำหรับใครอยากรู้ว่า แบรนด์ไหนมีสโลแกนน่าสนใจอย่างไรบ้าง ลองมาทำแบบทดสอบ สโลแกนสินค้า 1 ได้ที่ goo.gl/FL9d9l